ขายหนังโป๊


0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

*

Offline เรื่องเสียว

  • *******
  • 8098
  • 361
  • เรื่องเสียวอัพเดจทุกวัน
    • View Profile
    • เรื่องเสียว
รสรักในรอยแค้น
« on: July 25, 2016, 09:01:16 PM »

ฉันรู้ดีว่าเรื่องราวที่กำลังจะเล่าให้พวกคุณฟังต่อจากนี้ มันอาจจะเป็นเรื่องที่ใครหลายๆ คนยากที่จะทำใจยอมรับได้ หรือหนักข้อไปกว่านั้น บางคนก็อาจจะนึกชิงชังจนถึงขั้นก่นด่าสาปแช่งให้ไปลงนรกกันก็มี ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้แหละ เพราะว่าไอ้สิ่งที่ตัวฉันได้ทำลงไปนั้น มันก็เลวร้ายสมกับที่เขาว่ากันจริงๆ...

ฉันชื่อ ‘นุช’ ค่ะ นุสบา จิตมงคล อายุตอนนี้ก็ 34 ย่าง 35 ปีแล้ว เรียกได้ว่าเลยวัยสาวมาพอสมควรเหมือนกัน ส่วนอาชีพปัจจุบันตอนนี้ก็เป็นแม่บ้านธรรมดาๆ นี่แหละค่ะ เพราะหลังจากที่แต่งงานกับสามีได้เพียงแค่ปีเดียว ฉันก็ดันพลาดท่าท้องลูกสาวขึ้นมาโดยที่ไม่ได้ตั้งใจวางแผนเอาไว้ก่อน ทั้งๆ ที่เราสองคนก็แน่ใจว่าป้องกันไว้ในระดับนึงแล้วนะ ก็อย่างที่เขาว่ากันไว้นั่นแหละค่ะ ดวงคนมันจะเกิด หรือคนมันจะมีครอบครัว ต่อให้เอาอะไรไปขวางไว้ก็มีแต่จะป่วยการเปล่าๆ สุดท้ายด้วยความเห่อและห่วงลูก ‘พี่ดำ’ ผู้เป็นสามี ก็เลยตัดสินใจเอ่ยปากกึ่งบังคับกึ่งขอร้อง ให้ฉันยอมลาออกจากงานบัญชีที่ทำอยู่ มารับบทบาทเป็นคุณแม่ลูกอ่อนแบบเต็มตัว เพื่อที่จะได้มีเวลาคอยดูแลและเลี้ยงดูน้องชื่นใจ ลูกสาวตัวน้อยๆ ผู้เป็นแก้วตาดวงใจของเราทั้งคู่อย่างดีที่สุด ซึ่งถึงตอนนี้ก็ผ่านมาได้เกือบๆ จะ 6 ปีเต็มแล้ว

ไอ้ช่วงปีแรกๆ น่ะมันก็ยังรู้สึกดีอยู่หรอกค่ะ ที่ได้มีโอกาสเฝ้ามองพัฒนาการของลูก ได้เห็นเขาเติบโตขึ้นทีละน้อยๆ จากที่ยังเดินไม่ได้ พูดไม่ได้ ก็ค่อยๆ ฝึกหัดกันไปจนเริ่มเก่งขึ้น จากคลาน 4 ขา กลายมาเป็นเดินเตาะแตะ จากที่ร้องอู้อ้า ก็กลายมาเป็นคำว่า ‘หม่าม้า’ มันคือสิ่งที่คนเป็นพ่อเป็นแม่เท่านั้นที่จะได้รู้สึกอุ่นวาบๆ ภายในหัวใจแบบนี้ ถึงแม้ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าอยู่เป็นปีๆ ก็ตาม แต่ยิ่งนานวัน ไอ้ความสุขเหล่านั้นมันก็เริ่มที่จะถดถอยลดน้อยลงไปเรื่อยๆ จนเริ่มที่จะกลายเป็นความน่าเบื่อหน่ายแทน เพราะหลังจากที่ชื่นใจถึงวัยที่จะต้องเข้าเรียนในชั้นอนุบาล ชีวิตแม่บ้านของฉันมันก็เริ่มที่จะพบเจอกับช่วงเวลาแห่งความอ้างว้างและเหงาหงอยมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เคยได้ใช้เวลาอยู่กับลูกแทบจะตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งยามหลับและยามตื่น แต่ทุกวันนี้กลับลดเหลือเพียงแค่การตระเตรียมมื้อเช้า พาลูกไปโรงเรียน แล้วก็กลับมานั่งทำงานบ้านเงียบๆ ในช่วงสายๆ พอตกบ่ายคล้อยถึงจะค่อยออกไปรับลูกกลับบ้านอีกที เป็นแบบนี้วนเวียนไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบ ยิ่งว่างก็ยิ่งเบื่อ ยิ่งเบื่อก็ยิ่งเหงา

ในขณะที่ตัวฉันทำหน้าที่แม่ศรีเรือน คอยจัดการเรื่องธุระต่างๆ ให้ภายในบ้าน ฝ่ายพี่ดำผู้เป็นสามี ก็เลยต้องรับหน้าที่เสาหลักของครอบครัว หาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะค่าน้ำไฟ ค่ากินค่าอยู่ ตลอดจนถึงเรื่องทุนการศึกษาของลูก ซึ่งมีแต่จะเพิ่มสูงขึ้นทุกทีๆ แต่เรื่องเงินก็ไม่ใช่ปัญหาของเราเลยค่ะ เพราะนอกจากที่สามีจะเป็นคนขยันขันแข็งหมั่นอดออมเก็บเงินแล้ว ตัวฉันซึ่งเคยมีประสบการณ์ในเรื่องของการลงทุนมาบ้างนิดๆ หน่อยๆ ในสมัยทำงาน ก็เลยพอจะสามารถนำเงินเก็บเหล่านั้น เอาไปลงทุนต่อยอดให้มันงอกเงยเพิ่มพูนขึ้นมาได้อีกต่อหนึ่ง

ฉันกับพี่ดำเริ่มต้นคบหากันเมื่อราวๆ 12 ปีก่อน ตั้งแต่ในสมัยที่ฉันยังเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานแผนกบัญชี ในบริษัทดีลเลอร์รถยนต์ที่แกทำงานอยู่ ซึ่งตอนนั้นพี่เขาเองก็พึ่งเข้ามาทำงานในแผนกไอทีแบบหมาดๆ เหมือนกัน พอพี่ดำเจอหน้าฉันปั๊บแกก็รู้สึกถูกใจขึ้นมาทันที จึงตัดสินใจเดินหน้าเข้ามาลุยจีบแบบไม่อ้อมค้อม ตามประสาของคนนิสัยตรงไปตรงมาอย่างแก ซึ่งในตอนนั้นฉันก็ยังไม่กล้าที่จะเล่นด้วยหรอกค่ะ ความที่ตัวเองก็ยังเป็นเพียงแค่นักศึกษาฝึกงาน ไอ้สิ่งที่สนใจในหัวตอนนั้นก็เลยมีเพียงว่า ตัวเองจะสามารถฝึกงานได้สำเร็จลุล่วงจนครบกำหนดหรือเปล่า ก็เลยไม่กล้าที่จะเสี่ยงสานความสัมพันธ์กับพนักงานรุ่นพี่ในบริษัท เพราะกลัวว่าจะมีผลกระทบกับเรื่องการฝึกงานนั่นเอง แม้ว่าลึกๆ แล้วจะแอบประทับใจในความชัดเจนของพี่ดำอยู่หน่อยๆ ก็เถอะ

ซึ่งภายหลังจากที่ฉันฝึกงานจบ ทางฝั่งของพี่ดำเองก็ยังพยายามติดต่อสานความสัมพันธ์อยู่ไม่ห่าง โดยมักจะโทรมาคุยเล่นกับฉันเป็นเวลานานๆ แทบทุกคืน จึงทำให้เราทั้งคู่ยังคงรู้สึกเชื่อมโยงถึงกันได้เสมอ แม้ว่าจะไม่ได้เจอหน้ากันเลยก็ตาม กระทั่งพอฉันเรียนจบและเริ่มต้นเข้าสู่ชีวิตวัยทำงานนั่นแหละ เราทั้งคู่จึงตกลงปลงใจที่จะลองคบหาเป็นแฟนกันดูอย่างจริงๆ จังๆ ก่อนจะแต่งงานกันในที่สุด

พี่ดำเป็นผู้ชายที่ดีค่ะ แม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนที่หล่อเหลาอะไรมาก และไม่ถนัดในการอ่านความรู้สึกหรือมีมุมมองของความโรแมนติกที่เป็นศูนย์ แต่ขณะเดียวกันเขาเองก็เป็นคนที่รักเดียวใจเดียว ซื่อสัตย์เสมอต้นเสมอปลาย พูดจาสุภาพอ่อนหวาน ไม่เคยลงไม้ลงมือให้ฉันต้องเจ็บตัว และยังเป็นคนที่รักครอบครัวของตัวเองอีกด้วย ซึ่งคุณสมบัติในข้อหลังนี่แหละค่ะ ที่ทำให้ฉันเชื่อว่าพี่เขาจะเป็นคู่ชีวิตที่ดีได้ แต่ถึงอย่างนั้นแล้วก็ใช่ว่าทุกอย่างจะราบรื่นไปได้ด้วยดีนะคะ เพราะด้วยความที่พี่ดำแกเป็นคนขยันหรือบ้างานนี่แหละ ก็เลยทำให้แกเลือกที่จะใช้เวลาในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ เข้าไปทำโอทีล่วงเวลาเพิ่มอีกครึ่งวันอยู่บ่อยๆ ทั้งๆ ที่ฉันเองก็เคยเปรยๆ กับแกไปบ้างแล้ว ว่าควรจะใช้เวลาในวันหยุดที่มี เอามาพักผ่อนอยู่กับครอบครัวให้มากกว่านี้หน่อย

“ไหนพี่สัญญาแล้วไง ว่าวันนี้จะพานุชกับลูกไปห้างด้วยกัน” ฉันโวยใส่สามีด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอย่างแรง เมื่อรู้ว่าพี่เขาเกิดติดงานด่วนขึ้นมากะทันหันในช่วงวันหยุดอีกแล้ว
“โธ่นุช... นุชก็รู้นี่นาว่าพี่เองก็ไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้เหมือนกัน แต่ในเมื่อระบบมันเกิดมีปัญหาขึ้นมา ทางหัวหน้าเขาก็ต้องเรียกให้พี่ไปดูไปซ่อม” พี่เขาอธิบายเสียงอ่อน
“แล้วทำไมพี่ถึงไม่ให้เด็กคนอื่นไปทำแทนล่ะ ทำไมต้องลงทุนถ่อไปเองด้วย? ก็แค่ระบบล่มเฉยๆ ไม่ใช่เหรอ?” ฉันพยายามซักไซ้ถามหาเหตุผลต่อไปเรื่อยๆ ตามประสาของคนจู้จี้ขี้บ่น

“ก็รอบนี้มันเวียนมาถึงคิวของพี่พอดีนี่นา นุชจะให้พี่ทำยังไงล่ะ? จะให้ไปเอ่ยปากบอกเขาว่า เฮ้ยน้อง วันนี้ช่วยไปทำงานแทนพี่ให้ที พอดีพี่จะพาลูกกับเมียไปเที่ยว นุชจะให้พี่พูดแบบนี้น่ะเหรอ?” เขาย้อน
“พี่เคยบอกนุชแล้วนี่นา ว่านี่มันก็ใกล้จะถึงช่วงประเมินผลประจำปีอยู่แล้ว ถ้าเกิดว่าพี่ทำงานเข้าตาผู้ใหญ่เขาสม่ำเสมอ ไม่แน่ว่าปีหน้าเขาอาจจะอนุมัติปรับตำแหน่งให้พี่จริงๆ จังๆ ก็ได้ ใครจะไปรู้ แล้วถึงวันนั้น พอทุกอย่างมันมั่นคงดีแล้ว พี่ค่อยพานุชกับลูกไปเที่ยวด้วยกันก็ยังไม่สาย” พี่ดำร่ายยาว

อย่างที่คุณเห็นกัน พี่แกก็มักจะยกเหตุผลเรื่องความมั่นคงกลับมาเถียงได้ตลอดแหละค่ะ และในเมื่อแกเป็นคนหาเงินเข้าบ้านอยู่ฝ่ายเดียว ฉันเองก็เลยเถียงอะไรได้ไม่เต็มปากสักเท่าไหร่ เพราะทุกวันนี้ก็ยังต้องแบมือขอเงินจากพี่เขาอยู่ สุดท้ายก็เลยต้องยอมปล่อยให้แกบ้างานของแกไปได้เต็มที่ ซึ่งด้วยความอึดอัดคับข้องใจที่ว่ามานี้ ก็เลยทำให้ฉันตัดสินใจว่าจะลองหากิจการเล็กๆ มาทำเป็นงานอดิเรกเสริมในยามว่าง นอกเหนือไปจากการเลี้ยงลูก โดยสิ่งแรกที่นึกออกเลยก็คือ การทำเบเกอรี่ขายนั่นเอง เนื่องจากตัวฉันเองก็ชอบหัดทำขนมพวกนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว และไหนจะเรื่องของอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งเตาอบ เครื่องไม้เครื่องมือ ตลอดจนถึงวัตถุดิบก็มีอยู่แล้วพร้อมสรรพ

ฉันลองเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาหารือกับสามีอยู่พักใหญ่ๆ จนกระทั่งพอได้ไฟเขียวเห็นชอบจากอีกฝ่าย จึงตัดสินใจเริ่มต้นเดินหน้า ด้วยการไปเช่าพื้นที่ขายของเล็กๆ ในตลาดนัดแถวบ้านทันที โดยที่ในช่วงวันธรรมดา ฉันจะเปิดร้านตั้งแต่ตอนสายๆ ถึงแค่ช่วงบ่ายๆ เท่านั้น เพราะต้องไปรับลูกกลับจากโรงเรียน ส่วนในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็จะเปิดขายได้นานกว่า เนื่องจากสามารถพาชื่นใจไปนั่งเล่นอยู่ด้วยกันที่ร้านได้ ส่วนเรื่องพนักงานก็ไม่ต้องไปจ้างใครที่ไหนหรอกค่ะ ก็ดูแลไปเองนั่นแหละ ไหนๆ ก็มีเวลาว่างเยอะอยู่แล้วนี่

แรกๆ ก็เหมือนจะยังไม่ค่อยจะได้กำไรกลับมาสักเท่าไหร่ ด้วยความที่ฉันยังกะจำนวนสินค้าที่ขายได้ไม่แม่นยำนั่นเอง จึงทำให้มีขนมเหลือค้างในแต่ละวันเป็นจำนวนมากพอสมควร ซึ่งก็มักจะต้องลงเอยด้วยการนำไปแจกจ่ายให้กับเพื่อนบ้านหลังข้างๆ หรือไม่ก็ฝากให้สามีเอาไปแบ่งให้เพื่อนร่วมงานกินอยู่เป็นประจำ แต่หลังจากลองผิดลองถูกขายไปได้สักระยะหนึ่ง กิจการของฉันก็เริ่มดีขึ้นๆ ตามลำดับ จากแรกๆ ที่เคยมีของเหลือค้าง ก็เริ่มกลายเป็นขายหมด และขายดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความที่ตลาดนั้นอยู่ติดกับโรงเรียนมัธยม จึงทำให้ฉันได้ลูกค้าขาประจำกลุ่มใหญ่ เป็นพวกครูและนักเรียนที่แวะมาหาซื้อขนมไปกินในช่วงพักเที่ยง

การเปลี่ยนสถานะจากแม่บ้านมาเป็นแม่ค้า ทำให้สุขภาพใจของฉันเริ่มกลับมาสดใสและมีชีวิตชีวาอีกครั้ง การได้ออกมาพบเจอผู้คนนอกบ้าน... ได้ทำงานอดิเรกที่ตัวเองรัก... และได้เห็นขนมที่ตัวเองตั้งใจปรุงแต่ง มีคนซื้อกลับไปกินด้วยสีหน้าที่พึงพอใจ ทำให้ชีวิตประจำวันเริ่มไม่น่าเบื่อและหงอยเหงาเหมือนอย่างเคย... ฟังๆ ดูทุกอย่างก็เหมือนจะราบรื่นดีใช่มั้ยคะ? ตอนแรกฉันเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน จนกระทั่งพอฉันได้ไปรู้จักและสนิทสนมกับ ‘ฟลุ๊ค’ เด็กหนุ่มร้านกาแฟที่อยู่ร่วมตลาดเดียวกันเท่านั้นแหละ... ชีวิตที่เคยสงบสุขและราบรื่นของฉันจึงค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปโดยไม่รู้ตัว...

ฟลุ๊คเป็นเด็กหนุ่มวัยเพียง 21 ปี ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านกาแฟเล็กๆ ซึ่งเปิดอยู่เยื้องไปจากร้านขนมของฉันไม่เท่าไหร่ ด้วยความที่เป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดี นิสัยขี้เล่น และคุยเก่ง จึงทำให้มักจะมีสาวแก่แม่ม่าย ตลอดจนถึงสาวๆ นักเรียนวัยกระเตาะ ชอบมาด้อมๆ มองๆ ติดพันเป็นลูกค้าที่ร้านไม่เคยขาด ซึ่งตัวของฟลุ๊คเองก็เหมือนจะรู้ถึงจุดนี้ดี ก็เลยยิ่งใช้รูปลักษณ์และหน้าตาของตัวเอง เอามาเป็นจุดขายในการเรียกลูกค้าสาวๆ ทั้งหยอกเย้า ทั้งบริการเอาอกเอาใจ จนมักจะได้ทิปติดกระเป๋ากลับไปตลอด

ซึ่งด้วยความที่ฉันเองก็เป็นคนชอบกินกาแฟอยู่เป็นทุนเดิม และร้านกาแฟของฟลุ๊คก็ค่อนข้างรสชาติถูกปาก จึงทำให้ฉันมักจะแวะเวียนไปนั่งเล่นพูดคุยเป็นลูกค้าอยู่ที่ร้านของเขาบ่อยๆ แต่ไม่ใช่เพราะว่าไปหลงเสน่ห์อะไรของเขาหรอกนะคะ ไอ้เรื่องนั้นน่ะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของลูกค้าคนอื่นๆ เขาไปจัดการแย่งชิงกันเอาเองจะดีกว่า การได้เจอหน้าพูดคุยทักทายกันอยู่ทุกวัน จึงทำให้ฉันกับฟลุ๊คนั้นค่อนข้างสนิทกันพอสมควร แถมบ่อยครั้งเขายังมีน้ำใจอาสามาช่วยฉันขนของกลับไปเก็บที่บ้านอีกต่างหาก เพราะรู้สึกเห็นใจผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างฉันที่ต้องคอยหิ้วถุงพะรุงพะรังทุกวัน จนฉันแอบนึกชื่นชมอยู่ในใจว่าเขาช่างเป็นคนดีมีน้ำใจเหลือเกิน

ในตอนแรกๆ ฉันเองก็ยังเข้าใจไปว่าเขาแค่มีน้ำใจตามประสาของเพื่อนร้านข้างเคียงกันเท่านั้น แต่หลังจากที่สนิทสนมกันมาได้ร่วมเดือน ฉันก็เริ่มที่จะสะกิดใจแปลกๆ ขึ้นมา ว่าจริงๆ แล้วนี่เขากำลังแอบคิดอะไรเกินเลยกับฉันอยู่รึเปล่า? ก็จะไม่ให้แอบสงสัยได้ยังไงกัน ในเมื่อเขาเอาแต่คอยส่งข้อความแชทมาในไลน์ หรือไม่ก็เฟสบุ๊คหาฉันอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน ชวนคุยเล่นบ้าง ถามนั่นถามนี่ถึงเรื่องส่วนตัวบ้าง สลับกับคอยเป็นเพื่อนเล่นเกมเศรษฐีแก้เบื่อเวลาที่ว่างจากลูกค้า ดูไปดูมาเหมือนกับหนุ่มสาวเขาจีบกันไม่มีผิด บางวันก็มีเอาเครื่องดื่มหรือขนมที่ขายอยู่ในร้านตัวเองมาฝาก จนฉันต้องเอ่ยปากปฏิเสธไปบ่อยๆ เพราะรู้สึกเกรงใจ ซึ่งเขาก็จะรีบตอบสวนกลับมาว่าตั้งใจนำมาให้ ถ้าเราไม่รับไว้ก็ไม่รู้จะเอาไปให้ใครที่ไหน สุดท้ายฉันก็เลยต้องยอมรับมากินอย่างเสียมิได้... ยิ่งนานวันก็ดูเหมือนว่าฟลุ๊คจะยิ่งรุกเข้าจีบฉันหนักขึ้นเรื่อยๆ จนฉันทนเก็บความสงสัยเอาไว้ไม่ได้ จึงตัดสินใจเอ่ยปากถามเขาไปตรงๆ เพราะไม่อยากให้ตัวเองสับสนไปมากกว่านี้

“ฟลุ๊ค พี่ถามอะไรหน่อยสิ” ฉันพิมพ์เปิดประเด็นไปหาเขาผ่านทางไลน์
“ว่างายฮะ” ฟลุ๊คพิมพ์ตอบกลับมาทันควัน ดูท่าทางว่าคงจะกำลังแอบนั่งอู้เล่นโทรศัพท์อยู่แล้วแน่ๆ
“มันอาจจะฟังดูแปลกๆ หน่อยนะ แต่พี่อยากรู้ว่าทุกวันนี้ฟลุ๊คคิดอะไรกับพี่อยู่รึเปล่า” ฉันตัดสินใจพิมพ์ถามออกไปตรงๆ พอเขาอ่านแล้วก็นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะตอบกลับมา
“แล้วพี่คิดอะไรกะผมป่ะล่ะ” เขาตอบมาด้วยคำถามเดียวกัน ทำเอาฉันแอบหงุดหงิดในความยียวนไม่น้อย

“พี่ถามก่อน ฟลุ๊คตอบก่อนสิ” ฉันจิ้มนิ้วพิมพ์กลับไปไวๆ
“อยากรู้จริงๆ เหรอ 555” เขายังคงแกล้งเล่นตัวไม่เลิก จนฉันชักรำคาญขึ้นมาตามประสาของคนขี้หงุดหงิด
“จะตอบก็ตอบสักที อย่าลีลาน่า” ฉันพิมพ์ออกไปด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง ซึ่งเจ้าตัวก็ดูเหมือนจะอ่านความรู้สึกที่แฝงอยู่ในข้อความนั้นได้ จึงรีบพิมพ์ตอบกลับมาตรงๆ แบบไม่อ้อมค้อม
“พี่นุชก็น่ารักดี ผมชอบ” ถ้อยคำสารภาพความในใจของอีกฝ่ายที่ส่งมา เล่นเอาฉันถึงกับใจเต้นตึกๆ ตักๆ

“บ้า มาช่งมาชอบอะไรล่ะ พี่มีลูกมีผัวแล้วนะตาเพี้ยน” ฉันแกล้งพิมพ์ตลกกลบเกลื่อน รู้สึกว่าลมหายใจมันติดขัดปั่นป่วน ใบหน้าร้อนวูบวาบจนพวงแก้มกลายเป็นสีแดงจัด ทั้งที่ไม่ได้ยืนพูดคุยกันอยู่ต่อหน้าด้วยซ้ำ
“จริงๆ นะ ผมน่ะปิ๊งพี่มาตั้งแต่ตอนที่เห็นพี่มาซื้อของที่ตลาดก่อนนี้แล้ว พี่นุชทั้งขาวทั้งสวย ถูกใจผมทุกอย่าง” ฟลุ๊คพิมพ์ระบายความรู้สึกแบบไม่มีเม้ม เหมือนว่าเขาเองก็รอจังหวะแบบนี้อยู่นานแล้ว จนทำให้คนที่เปิดฝ่ายเปิดฉากถามอย่างฉัน ยังต้องรู้สึกกระดากเขินอายขึ้นมาซะเอง
“พอๆ เพ้อเจ้อไปกันใหญ่ละ แค่นี้นะไม่คุยแล้ว” ฉันตัดสินใจชิงตัดบทไปดื้อๆ เพราะไม่อยากต่อความยาว

ถึงแม้ว่าฉันจะแอบปลื้มใจอยู่ไม่น้อย ที่มีเด็กหนุ่มหน้าตาดีมาติดพันและชอบพอ แต่ขณะเดียวกัน... ฉันเองก็อดรู้สึกกระอักกระอ่วนใจไม่ได้ ที่รู้ว่าอีกฝ่ายแอบคาดหวังถึงความสัมพันธ์ที่เกินเลยมากกว่าคำว่าเพื่อนพี่น้อง เนื่องจากตัวฉันเองก็มีครอบครัวอยู่แล้ว และที่สำคัญ... อีกฝ่ายเองก็มีแฟนสาวที่คบหาอยู่เช่นเดียวกัน ไอ้ความสัมพันธ์ที่เขาปรารถนานั้น จึงไม่อาจเกิดขึ้นบนโลกของความเป็นจริงได้ นอกเสียจากว่าเราสองคนจะแอบลักลอบคบหากัน ในฐานะของ ‘ชู้รัก’ เท่านั้น ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเขาจะยินดียอมเลือกทางนี้เสียด้วยสิ... แม้ว่าฉันจะพยายามยืนกรานกับตัวเองอย่างหนักแน่นในทีแรก ว่าจะไม่ยอมโอนอ่อนและหวั่นไหวไปตามความรู้สึกของอีกฝ่าย แต่ก็อย่างที่โบราณว่า ‘น้ำหยดลงหินทุกวัน หินมันยังกร่อน’ แล้วจะนับประสาอะไรกับหัวใจของคนที่มันเปราะบางยิ่งกว่าก้อนหินหลายเท่านัก พอโดนเขาคอยตามจีบตามตื๊อ คอยออดอ้อนเอาอกเอาใจอยู่ทุกวี่ทุกวันไม่ห่าง สุดท้ายฉันก็เลยเริ่มมีเผลอเป๋ๆ ไปกับหนุ่มรุ่นน้องคนนี้เหมือนกัน เมื่อได้พบเจอกับความสุขทางใจ ซึ่งขาดหายไปจากชีวิตคู่อันจืดชืดของตัวเองมาเป็นระยะเวลานานหลายปีแล้ว

“ก็แค่คุยๆ กิ๊กกั๊กกันเฉยๆ มันคงจะไม่ผิดอะไรมากมายหรอกมั้ง” ฉันพยายามหาข้ออ้างเข้าข้างตัวเองแบบมักง่าย ก็ทีพี่ดำเองยังปล่อยให้ฉันนั่งห่อเหี่ยวอยู่บ้านมาได้เป็นปีๆ โดยที่ไม่เคยรู้สึกรู้สาอะไร แล้วถ้าฉันจะลองหาใครสักคนมาเป็นเพื่อนไว้คุยเล่นคลายเหงาบ้างนิดๆ หน่อยๆ มันจะผิดมากนักหรือ?

พอคิดแบบนั้นแล้วฉันก็เลยตัดสินใจว่าเลยตามเลยไปก่อนแล้วกัน เนื่องจากในใจลึกๆ นั้นก็แอบรู้สึกเหงาๆ คว้างๆ มานานแล้ว อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นว่าพี่ดำน่ะเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานเก็บเงินเป็นหลัก จันทร์ถึงอาทิตย์ 7 วันไม่เคยมีขาด แล้วจะเอาเวลาที่ไหนมาสวีทจี๋จ๋ากับฉันได้ล่ะคะ ยิ่งถ้าเจาะจงถึงเรื่องบนเตียงด้วยแล้ว จากที่เคยมีอะไรกันแทบจะวันเว้นวันในช่วงที่คบกันใหม่ๆ ก็ค่อยๆ ลดลงมาเหลืออาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง หลังจากเริ่มมีลูก จนถึงตอนนี้ก็แทบจะอาทิตย์เว้นอาทิตย์เลยก็ว่าได้

หึ! ใช่ซี้... ก็เดี๋ยวนี้ตัวฉันมันไม่สด... ไม่สาว... เหมือนตอนช่วงที่คบกันใหม่ๆ แล้วนี่ จะผิวพรรณหรือความเต่งตึง มันก็มีแต่จะถดถอยลงไป ไม่เหมือนช่วง 20 ต้นๆ ก็คงไม่แปลกหรอกที่อารมณ์พิศวาสของพี่เขามันจะลดลง... ฉันได้แต่เก็บเอาความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจนี้ไว้กับตัวเองลึกๆ ด้วยความที่พี่ดำเองก็ทำงานกลับมาเหนื่อยๆ อยู่แล้ว ก็เลยไม่อยากจะไปรบเร้าหรือเอ่ยปากขอความรักอะไรจากเขาอีก แถมตัวเราเองมันก็เป็นสาวเป็นนางด้วยแล้ว จะให้เป็นฝ่ายเอ่ยไปปากขอมีเซ็กส์กับสามีก่อน มันก็คงจะน่าอายอยู่ไม่น้อย ซึ่งแม้ว่าฉันจะไม่ได้สนใจหรือหมกมุ่นอะไรกับเรื่องพวกนี้มากมายเท่าไหร่ แต่ลึกๆ แล้วยังไงเสีย คนเรามันก็ต้องมีอารมณ์และความต้องการเหมือนๆ กันทุกคนนั่นแหละค่ะ... สุดท้ายเมื่ออดอยากและเก็บกดเข้ามากๆ ฉันก็เลยต้องเอาเรื่องนี้ไประบายให้ฟลุ๊คฟัง ด้วยว่าไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปปรึกษากับใครได้อีก

“แบบนี้มันไม่ปกติแล้วนะผมว่า” ฟลุ๊คเสนอความเห็นหลังจากที่ฉันเล่าปัญหาบนเตียงที่เกิดขึ้นให้ฟัง
“ใช่มะ ปกติผู้ชายน่าจะมีอารมณ์ง่ายกว่าผู้หญิงดิ” ฉันรีบพิมพ์โต้ตอบอย่างออกรส
“พิมพ์งี้ แสดงว่าพี่ก็เป็นพวกมีอารมณ์ง่ายอ่ะดิ 555” เขาเอ่ยแซว จนฉันอดขำกับความกวนประสาทไม่ได้
“ตลกละ ไม่ใช่สักหน่อย” ฉันตอบปฏิเสธทันควัน

“แล้วเดี๋ยวนี้พี่มีอะไรกันบ่อยป่ะ” ฟลุ๊คพยายามถามเจาะลึกถึงรายละเอียด
“ก็ไม่ค่อยอ่ะ บางทีก็ห่างกันเป็นอาทิตย์ๆ ก็มี” ฉันตอบเขาไปตามจริง
“แหม ถ้าผมเป็นแฟนพี่นะ รับรองว่าจะจัดให้สาสมใจทุกคืน เอาให้พี่ต้องร้องขอชีวิตเลย อิอิ” อีกฝ่ายพิมพ์ข้อความทะลึ่งทะเล้นส่งมา พอฉันอ่านปุ๊บก็หลุดขำออกไปเสียงดัง จนแม่ค้าฝั่งตรงข้ามยังต้องชะโงกหน้ามามองด้วยความสงสัย

“ปากดีเหมือนกันนะเราอ่ะ” ฉันตอบประชดประชันใส่ แต่กลับกลายเป็นยิ่งเข้าทางเขาเสียอีก
“ปากดี ลิ้นก็ดี” เขาตอบกวนๆ แบบคนหัวไว
“เออดี ชอบเลย ขอให้ดีจริงแล้วกัน” ฉันหยอกเล่นกลับไปบ้าง ชักเริ่มสนุกขึ้นมาแล้ว
“จัดเลยไหมล่ะ วันนี้เลย” อีกฝ่ายได้ทีรีบโยนหินถามทางมา
“ไม่เอาย่ะ” ฉันชิงปฏิเสธอย่างรู้ทัน ขืนตอบรับไปล่ะก็ มีหวังเจ้าตัวคงทำจริงๆ แน่ๆ

“จะมายุ่งกับพี่เนี่ย เคลียร์ตัวเองรึยังฮะ ถ้าคนที่บ้านรู้เข้า เขาจะไม่เสียใจเอาเหรอ อย่าให้พี่ต้องทำให้ผู้หญิงคนอื่นร้องไห้เลย ผัวใคร ใครจะไม่รักบ้าง” ฉันย้อนถามเขาเพื่อหวังจะเรียกสติ
“ก็จะให้ทำไง มันรักพี่ไปแล้วนี่” ฟลุ๊คตอบมาด้วยอารมณ์ตัดพ้อ
“ฟลุ๊คครับ เรายังไม่ได้ตัดสินใจคบกันเลยนะ อย่าพึ่งเรียกว่ารัก ตอนนี้ฟลุ๊คก็แค่หลงพี่เท่านั้นแหละ ของแบบนี้มันต้องใช้เวลาดูกันไปก่อน” ฉันพยายามอธิบายด้วยเหตุผลแบบผู้ใหญ่

“ไม่อ่ะ ฟลุ๊ครักพี่จริงๆ นะ รักมานานแล้วด้วย มีแต่พี่นั่นแหละที่ไม่ยอมรับตัวเอง” เขาย้อนอย่างเจ็บแสบ
“เฮ้อ พูดไรไปก็ไม่ฟังเลยเด็กน้อย แอบชอบกันไปแบบนี้อ่ะดีแล้ว เอาไว้เป็นกำลังใจเวลาทำงานก็พอแล้ว”
“ถ้าพี่ไม่ลองคบกัน จะรู้ได้ไงว่าฟลุ๊คแค่หลงจิงรึป่าว” คำพูดของฟลุ๊คก็พอจะมีน้ำหนักอยู่ไม่น้อย แม้ว่าจะฟังดูเข้าข้างตัวเองไปสักหน่อย

“วกมาเรื่องนี้อีกแระ อย่าเร่งได้มั้ยอ่ะ ค่อยๆ ดูไปก่อนแล้วกัน พี่ไม่อยากต้องมามีปัญหา มานั่งทะเลาะ เข้าใจป่ะ ถ้ายังอยากจะคุยกันต่อก็ควรรู้ตัวว่าเราคุยกันอยู่ในฐานะแบบไหน ไม่ใช่เอาแต่ใจเป็นเด็กๆ” ฉันยืนกรานยื่นคำขาดออกไปอย่างจริงจัง
“โอเค จัดไป จุ๊บๆ” พอเห็นแบบนั้นฟลุ๊คก็เลยยอมรับคำกลับมาอย่างว่าง่าย
“เออย่ะ ตาบ้า!” ฉันตอบขำๆ อย่างนึกเอ็นดู ถ้ายังพอคุยกันรู้เรื่องแบบนี้ก็คงไม่มีปัญหาอะไรเท่าไหร่

*

Offline เรื่องเสียว

  • *******
  • 8098
  • 361
  • เรื่องเสียวอัพเดจทุกวัน
    • View Profile
    • เรื่องเสียว
Re: รสรักในรอยแค้น
« Reply #1 on: July 25, 2016, 09:01:53 PM »
ฉันพยายามพร่ำบอกกับตัวเองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ว่าไอ้ความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างเราสองคนนั้น มันยังคงอยู่ในการควบคุมเกมของฉันอยู่ ซึ่งฟลุ๊คเองก็ดูเหมือนว่าจะยอมเชื่อฟังและรับรู้ถึงสถานะของตัวเองเป็นอย่างดี จึงทำให้ฉันค่อนข้างที่จะสบายใจในการพูดคุยแบ่งปันความรู้สึกต่างๆ กับเขาอยู่ตลอดเวลา จากที่แรกๆ เราสองคนยังคุยหยอดกุ๊กกิ๊กกันไปมา ดูหวานๆ น่ารักพอให้กระชุ่มกระชวย แต่พอฉันเผลอเปิดประเด็นคุยเรื่องใต้สะดือไปแค่ครั้งเดียวเท่านั้นแหละ หลังจากนั้นอีกฝ่ายก็เลยเอาแต่ชวนฉันคุยถึงเรื่องทะลึ่งๆ ท่าเดียว จนบางทีฉันเองก็ยังแอบรู้สึกหวั่นๆ ว่าเราสองคนจะคุยเรื่องติดเรทกันมากเกินไปรึเปล่า

“พี่นุชชอบอะไรมากกว่า สตรอว์เบอร์รี่ หรือว่ากล้วยหอม” จู่ๆ ฟลุ๊คก็เปิดประเด็นถามถึงเรื่องผลไม้ขึ้นมา
“หมายถึงชอบกินอันไหนอ่ะเหรอ” ฉันตอบไปอย่างพาซื่อเพราะคิดอะไรไม่ทัน
“เปล่า ถุงยางอ่ะ ชอบแบบไหน” คำตอบของเขายังคงทะลึ่งทะเล้นไม่เปลี่ยน
“วุ้ย ตาบ้า มาถามอะไรเนี่ย” ฉันหลุดขำออกมา ก่อนจะพิมพ์ด่าสวนกลับไปอย่างนึกขัน
“เอ้า อยากรู้จริงๆ นี่นา บอกหน่อยๆๆ” เขาเอ่ยรบเร้า

“ไม่รู้ๆๆ” ฉันตอบกลับแบบไม่รู้ไม่ชี้ แล้วหันไปให้ความสนใจกับลูกค้าที่เดินเข้ามาเลือกซื้อขนมที่หน้าร้าน พอเดินกลับมาดูที่หน้าจอโทรศัพท์ ก็พบว่าอีกฝ่ายนั้นยังพยายามพาวกเข้าเรื่องเดิมไม่ยอมหยุด
“เอาแบบมีปุ่มมั้ยล่ะ ผมมีติดตัวอยู่น้า อยากลองป่าว” ฟลุ๊คถามแหย่มาแบบลองเชิง ซึ่งฉันเองก็รู้ทันดี
“เอาไปใช้กับแฟนเธอเถอะย่ะ” ฉันพิมพ์สวนไป โดยหวังว่าการอ้างถึงแฟนของเจ้าตัวนั้นจะทำให้อีกฝ่ายยอมถอยฉากไปแต่โดยดี
“โอ๊ย อันนั้นไม่ต้องใช้อยู่แล้ว สบายหายห่วง” ดูสิ ดูเขาตอบกลับมาค่ะ

“ตามสบายเลยจ้ะ” ฉันตอบไม่ใส่ใจ
“แล้วของพี่เอากี่กล่องดี จะได้เตรียมไป 3 กล่องไหวมั้ย” เอาเข้าไป ยิ่งคุยกันอีตานี่ก็ยิ่งเลอะเทอะไปกันใหญ่ คำพูดของเขาแต่ละอย่างบ่งบอกชัดเจนว่าแอบคิดทะลึ่งตึงตังกับฉันอยู่ตลอดเวลา
“เว่อร์ละๆ ฝันไปเถอะ” ฉันพิมพ์ตอบไปแบบตัดความหวังเหมือนเดิม

“ตกลงคืนนี้ขอไปนอนกอดได้เป่า” ฟลุ๊คยังคงกระแซะถามไม่เลิก
“ถ้าไม่กลัวโดนแฟนพี่เพ่นกบาลก็มาเลย” ฉันท้าโดยยกสามีมาอ้าง แล้วกดส่งสติกเกอร์แลบลิ้นปลิ้นตาใส่
“ว่าแต่ แค่กอดอย่างเดียวจะพอเหรอ” ฉันแกล้งถามหยอก ให้อีกฝ่ายกระชุ่มกระชวยเล่นๆ
“ก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะอดใจไม่ไหวจริงๆ ก็ได้ อิอิ” เจ้าตัวก็พร้อมจะเล่นด้วยอยู่แล้ว
“ว้าย คนอะไร ไว้ใจไม่ได้เลย ถ้างั้นขอ 2 ยกเลยนะ” ฉันหยอดมุกต่อ

“ตกลงเย็นนี้นะ เจอกัน เดี๋ยวเก็บของแล้วไปรออยู่หน้าบ้านเลย” ฟลุ๊คย้ำมาแบบกึ่งจริงกึ่งเล่น
“มะเหงกแน่ะ” ฉันรีบสวนโครมเข้าให้เมื่อบทสนทนาเริ่มจริงจัง
“อย่าลืมจัดห้องนอนรอด้วยนะ ปัดฝ่งปัดฝุ่นด้วย” เจ้าตัวยังแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ตีมึนลูกเดียว
“นี่ใจคอคือกะจะนอนกับพี่อย่างเดียวเลยว่างั้น” ฉันประชด
“ก็ไม่ได้นอนอย่างเดียว อาจจะทำอย่างอื่นด้วย อิอิ” อีกฝ่ายตอบมาอย่างทะเล้น

“โอ๊ย นี่เราคุยเรื่องอะไรกันอยู่เนี่ย พอๆๆ ติดเรทเกินไปแว้วว” พอเห็นว่าชักจะเริ่มลงลึกกันเกินไป ฉันจึงตัดสินใจพิมพ์ตัดบทไปเลยดื้อๆ
“แง คิดถึงง่ะ อยากกอดจังเลยยยย” ฟลุ๊คอ้อน พร้อมกับส่งสติกเกอร์ตัวการ์ตูนทำหน้าตาน่าสงสารมาหา
“เออ คิดถึงเหมือนกันแหละ” ฉันเออออตาม พร้อมกับแอบอมยิ้มอยู่คนเดียวเงียบๆ

ถึงแม้ว่าฉันกับฟลุ๊คจะเริ่มสนิทกันจนสามารถพูดคุยเล่นในเรื่องทะลึ่งตึงตังแบบนี้ได้แล้ว แต่เราทั้งคู่ก็ยังไม่เคยเกินเลยแบบถึงเนื้อถึงตัวกันแม้แต่ครั้งเดียวนะคะ เนื่องจากตัวฉันนั้นยังไม่เคยมีประสบการณ์คบใครพร้อมกันทีละหลายคนแบบนี้มาก่อน มันก็เลยรู้สึกกล้าๆ กลัวๆ แค่คิดว่าตัวเองกำลังจะเผลอก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความดีและความชั่ว ในใจมันก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจนต้องรีบถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง ให้ความสัมพันธ์ของเรายังคงอยู่ห่างกันเท่าเดิม... ก่อนที่สุดท้ายแล้ว... ไอ้เจ้าระยะห่างที่ว่ามานั้น มันจะถูกสถานการณ์บีบบังคับให้หดแคบลงมาอย่างเฉียบพลัน จนกระทั่งริมฝีปากของเราทั้งคู่ต่างถูกประกบเข้าหากันจนแนบสนิท...

บ่ายวันหนึ่ง... ขณะที่ฉันกำลังเตรียมตัวจะปิดร้านเพื่อเตรียมไปรับลูกตามปกติ ฟลุ๊คที่รู้เวลาเปิด-ปิดร้านของฉันดีอยู่แล้ว ก็โผล่หน้ามาทักทายกันอย่างคนคุ้นเคย พร้อมกับเสนอตัวจะช่วยขนของกลับไปเก็บที่บ้านเหมือนที่ผ่านๆ มา ซึ่งฉันก็พยักหน้ารับไปอย่างง่ายๆ เนื่องจากท้องฟ้าในตอนนี้มันก็เริ่มที่จะครึ้มๆ ทำท่าเหมือนว่าฝนกำลังจะตกลงมาอยู่แล้ว ถ้ามีคนช่วยขนของไปด้วยอีกคน มันก็น่าจะเก็บร้านได้เร็วกว่าเดิม ซึ่งทันทีที่เราทั้งคู่ก้าวมากำลังจะถึงหน้าประตูรั้วบ้านปั๊บ เสียงฟ้าร้องครืนๆ ก็ดังกระหึ่มขึ้นมา พร้อมกับที่เม็ดฝนห่าใหญ่ก็ร่วงหล่นลงมาจากฟ้าราวกับอัดอั้นไว้ จนฉันต้องรีบร้องเรียกให้ฟลุ๊คแวะเข้ามาหลบฝนกันในบ้าน ก่อนที่จะเป็นปอดบวมกันเสียก่อน

“เกือบไปแล้วนะเนี่ย” ฟลุ๊คเปรยๆ ขึ้นมาพร้อมกับชะโงกหน้ามองฟ้าฝนจากทางหน้าต่าง
“นั่นสิ ดีนะว่าเมื่อเช้าเก็บผ้าเข้ามาแล้ว ไม่งั้นล่ะสงสัยคงได้ตากกันข้ามวันข้ามคืนแน่ๆ เลย” ฉันเสริม ขณะเก็บถุงเครื่องไม้เครื่องมือทำขนมเข้าไปในห้องครัว เสร็จแล้วจึงเดินกลับออกมา ก่อนจะยื่นผ้าขนหนูผืนใหญ่ส่งให้อีกฝ่ายเอาไปเช็ดหัวเพราะเห็นว่าโดนฝนเข้าไปชุดใหญ่
“บ้านพี่สะอาดดีนะ” ฟลุ๊คกล่าวชม พร้อมกับหันไปมองรอบๆ บ้าน ส่วนมือก็คอยขยับเช็ดผมตัวเองไปด้วย
“อือ ก็นิดนึงแหละ” ฉันตอบสั้นๆ

“แล้ว… ห้องนอนอยู่ไหนอ่ะ? ข้างบนนี้ใช่ป่ะ?” เขาหันมาถามหน้าทะเล้น แล้วชี้ไม้ชี้มือไปที่บันได ทำท่าเหมือนว่าจะผุดลุกขึ้นไปสำรวจที่ชั้นบน
“อารายๆ จะถามไปทำไม? หา?” ฉันรีบขัดคออย่างรู้ทัน
“ก็แค่อยากเห็นว่าห้องนอนพี่มันเป็นยังไงเฉยๆ” ฟลุ๊คตอบยิ้มๆ

“มองอะไรเล่า?” ฉันหลุดถามเขาออกไปด้วยความสงสัย เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่นั่งจ้องมาที่ฉันโดยไม่ยอมละสายตาไปไหนเสียที
“จะว่าไปเสื้อพี่มันก็บางเหมือนกันนะเนี่ย” คำตอบของฟลุ๊คทำให้ฉันรีบก้มลงมองสำรวจสภาพตัวเองทันที ก่อนจะพบว่าเสื้อชีฟองแขนกุดสีขาวของตัวเองนั้น มันกำลังเปียกแนบกระชับไปกับเรือนร่าง จนมองเห็นสัดส่วนและทรวดทรง รวมไปถึงสีสันของยกทรงที่สวมใส่อยู่ภายในได้อย่างชัดเจนเต็มสองตา

“ว้าย! ตายแล้ว” ฉันอุทานเสียงหลง พร้อมกับยกสองมือขึ้นห่อปกปิดลำตัวเอาไว้ด้วยความขวยเขิน
“เดี๋ยวพี่มานะ ขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บนึง” ฉันบอก ก่อนจะรีบลุกหนีขึ้นบันไดมาโดยไม่กล้าสบตากับอีกฝ่าย พอปิดประตูห้องนอนปุ๊บ ก็รีบยกแขนแล้วรูดเสื้อที่กำลังเปียกชื้นออกทางเหนือหัวอย่างรวดเร็ว

อารามที่กำลังอยู่ในภวังค์ตกใจ ทำให้ฉันไม่ทันฉุกคิดว่าควรที่จะกดล็อคประตูห้องก่อนที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้า และกว่าที่ฉันจะตระหนักได้ถึงเรื่องนี้ ก็หลังจากที่ได้ยินเสียงคนเปิดประตูห้องเข้ามา และหันไปเห็นใบหน้าเจ้าเล่ห์กับดวงตาที่เป็นประกายวับวาวของฟลุ๊ค กำลังจับจ้องมองมาที่เรือนร่างของฉันอยู่

“ว้าย! ฟลุ๊ค! เข้ามาทำไม!?” ฉันหลุดร้องออกมาด้วยความตกใจอีกครั้ง สภาพเนื้อตัวของฉันในตอนนี้คือท่อนบนเหลือแต่ยกทรงลูกไม้สีขาวที่กำลังห่อหุ้มปกปิดทรวงอกขนาดคัพบี ส่วนท่อนล่างก็กำลังรูดกางเกงยีนส์ลงมากองค้างอยู่ที่หน้าขา จนมองเห็นเนื้อผ้ากางเกงในมันๆ ลื่นๆ สีฟ้าอ่อน โผล่แง้มออกมาทักทายกับสายตาของหนุ่มรุ่นน้อง

“โห... ขาวไปทั้งตัวเลยครับพี่...” ฟลุ๊คหลุดครวญออกมาอย่างคนพร่ำเพ้อ
“ฟลุ๊ค! ออกไปก่อน พี่จะแต่งตัว!” ฉันพยายามเอ่ยเรียกสติด้วยเสียงดุๆ แต่ก็ดูเหมือนคำพูดของฉันจะลอยเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาของอีกฝ่าย เพราะสายตาของฟลุ๊คนั้นก็ยังคงจับจ้องอยู่ที่เรือนร่างกึ่งโป๊กึ่งเปลือยของฉันต่อไปเหมือนถูกสะกด หนำซ้ำยังค่อยๆ ขยับเดินหน้าเข้ามาประชิดตัวมากขึ้นทีละน้อยๆ

“นี่! พี่บอกให้ออกไปก่อนไง ฟังไม่รู้เรื่องเหรอ!?” ฉันตะคอกใส่แรงๆ ด้วยความกลัวจับใจ
“พี่นุช... ผมอดใจไม่ไหวแล้ว ขอผมกอดพี่เถอะนะ” ฟลุ๊คเอ่ยแล้วใช้สองมือโอบรวบร่างของฉันเข้าหาตัวโดยไม่คิดที่จะรอคำตอบ พอโดนเข้าไปแบบนี้หัวใจของฉันก็แทบจะเต้นหลุดทะลุออกมาจากอก มันเป็นความรู้สึกตื่นเต้นผสมปนเปกับความหวาดกลัว ที่ตัวเองไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ตรงหน้าได้เลย ในหัวเริ่มจินตนาการถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

“นี่... อย่าซี่... ปล่อย...” ฉันได้แต่ดิ้นขลุกๆ ร้องห้ามเสียงอ่อน เรี่ยวแรงที่เคยมีก็พลันหดหายไปอย่างเฉียบพลัน เมื่อถูกอ้อมแขนแน่นๆ ของอีกฝ่ายกอดกระชับจนลำตัวแนบเข้าหากันสนิท รู้สึกได้เลยว่าเหมือนมีอะไรตุงๆ แข็งๆ เป็นลำ กำลังเบียดเสียดอยู่ที่บริเวณหน้าท้องของตัวเอง
“ตัวพี่ทั้งนิ่มทั้งหอมจังเลย ผมชอบ” ฟลุ๊คเอ่ย แล้วก้มหน้าสูดกลิ่นกายของเราเข้าไปฟอดใหญ่จนเต็มปอด ก่อนที่สองมือของฟลุ๊คซึ่งเคยโอบกระชับร่างของฉันอยู่ จะค่อยๆ ไต่เลื้อยซุกซนลงมาที่บริเวณสะโพกและบั้นท้ายของฉันอย่างช้าๆ แล้วออกแรงบีบหมับเข้าไปเต็มกำมือ จนฉันรู้สึกแน่นตึงที่ก้นไปหมด

“อย่าซนซี่... ตาบ้า...” เสียงของฉันยิ่งแหบพร่าลงไปทุกที รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ แค่จะกลืนน้ำลายยังทำได้อย่างยากลำบาก แล้วนับประสาอะไรกับการเอ่ยปากห้ามปรามเด็กหนุ่มที่กำลังหื่นขึ้นหน้าแบบนี้ได้ล่ะคะ?
“ผมขอนะพี่” ฟลุ๊คอ้อนขอดื้อๆ พร้อมกับก้มหน้าลงไปซุกไซร้ที่บริเวณทรวงอกของฉันอย่างเมามัน ซึ่งแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ระบุว่าขออะไร แต่เป็นใครก็คงจะเดาได้ไม่ยากแหละ ในเมื่อการกระทำมันบ่งชัดซะขนาดนี้

“อือ... อออ ไม่เอา ปล่อยเดี๋ยวนี้...” ฉันเริ่มรู้สึกกังวลขึ้นมาอย่างจริงจัง เพราะถึงแม้ว่าในใจลึกๆ จะแอบรู้สึกมีใจชอบพอกันอยู่ แต่จู่ๆ จะให้มายอมพลีกายให้กับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่สามีในบ้านตัวเองง่ายๆ มันก็ดูจะเป็นพฤติกรรมของผู้หญิงร่านสวาทเกินไปสักหน่อย

“เถอะน่า... ผมรู้นะว่าพี่ก็เงี่ยนเหมือนกัน” คำพูดตรงๆ ดิบๆ จากปากฟลุ๊ค ทำเอาฉันถึงกับนิ่งอึ้งตัวแข็ง หมดสิ้นเรี่ยวแรงจะต่อต้านขัดขืนใดๆ ได้อีก ไอ้ครั้นจะให้พูดแย้งอะไรกลับไปก็คงจะดูป่วยการ ในเมื่อหลักฐานตรงกลางหว่างขาของตัวเอง มันดันออกอาการชุ่มฉ่ำจนเห็นเป็นคราบซึมออกมาที่เป้ากางเกงในอยู่แบบนี้ พูดไม่พูดเปล่า ฟลุ๊คยังใช้นิ้วมือกดคลึงสัมผัสที่ส่วนนั้นของฉันเบาๆ จนฉันเผลอหลุดส่งเสียงครางออกไปด้วยความรู้สึกเสียวสยิว

“อุ๊ย! สสส.... ซี้ดส์... สสส์... ยะ... อย่าจับตรงนั้น...” ฉันแหงนหน้าเริ่ดหลับตาปี๋ พร้อมกับสูดปากเสียงสั่น มือซ้ายที่แตะลงไปบนท่อนแขนของฟลุ๊คนั้นไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะหยุดยั้งหรือต่อต้าน เพียงทำหน้าที่ยึดจับประคองไม่ให้ตัวเองแข้งขาอ่อนจนหกล้มลงไปเท่านั้น
“หอยพี่มันแฉะไปหมด แสดงว่าชอบให้ผมทำแบบนี้ใช่มั้ย?” ฟลุ๊คเอ่ยกระซิบข้างหู พร้อมกับเร่งนิ้วมือกดคลึงเน้นๆ ที่กลางร่อง

ความที่ห่างจากเรื่องพวกนี้ไปนานๆ โดยไม่เคยได้ระบายออก จึงทำให้อารมณ์ความต้องการของฉันมันถูกเก็บกดสะสมเอาไว้ภายในร่างกายค่อนข้างมาก พอโดนอีกฝ่ายกระตุ้นสัมผัสแค่เพียงนิดเดียว ก็เลยออกอาการอ่อนระทวย ปล่อยให้เขาได้ลวนลามลูบไล้ร่างกายไปตามใจชอบ ยิ่งลูบก็ยิ่งเสียว... ยิ่งเสียวก็ยิ่งฉ่ำแฉะ... เป้ากางเกงในของฉันในตอนนี้จึงเปียกเยิ้มจนมองเห็นทะลุไปถึงผิวเนื้อและเส้นขนอ่อนนุ่มด้านใน

“โอ๊ยฟลุ๊ค... ฮือ... สสส... ซี้ดส์ อาห์” ฉันพยายามเก็บกักเสียงครางของตัวเองเอาไว้ด้วยความยากลำบาก
“เสียวหอยใช่มั้ยพี่?” เขาถามปลุกเร้า ในจังหวะที่กำลังล้วงสอดปลายนิ้วให้มุดหายเข้าไปในร่องหลืบ
“อู๊ย.... สสสส... ซี้ดส์ อย่าแหย่... เข้าไป... อือ... อออ มันเสียว...” ฉันครางเสียงสั่น หลับตาปี๋ น้ำเสียวภายในยิ่งแตกทะลักทลายออกมาไม่หยุดหย่อน

พอส่งนิ้วกลางเข้าไปได้ครึ่งข้อ ฟลุ๊คก็เริ่มออกแรงแยงนิ้วเข้าออกในร่องเสียวของฉันแบบช้าๆ เริ่มจากจังหวะเบาๆ สั้นๆ ก่อนที่จะค่อยๆ ออกแรงกดจนปลายนิ้วเรียวยาวจมหายเข้าไปได้ทั้งข้อนิ้ว แล้วขยับเสียบเข้าเสียบออก ในจังหวะที่เร็วขึ้น... ลึกขึ้น... จนฉันตัวแอ่นงอเป็นกุ้ง

“อ๋าย... ซี้ดส์... อ่ะ... อือ... อออออ โอ๊ย พี่เสียว... วววว” ฉันละล่ำละลักร้องครางอย่างไม่อาจห้ามใจ เมื่อโดนอีกฝ่ายทั้งแหย่ทั้งแยง พร้อมกับใช้นิ้วโป้งคลึงเขี่ยไปมาที่บริเวณปุ่มเสียวด้านนอก ลีลาเล้าโลมที่ลื่นไหลของเด็กหนุ่มรุ่นน้องทำให้ฉันถึงกับตะลึงพรึงเพริด จนลืมเรื่องความผิดชอบชั่วดีไปชั่วขณะ และเผลอแอ่นหน้าขาให้อีกฝ่ายได้เขี่ยขยี้แบบถนัดมือ

ฟลุ๊คจับรูดกางเกงในที่แฉะชื้นของฉันลงไปกองรวมกับกางเกงยีนส์อยู่ที่ข้อเท้า ก่อนจะขยับใบหน้าเข้ามาประชิดหว่างขา แล้วก้มลงจูบที่ร่องเสียวของฉันตรงๆ พร้อมกับลากลิ้นตวัดยาวๆ

“อ๋าย! ซี้ดส์... สสสส์... โอ๊ยฟลุ๊ค... โอ๊ย... ยยยยย สสส...” ฉันหลุดครางเสียงสั่นสะท้าน เผลอใช้สองมือขยุ้มจิกลงไปที่เส้นผมของเขาอย่างลืมตัว เพราะโดนลิ้นสากๆ ของเขากดจ่อเข้ามาที่ปุ่มเสียวอย่างจัง

ปากของฟลุ๊คทั้งดูดทั้งดุนอยู่ที่เนินสาวราวกับว่าจะกลืนกินฉันเข้าไปทั้งตัว เขาตวัดลิ้นดูชิมน้ำสวาทของฉันอย่างเอร็ดอร่อย ราวกับว่ามันคือน้ำหวานที่รสชาติถูกปากถูกใจ ในขณะที่นิ้วมือก็ยังคงสอดแยงเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ เพียงครู่เดียวฉันก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะเสร็จ

“ฟลุ๊ค... โอ๊ย... ยยย พี่... พี่ สสส… อ่ะ... อ๋าง... งงงงงง!!” ฉันแหกปากร้องเสียงดังลั่น พร้อมกับอาการตอดขมิบภายในร่างกายอย่างรุนแรง ในจังหวะที่ตัวเองกำลังขึ้นถึงจุดสุดยอด ยิ่งเห็นฉันเสร็จฟลุ๊คก็เหมือนจะยิ่งได้ใจ และยิ่งออกแรงลงลิ้นแยงนิ้วใส่ฉันแรงๆ รัวๆ จนฉันแทบจะขาดใจตายให้ได้
“โอ๊ะ! โอ๊ย ซี้ดส์ พอแล้ว... วววว พะ... พอแล้ว... พี่ไม่ไหวแล้ว... อ๋าย... ยยยยย” ฉันร้องโหยหวน เนื้อตัวสั่นกระตุกอย่างรุนแรงอยู่ในอุ้งมือของเขา

มันเป็นความสุขสุดยอดที่ฉันเฝ้าโหยหาจากสามีมาโดยตลอด แต่วันนี้ผู้ที่มอบความสุขเหล่านั้นให้ กลับกลายมาเป็นเด็กหนุ่มร้านกาแฟที่พึ่งจะรู้จักกันมาได้ไม่ถึง 2 เดือนดี... อาการอิ่มสุขที่เกิดขึ้นกับร่างกายทำให้ฉันถึงกับเข่าอ่อนแทบจะทรุดตัวลงไปกองกับพื้น ดีว่ายังมีอุ้งมือของเขาที่ช่วยประคองร่างอยู่ ฟลุ๊คใช้ลิ้นกับนิ้วเล่นงานจนฉันหมอบราบคาบแก้ว หมดเรี่ยวแรงจะต่อต้านอย่างสิ้นเชิง ได้แต่ปล่อยให้เขาประคองพาร่างที่อาบชโลมไปด้วยหยาดเหงื่อของตัวเอง ไปนอนหอบหายใจพักอยู่บนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน สองขาถ่างอ้าออกจากกันอย่างหมดสภาพ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ลอกคราบเสื้อผ้าที่เหลืออยู่ของฉันออกจนกระทั่งเนื้อตัวล่อนจ้อน

ฉันเผยอปรือตามองฟลุ๊คหันไปจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองทีละชิ้นๆ อย่างคล่องแคล่ว แม้ว่าจะตระหนักรู้ตัวดีว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำอะไรต่อ แต่ด้วยความที่พึ่งจะเสร็จกิจถึงจุดสุดยอดไปหมาดๆ จึงทำให้ฉันหมดสิ้นแรงที่จะลุกขึ้นต่อต้าน หรือเอ่ยปากห้ามปรามใดๆ ออกไปได้อีก ได้แต่จับจ้องมองภาพร่างอันเปลือยเปล่าของอีกฝ่ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ๆ จนจวนเจียนที่จะจ่อประชิดเข้ามาที่หว่างขาอยู่แล้ว ก่อนที่ฉันจะทันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“ฟลุ๊ค! ถุง! ใส่ถุงก่อน!” ฉันหลุดร้องเตือนออกไปด้วยอารามตกใจ ในหัวตอนนั้นไม่ได้คิดเรื่องจะห้ามปรามอะไรอีกแล้วล่ะค่ะ แต่อย่างน้อยๆ ก็ต้องพยายามป้องกันให้ตัวเองปลอดภัยเอาไว้ก่อน
“เวรล่ะ ผมไม่ได้เตรียมมาอ่ะดิ” ฟลุ๊คสบถออกมาอย่างหัวเสีย ไม่รู้ว่าหงุดหงิดที่ตัวเองลืมเอาถุงยางมา หรือหงุดหงิดที่ฉันไม่ยอมให้สอดใส่แบบสดๆ กันแน่

“พี่มี... อยู่ที่ลิ้นชักนั่น” ฉันชี้ทางสว่างให้กับเขา เพราะกลัวว่าถ้ายังมัวทำนิ่งเฉยอยู่ เขาจะเกิดหุนหันพลันแล่นจนฝืนทำต่อทั้งๆ ที่ไม่ได้สวมถุงยางเอาได้
“เยี่ยมไปเลยฮะ” ฟลุ๊คหันมาส่งยิ้มให้ แล้วเดินไปหยิบซองถุงยางที่เก็บอยู่ในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง ออกมาฉีกสวมใส่ให้กับไอ้หนูของตัวเอง

ขนาดที่เห็นคร่าวๆ ดูแล้วก็น่าจะไม่ได้ต่างอะไรจากของพี่ดำเท่าไหร่ เพียงแต่ดูจะยื่นยาวกว่าของสามีอยู่นิดหน่อย พอเห็นอาวุธประจำกายของเขาในถุงยางแบบชัดๆ แล้ว ฉันก็เผลอกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อกด้วยความตื่นเต้น เพราะรู้ตัวดีว่ากำลังจะเกิดอะไรในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ในหัวก็เอาแต่คิดทบทวนอยู่ซ้ำๆ ว่าควรจะไปต่อหรือจะฝืนหยุดอยู่แค่ตรงนี้ดี แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะตัดสินใจอะไรได้ ร่างของฟลุ๊คก็มุดเข้ามาประชิดตัวถึงที่กลางหว่างขาเสียแล้ว...

“ไม่ต้องเกร็งนะพี่” เสียงฟลุ๊คดังเรียกสติของฉันให้กลับมาสนใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า พร้อมๆ กับความรู้สึกเสียวๆ หน่วงๆ ที่ปากทางเข้าของร่องเสียว ซึ่งกำลังถูกไอ้หนูของอีกฝ่ายกดมุดทิ่มเข้ามาแค่บริเวณส่วนหัว
“อุ๊บ... สสส... ซี้ดส์...” ฉันหลุดปากส่งเสียงครางออกไปสั้นๆ เรือนร่างออกอาการเกร็งขมิบด้วยความรู้สึกหวั่นๆ อยู่ในที

ฟลุ๊คใช้มือดันหน้าขาของฉันให้แหกอ้ากว้างขึ้นกว่าเดิม แล้วเอาไปวางพาดไว้ที่ท่อนแขน เพื่อที่ว่าเขาจะได้กดใส่ไอ้หนูของตัวเองเข้ามาข้างในได้แบบสะดวกยิ่งขึ้น เสร็จแล้วจึงออกแรงเกร็งสะโพก ดันอาวุธประจำกายของตัวเองให้มุดเข้ามุดออกเป็นจังหวะเนิบๆ ช้าๆ เพื่อให้ร่องเสียวของฉันได้คุ้นเคยกับขนาดของดุ้นเนื้อที่กำลังสอดใส่เข้ามา ความเปียกชื้นที่ปากทางเข้า ทำให้ไอ้หนูของเขาสามารถสอดลึกเข้ามาได้สุดโคน จนปลายหัวของมันทิ่มลึกไปถึงผนังด้านใน หน้าขาของเราทั้งคู่แนบสนิทชิดเข้าหากันเป็นเนื้อเดียว

“อู๊ย ฟลุ๊ค... พี่จุกเหลือเกิน อือ... อออ” ฉันร้องบอกเขาอย่างหมดแรง รู้สึกจุกๆ หน่วงๆ ที่มีอะไรแข็งๆ ยาวๆ เสียบค้างอยู่กลางร่าง จนกระดิกกระเดี้ยแทบไม่ออก
“ซี้ดส์... หอยพี่แน่นมาก มันรัดซะจนผมเสียวหัวควยไปหมด” ฟลุ๊คตอบเสียงกระเส่า แต่ยังพยายามออกแรงกระดกสะโพกเข้าออกไม่ขาด ซึ่งฉันก็เผลอแอ่นหน้าขารับการกระแทกอย่างพร้อมเพรียง

พอด้านล่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง ฟลุ๊คก็หันมาให้ความสนใจกับลำตัวท่อนบนของฉันบ้าง เขาใช้มือบีบคลึงที่หน้าอกทั้งสองข้างของฉันอย่างมันมือ ใช้นิ้วเขี่ยคลึงเล่นอยู่ที่หัวนมย้ำๆ ซ้ำๆ จนส่วนยอดของมันออกอาการแข็งเป็นไตและชี้สู้มือ ลีลากระแทกที่บั้นเอวของเขาเล่นเอาฉันแทบสติหลุด และเริ่มรู้สึกเสียววูบวาบขึ้นมา ทั้งๆ ที่พึ่งเสร็จกิจไปรอบนึงแล้ว

“เสียวมั้ยพี่?” เขาเอ่ยถามยั่วเย้าด้วยน้ำเสียงซุกซน
“อึ่ก... อือ... อื้อ... ออออออ” ฉันพยายามเม้มปากไว้แน่น ไม่ให้คำตอบหลุดลอดออกไปจากปาก พอฟลุ๊คเห็นแบบนั้นเข้าก็ออกอาการขุ่นเคืองใจเล็กๆ และยิ่งออกแรงกระทุ้งกระแทกหนักๆ จนฉันต้องหลุดปากส่งเสียงครวญครางออกไปแบบสุดกลั้น

“อ๋อย... ซี้ดส์... โอ๊ยฟลุ๊ค โอ๊ยมันเสียว... ววววว อ๋าย... ยยยยย” ฉันร้องบอกพร้อมกับเผลอเอาแขนโอบรอบลำคอของเขาอย่างลืมตัว และทำให้อีกฝ่ายเผยรอยยิ้มพอใจออกมาในที่สุด แล้วก้มหน้าเข้ามาใกล้ทำท่าว่าจะจูบปาก แต่ฉันรีบสะบัดหน้าหันหลบอย่างไม่เต็มใจ เมื่อเห็นว่าจูบปากไม่ได้เขาก็ไม่เร่งรัดอะไร และหันไปใช้ปากเล่นกับหน้าอกหน้าใจของฉันแทน

ลีลาของเขาทำให้ฉันเผลอนึกเปรียบเทียบกับสามีขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ด้วยความที่ช่วงหลังๆ นั้น เวลาที่เราสองคนมีอะไรกัน พี่ดำก็แทบจะไม่ได้สนใจปลุกอารมณ์ให้ฉันสักเท่าไหร่ อย่าว่าแต่จะเล้าโลมกันเลย แค่จะจูบปากตอนที่มีอะไรกันยังต้องให้ฉันเป็นฝ่ายเปิดฉากก่อนด้วยซ้ำ ซึ่งตรงข้ามกันกับลีลาร่วมรักของฟลุ๊ค ที่นอกจากจะปลุกเร้าสัมผัสร่างกายของฉันไปเสียทุกส่วนแล้ว เจ้าตัวยังรู้จุดและรู้ใจ ว่าส่วนไหนที่ฉันชอบให้ใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุดอีกต่างหาก ฉันยอมรับว่าเขาเก่งกว่าสามีของฉันค่อนข้างมาก แต่ละครั้งที่เขาสอดใส่แก่นกายเข้ามา มันทั้งหนักหน่วง ทั้งรวดเร็ว และทำให้ฉันเสียวซ่านจนแทบลืมหายใจ อาจเพราะด้วยวัยที่ยังหนุ่มแน่น เรี่ยวแรงและกำลังวังชาต่างๆ จึงยังสมบูรณ์พร้อม รวมถึงเรื่องของอารมณ์ความต้องการที่ย่อมมีมากกว่าผู้ใหญ่วัยทำงานอยู่แล้ว และที่เยี่ยมยอดไปกว่านั้นก็คือ เขายังคอยสังเกตอารมณ์ความรู้สึกของฉันในตอนที่เรากำลังทำกันอยู่ตลอด มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นคนพิเศษสำหรับเขาจริงๆ

“อูย... ยยย พี่นุช ผมจะแตกอยู่แล้วนะ... ซี้ดส์” ฟลุ๊คออกแรงขย่มฉันอยู่ราวๆ 5 นาทีก็ละล่ำละลักร้องครวญบอกอาการเสียวซ่านให้ได้ยิน
“ฮือ ฟลุ๊ค... พี่เสียว... วววว อ่ะ... อ๋อย... ยยยย” ฉันครวญครางตอบ ไม่ได้ตั้งใจฟังด้วยซ้ำว่าเขาพูดอะไรอยู่
“ซี้ดส์... มะ... ไม่ไหวแล้วพี่... อู๊ย... แตก... แตกแล้วโว้ย!” เขาคำรามกัดฟันกรอดๆ ใช้มือจับยึดสะโพกของฉันไว้แน่น พร้อมกับออกแรงกดกระทุ้งหน้าขารัวๆ เสียงผิวเนื้อของเราตีกันดังสนั่น ปั้บ! ปั้บ! ปั้บ! ปั้บ!! ร่างของฟลุ๊คออกอาการจิกเกร็งอย่างรุนแรง แหงนหน้าหลับตาปี๋ พร้อมกับส่งเสียงครวญครางออกมายาวๆ อย่างสาสมใจ ในขณะที่ท่อนล่างยังคงโขยกใส่ร่างของฉันอย่างต่อเนื่อง

“โอ๊ย ฟลุ๊ค! ยะ... อย่าหยุดนะ... อย่าหยุด... สสส.... ซี้ดส์... อ๋อย พี่ใกล้แล้ว... ระ... แรงๆ เลยฟลุ๊ค แรงๆ เลย!” จังหวะกระแทกที่เร็วระรัวของเขา พาให้อารมณ์ใคร่ของฉันไต่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนจวนเจียนที่จะระเบิดออกมาอีกรอบ จังหวะนั้นน่ะฉันลืมเลือนเรื่องสำนึกผิดชอบชั่วดีไปจนหมดสิ้นแล้ว หวังเพียงแค่จะได้ปลดปล่อยระเบิดอารมณ์ความใคร่ออกมาให้สมอยาก
“อุ๊! ซี้ดส์... อ๋อย... ยยยยยย พี่เสร็จ... อีกแล้ว... ววว อ๋า!!!” ฉันแหกปากหวีดร้องเสียงสั่น พร้อมๆ กับอาการเสียววูบวาบที่แตกทะลักทลายออกมาจากภายใน จนเปียกชุ่มไปทั้งหน้าขา

ร่างเปลือยเปล่าของเราสองคนนอนหอบหายใจอยู่ข้างอย่างรวยริน ฉันแอบลอบชำเลืองมองใบหน้าของเขาที่ยังนอนหอบหายใจหลับตาอยู่ พร้อมกับคิดอะไรอยู่เงียบๆ ในหัว พอเขาลืมตาขึ้นมาเห็น จึงหันมาส่งรอยยิ้มให้อย่างร่าเริง

“พี่ได้ผมแล้ว อย่าลืมรับผิดชอบผมด้วยนะ” คำพูดกวนๆ ของเขาทำให้ฉันหลุดขำออกมาจนได้
“บ้าสิ เธอต่างหากที่ได้พี่... แล้วแบบนี้จะทิ้งกันเลยมั้ยเนี่ย?” ฉันเอ่ยถามลองใจเล่นๆ
“ไม่มีทาง คนนี้รักจริง รักมากกว่าแฟนพี่เสียอีก” เขาตอบทันควันอย่างมั่นใจ เรียกรอยยิ้มให้ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของฉัน
“เอาเหอะ แล้วจะคอยดู๊” ฉันเอ่ย พร้อมกับใช้นิ้วลากเล่นอยู่ที่หน้าอกของชู้รักคนนี้ด้วยความสุขใจ...

=======================================
Chapter 2 ชัยชนะของฟลุ๊ค
=======================================

ผมชื่อฟลุ๊คครับ อายุ 21 ปี เป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่ที่ร้านคอฟฟี่ช็อปเล็กๆ แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โดยประจำอยู่ที่ร้านในช่วงกะเช้าถึงบ่าย 3 ซึ่งแม้ว่ามันจะไม่ใช่งานที่ดีเด่อะไรมากมาย แต่ก็ถือว่าเป็นงานที่ค่อนข้างโอเคสำหรับเด็กหนุ่มที่ไม่มีวุฒิการศึกษาสูงๆ แบบผมแล้วล่ะ เพราะนอกจากจะเป็นงานที่สะดวกสบายและมีเวลาว่างค่อนข้างมากแล้ว มันยังทำให้ผมมีโอกาสได้พบเจอกับบรรดาลูกค้าสวยๆ ทั้งสาวน้อยและสาวใหญ่ที่แวะเวียนมาใช้บริการที่ร้านกาแฟแห่งนี้... ใช่ครับ นอกจากงานประจำที่คอยเสิร์ฟเครื่องดื่มแล้ว งานอดิเรกของผมก็คือการเสิร์ฟความรักให้กับบรรดาลูกค้าขาประจำพวกนี้นี่แหละ...

ถึงแม้ว่าตัวผมเองจะมีเมียอยู่แล้ว แต่ตามประสาของผู้ชายอย่างเราๆ เวลาเจอสาวถูกใจ มันก็มักจะอดไม่ได้ ที่จะต้องเข้าไปทำความรู้จักอยู่ดีนั่นแหละ จริงมั้ยครับ? ซึ่งก็อาจจะเป็นเพราะเบ้าหน้าของผมที่มันค่อนข้างจะหล่อเหลาเอาการ บวกกับการเป็นคนช่างฉอเลาะและปากหวาน ก็เลยทำให้สาวๆ ส่วนใหญ่ที่ผมเล็งๆ จีบๆ เอาไว้ มักจะยินยอมให้ผมแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนถึงห้องนอนของพวกเธอแทบจะทุกคน และไม่เพียงแค่เฉพาะสาวโสดเท่านั้นที่เป็นเป้าหมายของผม สำหรับลูกค้าสาวๆ สวยๆ บางคนที่แม้ว่าจะมีแฟนหรือมีครอบครัวอยู่แล้ว แต่ผมก็จะพยายามคุยๆ หยอดๆ ทิ้งเอาไว้เสมอ หากพบว่าคนไหนมีท่าทีว่าจะยอมเล่นด้วย ก็ค่อยไปหาโอกาสสานต่อกันทีหลัง ซึ่งถึงแม้ว่าผมจะแอบนอกกายเมีย ไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นอยู่บ่อยๆ แต่สำหรับเรื่องของหัวใจแล้ว ผมน่ะไม่เคยแบ่งใจจากเธอไปให้ผู้หญิงคนไหนเลยแม้แต่ครั้งเดียวนะครับขอบอก...

เมียผมชื่อ ‘หวาน’ ครับ เธอเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนอาชีวะ อายุอ่อนกว่าผม 2 ปี หวานถือเป็นผู้หญิงที่หน้าตาสะสวยที่สุดคนนึงของโรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่รอบล้อมไปด้วยนักเรียนหนุ่มๆ ฮอร์โมนพลุ่งพล่าน จึงไม่แปลกที่จะมีหนุ่มๆ มารุมขายขนมจีบเธอเต็มไปหมด และผมก็แสนจะภาคภูมิใจที่สามารถพิชิตใจเธอมาครองได้ ทั้งๆ ที่เธอเองก็มีตัวเลือกคนอื่นที่ดูดีกว่าผมให้เลือกตั้งเยอะแยะ หวานเป็นผู้หญิงรูปร่างอวบอิ่ม แม้จะยังไม่ถึงขั้นอวบอ้วน แต่ก็พูดได้ว่าเธอไม่ใช่คนร่างผอมบางแน่ๆ ซึ่งความอวบอัดของเธอก็สะท้อนออกมาผ่านทางหน้าอกหน้าใจขนาดคัพซี ซึ่งชวนให้ควยแข็งทุกครั้ง เวลาที่เห็นเธอก้มลงหยิบของ จนคอเสื้อมันเปิดกว้างเข้าไปถึงร่องอกที่หกล้นอยู่ด้านใน ผมใช้เวลาอยู่ราวๆ 2-3 เดือน ในที่สุดก็สามารถอ้อนขอมีอะไรกับเธอได้ ก่อนจะพบว่าตัวเองนั้นคือผู้ชายคนแรกในชีวิตของเธอ ซึ่งก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกรักและทะนุถนอมเธอมากขึ้นไปอีก เราทั้งคู่มักจะหลบมาใช้เวลาขลุกอยู่ด้วยกันที่หอพักของผมแบบสองต่อสองเสื้อผ้าไม่เกี่ยว อย่างน้อยๆ อาทิตย์หนึ่งก็ต้องมี 4-5 วันนี่ล่ะ

เรื่องวุ่นวายมันมาเกิดเอาตอนที่ผมเรียนจบหมาดๆ นี่แหละ ด้วยความประมาทของเราทั้งคู่(หลักๆ ก็ต้องโทษตัวผมเองแหละนะ ที่รบเร้าขอเอากับเธอแบบสดๆ ไม่ใส่ถุงตลอด) จึงทำให้หวานเกิดท้องขึ้นมากลางคัน จนที่บ้านของเธอโกรธมาก และพากันมาเอาเรื่องกับพ่อแม่ผม ก่อนที่สุดท้ายแล้วเราสองคนจะต้องจดทะเบียนเป็นผัวเมียกันอย่างเป็นทางการ และทำให้หวานต้องหยุดเรียนกลางคันไปด้วย เพื่อไม่ให้ตกเป็นที่นินทาของเพื่อนๆ คนอื่นๆ เราสองคนย้ายออกมาเช่าห้องอยู่ด้วยกัน ภายหลังจากที่ผมได้งานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่นี่ โดยพกความหวังว่าจะเริ่มต้นสร้างครอบครัวด้วยกันอย่างจริงๆ จังๆ แต่ก็น่าเสียดายที่สุดท้ายแล้วทุกอย่างมันไม่เป็นไปตามที่เราวาดฝันเอาไว้ เพราะหวานดันเกิดแท้งขึ้นมาเสียก่อน... มันเป็นช่วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมานของเราทั้งคู่ หวานเสียใจมากจนมีอาการซึมเศร้าอยู่ตลอดเวลา เธอโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุทำให้ลูกตาย เพราะเลือกที่จะมีอะไรกับผมทั้งๆ ที่ท้องโตขึ้นทุกวันๆ ซึ่งผมเองก็ต้องพยายามให้กำลังใจและคอยปลอบให้เธอหยุดร้องไห้อยู่ร่วมๆ 2 ปี จนเธอค่อยๆ กลับมาร่าเริงอีกครั้ง

ความสูญเสียในครั้งนั้นทำให้หวานค่อนข้างตั้งแง่กับเรื่องเซ็กส์ไปเลย จนคล้ายว่าจะไม่ยอมมีอะไรกับผมอีก ผมต้องปลุกต้องปล้ำเมียตัวเองอยู่พักใหญ่ๆ กว่าที่จะสามารถยัดเยียดความเป็นผัวให้กับเธอได้อีกครั้ง และทำให้ชีวิตรักของเราทั้งคู่เริ่มกลับคืนสู่สภาวะปกติสุขได้ในที่สุด... กระทั่งเมื่อหวานพบว่าตัวเองกำลังตั้งท้องลูกคนที่สองนั่นแหละ ความรู้สึกอึดอัดจึงค่อยๆ กลับมาครอบงำครอบครัวของเราอีกครั้ง หลังรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก หวานก็ยื่นคำขาดให้ผมฟังทันที ว่าต่อไปนี้เราทั้งคู่จะต้องงดกิจกรรมบนเตียงกันอย่างเป็นทางการ เพราะเธอกลัวว่าผลของมันจะไปกระทบกระเทือนถึงลูกในท้องเอาได้ ซึ่งแม้ว่าผมเองจะพยายามอ้อนขอเธอยังไง แต่หวานก็ยังคงยืนกราน และทำให้ผมต้องยอมตกลงกับเธอไปอย่างเสียมิได้ เพราะไม่อยากเธอต้องมานั่งรู้สึกวิตกกังวลใดๆ อีก ในเมื่อกำลังท้องกำลังไส้อยู่แบบนี้ แถมเธอเองก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีอารมณ์เท่าไหร่ อันเป็นผลมาจากอาการแพ้ท้องที่เกิดขึ้น

การที่เราสองคนผ่านเรื่องราวเจ็บปวดร่วมกันมา จึงทำให้ผมยิ่งรักและเป็นห่วงเธอมากขึ้นกว่าเดิม จนแน่ใจแล้วว่านี่คือผู้หญิงที่ผมต้องการให้เป็นแม่ของลูก และในเมื่อหวานเองไม่ต้องการที่จะมีอะไรกัน ผมเองก็พร้อมที่จะตอบสนองความต้องการของเธอ เพราะไม่อยากให้เธอต้องรู้สึกอึดอัดและไม่มีความสุข ถึงแม้ว่าตัวเองจะรู้สึกอดอยากปากแห้งแค่ไหนก็ตาม แต่เพื่อหวานแล้ว... ผมยอมได้ทุกอย่างครับ ซึ่งพอเล่ามาถึงตรงนี้ คุณเองก็คงจะพอรู้แล้วใช่มั้ย ว่าผมตัดสินใจหาทางออกกับปัญหานี้ยังไง? ก็ในเมื่อคนที่บ้านไม่ยอมมีอะไรด้วย... เราก็ต้องไประบายเอากับคนอื่นนอกบ้านแทนสิครับ ไม่เห็นจะยากเลย โดยที่เป้าหมายหลักๆ ของผมก็ไม่พ้นพวกลูกค้าสาวๆ ที่เจอะเจอหน้ากันอยู่ทุกวันนั่นแหละครับ ซึ่งสาวๆ บางคนที่ยังโสดและไม่มีคู่ครอง ก็ล้วนแล้วแต่เต็มใจที่จะตอบสนองเพื่อแก้เหงาอยู่แล้ว

และนอกจากลูกค้าที่มานั่งกินกาแฟในร้านแล้ว เป้าหมายรองๆ ของผมก็ยังครอบคลุมไปถึงบรรดาแม่ค้าสาวๆ คนอื่นๆ ที่เปิดร้านอยู่ภายในตลาดแห่งนี้ด้วย ซึ่งเป้าหมายอันดับหนึ่งของผมในตอนนี้ ก็คือพี่นุช พี่สาวเจ้าของร้านขนม ที่พึ่งจะมาเปิดกิจการเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ผมจำได้ว่าเคยเห็นหน้าเธอมาเดินซื้อของที่ตลาดแห่งนี้กับลูกสาวบ่อยๆ ตอนนั้นก็ยังไม่คิดเลยว่าเธอจะตัดสินใจมาเปิดร้านของตัวเองที่นี่กับเขาด้วย แค่เพียงครั้งแรกที่ได้เห็นเธอก็ทำให้หัวใจของผมเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ เธอเป็นผู้หญิงหน้าหวาน แต่ดันมีดวงตาฉายที่แววดุดัน คิ้วหนาเข้มยิ่งขับเน้นแววตาของเธอให้โดดเด่นขึ้นไปอีก แต่พอเวลาที่เธอเผยรอยยิ้มนี่สิ ดวงตาดุๆ ที่ว่าก็พลอยหดหยีเล็กลง จนโลกทั้งใบแทบจะกลายเป็นสีชมพู

ผมพยายามเข้าไปตีสนิทจีบเธออยู่ร่วมๆ อาทิตย์ กว่าที่พี่นุชจะยอมคุยเล่นกับผมด้วย บางทีเธอก็จะแวะเวียนมาอุดหนุนกาแฟที่ร้านของผมบ้างเป็นระยะๆ ซึ่งทุกครั้งก็มักจะลงเอยด้วยการพูดจาหยอกล้อกันอย่างเป็นกันเอง และพอเห็นว่าเธอไม่มีลูกมือหรือลูกน้องคอยช่วยงาน ผมจึงมักจะอาสาไปช่วยเธอหิ้วข้าวของกลับบ้านให้เสมอ จนเราสองคนเริ่มจะสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ พี่นุชเองก็เหมือนจะรู้ว่าผมกำลังคิดอะไรกับเธอ ช่วงหลังๆ เธอก็เลยเหมือนจะพยายามรักษาระยะห่างระหว่างเราสองคน ไม่ให้มันเกินเลยไปมากกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าความพยายามของเธอนั้นไม่เป็นผลหรอกครับ เพราะเมื่อผมตั้งใจว่าอยากได้อะไรแล้ว ก็จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเดินหน้าไปคว้ามันมาให้ได้ ไม่ต่างอะไรจากตอนที่ตัดสินใจว่าจะจีบหวานนั่นแหละครับ ผมเองน่ะรู้ดีว่าชีวิตคู่ของเธอกำลังอยู่ในช่วงที่ไม่ค่อยจะมีความสุขสักเท่าไหร่ ด้วยความที่ผัวเธอเป็นคนบ้างาน จึงมักจะเผลอปล่อยให้เธอต้องรู้สึกเหงาๆ อยู่คนเดียวบ่อยๆ ยิ่งรู้ว่าเธอกำลังเหงา ผมก็เลยยิ่งเสนอตัวเข้าไปเป็นเพื่อนคลายความเหงาให้เธอ ทำให้เธอนึกถึงผมบ่อยๆ จนสุดท้ายแล้วเธอก็ยอมเปิดใจที่จะคบเป็นกิ๊กกับผมในที่สุด

แต่ถึงพี่นุชจะยอมกิ๊กกั๊กกับผมแล้ว ก็ใช่ว่าเธอนั้นจะยอมให้ผมได้ฟันเธอเลยนะครับ เพราะยิ่งผมพยายามตะล่อมกล่อมเธอเท่าไหร่ พี่นุชก็จะยิ่งถอยห่างและไม่ยอมให้ผมได้แตะต้องตัวเธอง่ายๆ อาจจะเป็นด้วยนิสัยเรียบร้อยๆ และหัวโบราณนี่ล่ะมั้ง ที่ทำให้เธอรู้สึกลังเลไม่กล้าเดินหน้าต่อแบบนี้ ซึ่งยิ่งเห็นเธอดิ้นรนขัดขืนเท่าไหร่ มันก็ยิ่งกลายเป็นตัวกระตุ้นให้ผมอยากเอาชนะใจเธอให้ได้มากขึ้นเท่านั้น ผู้หญิงที่เอายากๆ แบบนี้นี่แหละ ที่มักจะทำให้ผมรู้สึกเงี่ยนเป็นพิเศษ แค่นึกภาพเวลาที่เธอเกิดต่อมร่านแตก จนต้องยอมโก่งโค้งให้ผมได้ยัดเยียดความเป็นผัวเข้าไปในตัวเธอ แค่คิดก็ทำให้ลำควยมันกระตุกหงึกๆ แล้วล่ะครับ

และแล้วในที่สุด... โอกาสที่ผมเฝ้ารอคอยก็มาถึงจนได้... มันเป็นช่วงบ่ายๆ เย็นๆ ของวันศุกร์ ขณะที่ผมกำลังช่วยพี่นุชขนข้าวของกลับมาเก็บที่บ้านของเธอเหมือนปกติ จู่ๆ สายฝนก็สาดเทลงมาอย่างจัง จนเราทั้งคู่ต้องรีบจ้ำอ้าวเข้าไปหลบฝนที่บ้านของเธอในสภาพเนื้อตัวเปียกปอน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ ที่เธอยอมอนุญาตให้ผมได้เข้ามาเยี่ยมชมถึงในบ้านของเธอ เพราะปกตินั้นเราสองคนมักจะร่ำลากันแค่ตรงหน้าประตูรั้วบ้านเธอเท่านั้น ผมฉวยโอกาสที่เธอกำลังขนของเข้าไปเก็บในครัว ลอบสำรวจสภาพบ้านของเธอด้วยความสนอกสนใจ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ บ่งบอกชัดเจนว่าเจ้าของบ้านเป็นคนรักความสะอาดและมีวินัยพอสมควร ครู่เดียวพี่นุชก็เดินกลับมาพร้อมกับยื่นส่งผ้าขนหนูให้ผมมาเช็ดผมที่เปียก จังหวะนี้เองที่ทำให้ผมสังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่นั้น มันกำลังเปียกปอนจนหดรัดเข้ากับทรวดทรงของเธอ ขับเน้นให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างชัดเจน ไม่เว้นแม้แต่ขอบยกทรงลายลูกไม้ที่เธอสวมอยู่

พอมาอยู่กันสองต่อสองในสถานการณ์แบบนี้ ในหัวของผมมันก็เลยเผลอคิดเรื่องทะลึ่งตึงตังขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ พอพี่นุชรู้ตัวว่าผมแอบจ้องมองเธออยู่ก็เริ่มรู้สึกขัดเขิน จนต้องรีบขอตัวขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าข้างบน ซึ่งพอถึงจุดนี้... ผมก็ตัดสินใจแล้วว่า จะต้องรวบหัวรวบหางฟันเธอให้ได้ โดยไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปเด็ดขาด ผมแอบย่องตามเธอขึ้นไปที่ห้องนอนแบบเงียบๆ แอบลุ้นว่าเธอจะกดล็อคประตูห้องนอนรึเปล่า ถ้าไม่งั้นก็ต้องคอยซุ่มรอให้เธอเปิดประตูออกมาเสียก่อน แต่ก็เหมือนว่าโชคจะเข้าข้างผม เพราะสุดท้ายแล้วพี่นุชก็ไม่ได้ล็อคห้อง จึงทำให้ผมสามารถแง้มเปิดประตูด้วยความระมัดระวัง ก่อนจะย่องเข้าไปยืนอยู่ใกล้ๆ ได้โดยที่เธอไม่ทันรู้ตัว

ภาพที่เห็นเบื้องหน้าช่างกระตุ้นอารมณ์เงี่ยนง่านเสียจนลำควยของผมมันแข็งปวดตุบๆ ร่างของพี่นุชคนสวยกำลังอยู่ในสภาพที่ท่อนบนสวมใส่แต่ยกทรงลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์ ส่วนท่อนล่างกำลังถลกรูดกางเกงยีนส์ที่สวมอยู่ลงไปกองอยู่ที่ต้นขา จนทำให้ผมมองเห็นความโค้งเว้าของบั้นท้าย ที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงชั้นในผ้าลื่นสีฟ้าอ่อนของเธอได้อย่างชัดเจน เรือนร่างเพรียวบางกระชับของเธอนั้นทั้งขาวเนียน ทั้งเต่งตึง และน่าหลงใหลไม่แพ้ผิวกายของสาวๆ วัยแรกรุ่นแม้แต่น้อย พอเธอหันมาเห็นผมเข้าก็ตกใจร้องไล่เสียงดัง แต่มาถึงขั้นนี้ใครจะยอมกลับออกไปให้โง่ล่ะครับ ผมรีบฉวยโอกาสจู่โจมในจังหวะที่เธอยังไม่ทันตั้งตัว ทั้งกอด... ทั้งจูบ... ทั้งลูบคลำ จนร่างของเธอเริ่มอ่อนระทวยหมดเรี่ยวแรงขัดขืน ผมใช้นิ้วกับปากเล่นงานจนเธอน้ำแตกไปก่อนหนึ่งรอบ เสร็จแล้วจึงค่อยพาเธอไปปิดเกมกันต่อบนเตียงนอนข้างๆ ซึ่งพี่นุชเองก็เริ่มที่จะคล้อยตาม จนยอมเปิดปากบอกตำแหน่งที่เก็บถุงยางให้ด้วย

เมื่อเห็นว่าเธอพร้อมที่จะยอมรับผมเป็นผัวอีกคนนึงแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องกั๊กต้องเม้มกันอีกต่อไป ผมออกแรงกระเด้าเย็ดเธออย่างเมามัน เอาให้สาสมกับที่เสียเวลาตามจีบตามป้อเธออยู่เป็นเดือน พี่นุชที่เคยมีท่าทีถือตัวเมื่อก่อน มาบัดนี้กลับยินยอมที่จะแหกแข้งแหกขาให้ผมกระเด้าเย็ดหีเธออย่างเต็มใจ จนน้ำหีเปียกชุ่มโชกอาบลำควยผมเป็นมันวาว เป็นอย่างที่ผมเดาไว้ไม่มีผิด ผู้หญิงที่ดูนิ่งๆ เงียบๆ แบบเธอนั้น พอถึงเวลาเอากันทีไร ก็มักจะแปลงกายเป็นผู้หญิงร้อนร่านสวาทให้เห็นอยู่ร่ำไป เธอทั้งดูดปากแลกลิ้นกับผมอย่างดูดดื่ม จนน้ำลายของเราทั้งคู่ไหลเยิ้มยืดยาวเป็นสาย หนำซ้ำยังเอ่ยปากร่ำร้องอ้อนขอให้ผมกระเด้าเย็ดเธอแรงๆ ให้ถึงใจอีกต่างหาก ซึ่งผมเองก็ไม่ขัดศรัทธาอยู่แล้ว เลยออกแรงโขยกบั้นเด้าใส่ร่างของเธอแบบเน้นๆ เสียงดัง ปั้บ! ปั้บ! ปั้บ! ทั้งโม่ทั้งคว้าน จนเล่นเอาพี่นุชถึงกับตาเหลือก ร้องครางเสียงหลงเลยทีเดียว

ดูเหมือนว่าเธอจะอดอยากกับเรื่องพวกนี้มาพอสมควร เพราะทุกครั้งที่ผมออกแรงกดควยเข้าไปในร่าง พี่นุชก็จะออกอาการสูดปากร้องครางอย่างเสียวซ่านสุดขีด พร้อมกับขมิบตอดร่องหีเข้าสู้กับท่อนลำของผมอย่างสุดแรง สองมือของเธอขยุ้มจิกลงมาบนแผ่นหลังของผมจนรู้สึกแสบนิดๆ เสียงโหยหวนของเธอดังแข่งกับเสียงหน้าขาของผมที่ตีกระทบเข้ากับหน้าขาของเธอ ใบหน้าสวยหวานที่ผมเคยใฝ่ฝันและหลงใหล บัดนี้กำลังบิดเบี้ยวเหยเก ด้วยฤทธิ์ของดุ้นเนื้อที่เสียบสาวเข้าออกอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้อยากเล่นตัวดีนัก พอมีโอกาสแล้วก็ต้องขอเอาให้สาสมใจหน่อยล่ะนะพี่นุช

ผมเสพสุขกับเรือนร่างของเธอแบบเต็มที่ ทั้งสูดดม... ทั้งลูบไล้... ทั้งสอดใส่... พูดง่ายๆ ว่าสำรวจร่างกายของเธอแทบจะทุกส่วนที่มี เต้านมขนาดพอดีมือของเธอนั้นดูหย่อนคล้อยลงมาเล็กน้อย เนื่องจากผ่านการมีลูกมาก่อนหน้านี้ หัวนมสีแดงอมน้ำตาลของเธอกำลังแอ่นชี้ชูชันด้วยความตื่นเต้น ส่วนโคกหีของเธอนั้นก็ช่างอวบอูมได้ใจ ด้วยความที่เธอใช้วิธีผ่าคลอด จึงทำให้กลีบแคมหน้าปากทางเข้านั้นยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์สวย กลีบเนื้อสองข้างอ้าเผยอนิดๆ มองเห็นติ่งเนื้อสาวสีแดงอมชมพูยื่นโผล่ออกมาทักทายสายตา โดยมีท่อนลำสีเข้มคล้ำของผม คอยมุดเข้าออกจนกลีบหีอ้าปลิ้น ซึ่งเป็นภาพที่ชวนให้อารมณ์คึกคักยิ่งนัก และหลังจากออกแรงกระเด้าอยู่ราวๆ 6-7 นาที สุดท้ายแล้วผมก็ทนฝืนต้านความเสียวไม่ไหว และต้องยอมกระฉูดน้ำเงี่ยนออกมาแรงๆ แบบสุดกลั้นจนตัวเบาหวิวๆ ซึ่งในจังหวะที่ผมกำลังน้ำแตกนั้น พี่นุชเองก็ดูเหมือนจะเสร็จกิจตามไปด้วยอีกรอบนึง ร่องหีของเธอตอดขมิบใส่ลำควยของผมดังตุบๆ พร้อมกับเสียงร้องของเธอที่ครวญครางออกมายาวๆ ด้วยความเสียวซ่าน อันเป็นการปิดฉากเกมรักครั้งแรกของเราสองคน...

*

Offline เรื่องเสียว

  • *******
  • 8098
  • 361
  • เรื่องเสียวอัพเดจทุกวัน
    • View Profile
    • เรื่องเสียว
Re: รสรักในรอยแค้น
« Reply #2 on: July 25, 2016, 09:02:32 PM »
แน่นอนครับ มีครั้งแรกก็ย่อมต้องมีครั้งที่สองตามมาแบบติดๆ หลังจากที่เราสองคนได้มีประสบการณ์ลึกซึ้งร่วมกันแล้ว พี่นุชเองจะปฏิเสธหรือถอนตัวตอนนี้ก็ดูจะไม่ทันการณ์เสียแล้ว สุดท้ายแล้วผมกับเธอก็เลยมักจะคอยหาเวลาว่าง ตักตวงความสุขร่วมกันที่บ้านของเธออยู่บ่อยๆ ตามแต่ที่โอกาสจะเอื้ออำนวย

“ไม่รู้ทำไม... เวลาอยู่ใกล้ๆ พี่แล้วมีอารมณ์ทุกทีเลย” ผมเอ่ยหยอกเย้าข้างหูพี่นุช ขณะที่เราสองคนกำลังนั่งๆ นอนๆ ดูทีวีอยู่ข้างกันบนโซฟาห้องรับแขก ในช่วงที่เธอกำลังรอเวลาที่จะไปรับลูกจากโรงเรียน
“ก็จะอะไรซะอีกล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอมันหื่นเกินไปน่ะสิ” พี่นุชตอบมาแบบประชดประชัน
“โธ่เอ๊ย... ปกติผมไม่หื่นแบบนี้กับคนอื่นหรอกนะ” ผมตอบ พร้อมกับยื่นมือไปบีบคลึงเล่นที่หน้าอกของเธอ

“เนี่ย... มันใช่มั้ยเนี่ย?” เธอทำหน้างอใส่อย่างเอือมระอา
“จริงๆ น้า แค่เห็นหน้าพี่ผมก็อยากจะเดินเข้าไปกอดให้หายคิดถึงแล้ว คนอะไรไม่รู้ น่ารักชะมัด” ผมบอกเธอแล้วโน้มใบหน้าเข้าไปหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ ส่วนมือก็ยังคงเขี่ยเคล้นอยู่ที่ทรวงเต้าอันอ่อนนุ่ม
“ฮึ! อย่ามาหลอกกันให้ดีใจเล๊ย ถ้าพี่น่ารักขนาดนั้นจริง ป่านนี้แฟนพี่คงไม่หนีไปทำงาน แล้วทิ้งให้พี่ต้องมานั่งเสียเวลาอยู่กับเธอหรอก” คำตอบของเธอดูจะออกแววประชดประชันผัวอยู่ในที

“น่าๆ ถึงผัวพี่จะไม่สนใจ แต่ผมสนนะคร้าบ รับรองว่าจะไม่ทิ้งให้พี่ต้องนั่งเหงาแบบนี้เด็ดขาด” ผมปลอบ แล้วส่งสายตาลึกซึ้งไปหาเธอ ซึ่งพี่นุชก็เพียงแค่ยิ้มขันๆ เป็นการตอบรับ
“ให้มันจริงเถ๊อะ” เธอพูดลอยๆ เหมือนไม่เชื่อ
“ฮึ! ไอ้เราอุตส่าห์พูดความจริงก็ยังไม่ยอมเชื่ออีก สงสัยจะต้องทำโทษกันบ้างแล้ว” ผมพูด พร้อมกับสอดมือล้วงเข้าไปที่ใต้กางเกงของเธอ แล้วใช้นิ้วบี้คลึงเล่นจนทั่ว

“อุ๊ย! คนบ้า! ไม่เอานะ เดี๋ยวพี่ต้องไปรับลูกแล้ว” เธอรีบร้องห้ามเสียงอ่อน
“น่านะ ถ้าเรารีบทำก็น่าจะทันเวลาแหละ” ผมดึงดัน แล้วใช้มือรูดถอดกางเกงขาสั้นของเธอออกทางหน้าขา
“โธ่เอ๊ย ทำไมถึงได้ดื้อแบบนี้นะ” พี่นุชพูดบ่นๆ แบบไม่ได้จริงจังเท่าไหร่ ก่อนจะช่วยยกสะโพกขึ้น เพื่อให้ผมรูดกางเกงในผ้าฝ้ายสีครีมของเธอออกอย่างง่ายดาย

“ข้างบนไม่ต้องถอดก็ได้พี่ จะได้ไม่เสียเวลา” ผมเอ่ยออกมา เมื่อเห็นเธอทำท่าว่าจะถอดเสื้อตัวเองด้วย เสร็จแล้วจึงหันมาปลดเปลื้องกางเกงของตัวเองออก พร้อมกับฉีกซองถุงยางที่พกติดตัวมา ก่อนจะสวมมันเข้าไปที่ลำควยซึ่งกำลังชี้โด่เด่พร้อมรบเต็มที่
“หันหลังหน่อยฮะ” ผมบอกความต้องการ พร้อมใช้มือประคองร่างของเธอให้พลิกหันเข้าหาโซฟา สองมือของเธอจับยึดที่พนักวางแขนเพื่อตั้งหลัก แล้วกางขาออกช้าๆ เหมือนรู้ว่ากำลังจะเผชิญหน้ากับสิ่งใด

ผมแอบอมยิ้มนิดๆ ที่ได้เห็นท่าทีที่โอนอ่อนตามอย่างว่าง่ายของพี่นุช เพียงแค่ช่วงเวลาที่คบหากันไม่นาน ผมก็สามารถปลุกปั้นเธอจากผู้หญิงนิสัยนิ่งๆ เงียบๆ ธรรมดาๆ ให้กลายมาเป็นผู้หญิงร้อนรัก ที่พร้อมจะเปิดเผยอารมณ์ความต้องการออกมาอย่างไม่มีเหนียมอาย มันช่างเป็นความรู้สึกที่น่ายินดี จนผมอดที่จะนึกชื่นชมกับความเก่งฉกาจของตัวเองไม่ได้จริงๆ ผมค่อยๆ จับจ่อท่อนควยที่กำลังแข็งโป๊กของตัวเองกดเข้ากับร่องหีอันเปียกยิ้ม จนปลายหัวเสียบมุดเข้าไปด้านใน แทบจะเป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงร้องครางซี้ดๆ ดังลอดออกมาจากลำคอของพี่นุช ยิ่งจังหวะที่ท่อนลำของผมค่อยๆ มุดทิ่มลึกเข้าไปนะ พี่นุชก็ยิ่งออกอาการเสียวซ่าน ส่งเสียงครางออกมาดังๆ พร้อมกับเผลอขมิบร่องหีตอดใส่ควยของผมแรงๆ จนผมรู้สึกเสียวแปล๊บๆ ที่บริเวณปลายหัว ครู่เดียวผมก็สามารถส่งมันเข้าไปแช่ลึกในตัวเธอได้จนสุดลำโคน

“ซี้ดส์... สสส... อาห์...” พี่นุชส่งเสียงร้องครางออกมายาวๆ ด้วยความโล่งอก พอเห็นว่าเธอเริ่มคุ้นชินกับมันแล้ว ผมจึงเริ่มต้นออกแรงสาวแท่งเนื้อเข้าออกในร่างของเธอ โดยค่อยๆ เพิ่มสปีดทีละนิดๆ จนกระทั่งกลายเป็นการกระเด้าเย็ดแบบเต็มแรง เล่นเอาพี่นุชที่กำลังโก่งโค้งรอรับความเสียว ถึงกับแหงนหน้าร้องครางเสียงดังอย่างห้ามอกห้ามใจไม่ได้ ยิ่งเห็นผมก็ยิ่งรู้สึกสะใจบอกไม่ถูก มันเป็นความใฝ่ฝันลึกๆ ของผู้ชายเจ้าชู้แบบผม ที่ปรารถนาจะได้เย่อเย็ดสาวสวยที่มีเจ้าของแล้ว และทำให้เธอต้องเสียวสะท้านจนถึงขั้นลืมผัวไปชั่วคราว

“อ่ะ อ๋อย... ยยย สสส... ซี้ดส์ อาห์... อ๋า... ฟลุ๊ค อื้อ... ออออ” เธอสะบัดส่ายหน้าไปมาอย่างร้อนร่าน ในจังหวะที่ผมโขยกลำควยมุดเข้ามุดออกในหีเธอ จนแคมเนื้อด้านนอกถึงกับปลิ้นเข้าปลิ้นออกอย่างน่าดูชม
“อู๊ยย... ยยย สุดยอด... หีตอดอีกแล้ว” ผมละล่ำละลักบอกเธอ สอดมือเข้าไปเกาะกุมสองเต้าของเธอใต้เสื้อ แล้วออกแรงบีบขยำเต็มกำมือ ใช้ปลายนิ้วบดขยี้เล่นตรงส่วนที่น่าจะเป็นจุดถัน

ผมใช้มือข้างหนึ่งประคองใบหน้าของพี่นุชให้หันกลับมา พร้อมกับโน้มใบหน้าเข้าไปเพื่อดูดปากแลกลิ้นกับเธออย่างถึงใจ ซึ่งเธอเองก็รีบสอดลิ้นเข้ามาพัวพันกับลิ้นของผมอย่างไม่นึกหวั่นเกรงเช่นกัน ริมฝีปากของเราทั้งคู่บดเบียดไล่งับกันอย่างหิวโหย ในขณะที่ร่างกายท่อนล่างก็กำลังสอดประสานเข้าหากันเป็นจังหวะถี่ๆ เสียงเนื้อหน้าขาของผมตีกระทบเข้ากับบั้นท้ายกลมมนของเธอดัง ปั้บ! ปั้บ! ปั้บ! ก่อนที่พี่นุชจะชิงขึ้นสวรรค์น้ำแตกไปเป็นคนแรก... ร่องรักของเธอออกอาการกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงจนผมรู้สึกได้ เส้นขนบนลำตัวของเธอต่างลุกชูชันด้วยความกระสันเสียว พี่นุชพยายามดิ้นสะบัดใบหน้า จนริมฝีปากของเธอหลุดออกเป็นอิสระ ก่อนจะอ้าปากส่งเสียงร้องครางโหยหวนออกมาดังๆ อย่างไม่อาจห้ามใจ ผมมองภาพตรงหน้าด้วยอารมณ์สุขสมใจแบบสุดขีด พี่นุชคนสวยที่ผมหลงใหล บัดนี้กำลังยืนโก่งโค้งเกาะขอบโซฟาอย่างหมดสภาพ พร้อมกับแอ่นเด้งสะโพกให้ผมกระเด้าเย็ดหีเธอจากด้านหลังอย่างเงี่ยนง่าน หนำซ้ำยังคอยส่งเสียงร้องเรียกให้ผมกระทุ้งทะลวงร่องรูของเธอแบบหนักๆ อีกต่างหาก

“โอ๊ย... ยยยย ฟลุ๊ค... พี่เสียวเหลือเกิน... ซี้ดส์... สสสส อือ... พี่จะเสร็จอยู่แล้ว โอ๊ย กระแทกแรงๆ เลย บะ... แบบนั้นแหละ แรงๆ เลย! ซี้ดส์...” พี่นุชแหกปากสั่งการให้ผมกระเด้าเย็ดเธออย่างถึงกึ๋น ซึ่งผมก็รีบจัดให้อย่างสาสมใจ ด้วยการเกร็งสะโพกโขยกอัดร่องหีของเธอแบบกระชั้นถี่จากทางด้าน
“มันมั้ยครับพี่ เสียวกว่าเวลาเย็ดกับผัวพี่มั้ย?” ผมถามกระตุ้นเร้า พร้อมกับเร่งซอยควยใส่เธอแบบหนักๆ
“อ่ะ อ๋าย... ยยย สสส... เสียว... เสียวกว่าเยอะเลยมะ... โอ๊ย พี่ไม่ไหวแล้ว... ววววววว อ๋าย... ยยยยยยย!!” พี่นุชแหงนหน้าเริ่ดหลับตาปี๋ พร้อมกับหวีดร้องออกมาเต็มเสียง เมื่ออารมณ์ใคร่ทะยานขึ้นถึงจุดสุดยอด

ผมเองก็ไม่ยอมปล่อยให้จังหวะขาดตอน รีบฉวยโอกาสที่เธอกำลังล่องลอยถึงสวรรค์ เร่งตะบันดุ้นควยอัดใส่แคมหีของเธอแบบหนักๆ เสียงดัง ปั้บ! ปั้บ! ปั้บ! ฟังดูเสนาะหูยิ่งนัก จนพี่นุชถึงกับละล่ำละลักร้องครางออกมาราวกับจะขาดใจ อาการบีบตอดอย่างรุนแรงภายในโพรงหีของเธอ ทำให้ผมกลั้นอารมณ์เสียวซ่านไว้ไม่อยู่ เร่งโขยกสะโพกรัวๆ ได้อีก 4-5 ที ก็ต้องกระฉูดน้ำเงี่ยนพุ่งเต็มถุงยางด้วยความสาสมใจ

“อู๊ย... ยยยย สุดยอดไปเลยพี่” ผมกล่าวชมเธอ ก่อนจะฟาดมือลงไปที่บั้นท้ายของเธอเบาๆ อย่างหยอกเย้า
“แฮ่ก... แฮ่ก... โอย... ฟลุ๊คอ่ะ ตะกี้พี่เกือบจะขาดใจตายอยู่แล้ว” พี่นุชหันมาตัดพ้อกับผมทั้งๆ ที่ยังหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ใบหน้าของเธอกลายเป็นสีแดงระเรื่อ มีหยดเหงื่อเกาะพร่างพราวอยู่ทั่วร่าง
“แฮะๆ ก็มันกำลังติดพันนี่นา แต่พี่ก็ชอบไม่ใช่เหรอ? เห็นร้องใหญ่เลย” ผมตอบไปซื่อๆ
“น่าเกลียด พูดมาได้” เธอดุผม ก่อนจะเดินหนีเข้าไปล้างตัวในห้องน้ำ เพื่อเตรียมตัวออกไปรับลูกกลับบ้าน

ผมจ้องมองภาพบั้นท้ายขาวๆ ของเธอแกว่งสะบัดไปมา ซ้ายที... ขวาที... มองเห็นคราบน้ำหล่อลื่นขาวๆ ใสๆ ไหลย้อยลงมาตามง่ามขาอย่างน่าดูชม ในหัวผมก็พลอยคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปด้วย บางที... ผมอาจจะไม่ต้องกลับไปรบเร้าหรืออ้อนขอเอากับเมียให้เธอต้องลำบากใจแล้วก็ได้นะ ในเมื่อผมมีที่ระบายที่ถูกใจอยู่ตรงนี้ทั้งคนนี่นา อิอิ
 
=======================================
Chapter 3 การล้างแค้นของดำ
=======================================

คุณเคยโมโหใครสักคนจนถึงขั้นอยากจะฆ่าเขาให้ตายมั้ยครับ? นั่นคือความรู้สึกที่ผมกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ และมันยิ่งน่าเศร้าเข้าไปอีกที่บุคคลที่ว่านี้ ดันกลายเป็นเมียของผมเอง...

ผมชื่อดำ เป็นพนักงานไอทีอยู่ที่บริษัทรถยนต์แห่งหนึ่ง ส่วนเมียผมชื่อนุช ปัจจุบันเปิดร้านขายขนมเล็กๆ อยู่ที่ตลาดแถวบ้าน เราสองคนแต่งงานกันได้ 7 ปีแล้ว และมีลูกสาวตัวน้อยเป็นโซ่ทองคล้องใจอยู่หนึ่งคน ซึ่งกำลังอยู่ในวัยน่ารักน่าชังเลยทีเดียว ชีวิตคู่ของผมกับนุชก็สงบสุขราบรื่นด้วยดีมาโดยตลอด แม้ว่ามันอาจจะดูจืดชืดอยู่บ้าง เนื่องจากเราสองคนคบหากันมาเป็นระยะเวลายาวนานพอสมควร แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังคงรักเธอเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ซึ่งต้นเหตุที่ทำให้ผมอยากจะฆ่าเมียตัวเองนั้นก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนหรอกครับ มันก็แค่ผมบังเอิญจับได้ว่าเธอกำลังคบชู้อยู่กับผู้ชายคนอื่นลับหลังผมนั่นแหละ... ทั้งๆ ที่ผมตรากตรำทำงานหนักแทบตายไม่ได้หยุดได้หย่อน เพื่อที่จะหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวให้ดีที่สุด แต่เธอกลับเอาเวลาว่างที่ตัวเองมีอยู่ ไปเย่อเย็ดอยู่กับไอ้ฟลุ๊ค เด็กหนุ่มร้านกาแฟ ซึ่งพึ่งจะรู้จักกันได้ไม่นานเท่าไหร่ด้วยซ้ำ!

ซึ่งหากว่าผมไม่บังเอิญไปยืมโน้ตบุ๊คของเธอเพื่อเอามาแบ็คอัพงานเมื่อเดือนก่อน จนได้เห็นข้อความในแชทไลน์ที่เธอกำลังคุยกับชู้ค้างอยู่แบบพอดิบพอดี(ซึ่งก็ต้องขอบคุณเมียผมอีกนั่นแหละที่อุตส่าห์ตั้งค่าไว้ให้มันล็อคอินโปรแกรมไลน์อัตมัติทุกครั้งที่เปิดเครื่อง) ป่านนี้ผมก็ยังคงนั่งโง่เป็นควายให้เธอสวมเขาอยู่ที่ทำงาน โดยไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรนั่นแหละ! ก็ใครแม่งจะไปคิดล่ะครับ ว่าเมียรักของตัวเองที่คบกันมาเป็น 10 ปี มันจะกล้าทรยศหักหลังกันได้ง่ายๆ แบบนี้ ช่วงๆ แรกผมเองก็ยังไม่กล้าฟันธงว่าเธอมีชู้แบบจริงๆ จังๆ หรอกครับ เพราะข้อความที่เห็นในตอนนั้นมันก็ยังไม่ได้ลงลึกอะไรมากมายเท่าไหร่ ยังเป็นแค่การคุยหยอดเล่นกันไปมา ซึ่งเท่าที่ดูๆ ไปก็เห็นว่านุชเองก็คอยรักษาระยะไม่ให้อีกฝ่ายล่วงเกินอยู่เหมือนกัน แต่ไอ้ความสงสัยของผมในวันนั้น มันกลับฝังรากลึกอยู่ในห้วงความคิดโดยไม่ยอมจางหายไปไหน จนผมเริ่มที่จะกลับมาคิดกังวลต่างๆ นาๆ กลัวว่าเธอจะเกิดเผลอใจไปกับไอ้หนุ่มนั่นได้ กลายเป็นความหวาดระแวงที่กัดกินจิตใจจนทำให้ชีวิตเริ่มไม่มีความสุข

สุดท้ายเมื่อไม่สามารถสลัดความระแวงออกไปจากหัวได้ ผมจึงตัดสินใจที่จะลงโปรแกรมดักคีย์บอร์ดเอาไว้ในโน้ตบุ๊คของเธอ เพื่อที่จะเข้ามาสืบส่องข้อความสนทนาของเธอในภายหลัง ทั้งทางไลน์และทางเฟสบุ๊ค ซึ่งการทำแบบนั้นก็ยิ่งเป็นการช่วยยืนยันว่าข้อสงสัยของผมมันคือเรื่องจริง! ใช่! เมียผมกำลังแอบคบชู้อยู่จริงๆ นั่นแหละ! ข้อความที่ทั้งคู่คุยกระหนุงกระหนิง บอกคิดถึงกันตลอดระยะเวลาเกือบๆ 2 เดือนที่ผ่านมา กลายเป็นหลักฐานที่บ่งชี้ไปในทิศทางนั้นอย่างชัดเจน ขาดเพียงแค่ภาพและเสียงในที่เกิดเหตุเท่านั้น... ไหนๆ ก็ตั้งใจที่จะเปิดโปงความผิดของทั้งคู่อยู่แล้ว อย่างน้อยก็ขอให้ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นด้วยตาตัวเองหน่อยล่ะวะ จะได้ตัดความสัมพันธ์กันให้เด็ดขาดไปเลย พอคิดแบบนี้แล้วผมจึงตัดสินใจติดกล้องแอบถ่ายขนาดจิ๋ว ซึ่งสามารถเก็บบันทึกภาพและเสียงเอาไว้ในบ้านตัวเอง ทั้งในห้องนอนและห้องรับแขก เพื่อหวังจะเก็บภาพหลักฐานพวกนี้ไปเปิดให้เมียดู ในตอนที่ผมเฉดหัวไล่เธอไปจากบ้าน

ซึ่งก็ไม่ต้องรอกันนานเลย เพราะเพียงแค่สัปดาห์เดียวหลังจากติดกล้อง ผมก็ได้หลักฐานเป็นคลิปวิดีโอตอนที่ทั้งคู่แอบลักลอบมาพลอดรักกันที่นี่แบบชัดเจนเต็มสองตา... เสียงครางของทั้งคู่ดังลอดระงมออกมาผ่านทางลำโพงหูฟังที่ผมใส่อยู่ เล่นเอาเส้นขนบนท่อนแขนของผมถึงกับลุกชูชันเลยทีเดียว... วินาทีที่จับได้ว่าเธอกำลังนอกใจนั้น เลือดลมในกายของผมงี้เดือดพล่านๆ รู้สึกได้เลยว่าใบหน้ามันร้อนรุ่มๆ ดวงตาพร่ามัวจากหยดน้ำตาที่เอ่อซึมออกมา นึกตัดพ้อต่อว่าด่าเมียตัวเองอยู่ในใจ แค่การเป็นคนดี เป็นผัวที่ดีให้มันยังไม่เพียงพอใช่มั้ย? ทั้งๆ ที่เราทำงานหนักแทบตายเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว แต่เมียกลับเลือกพาชู้หนุ่มมาเสพสุขกันถึงในบ้าน บ้านหลังที่ผมเก็บเงินอดออมผ่อนให้เธอเป็นปีๆ นี่แหละ... ใจนึงมันก็ทั้งโกรธและเกลียด อยากจะบุกไปฆ่าทั้งเมียทั้งชู้ทิ้งซะทั้งคู่ แต่อีกใจนึงก็เกิดลังเลขึ้นมา เพราะรู้ตัวดีว่าถ้าทำแบบนั้นแล้วผมคงไม่พ้นต้องฆ่าตัวตายตาม หรือไม่ก็ถูกจับเข้าคุกตลอดชีวิตแน่ๆ แล้วถ้าเป็นแบบนั้นแล้วใครจะอยู่ดูแลลูกสาวของตัวเองล่ะ? พอนึกไปนึกมา สุดท้ายแล้วก็เลยได้แต่เก็บกดความโกรธแค้นนี้ไว้ในใจแบบเงียบๆ

*

Offline เรื่องเสียว

  • *******
  • 8098
  • 361
  • เรื่องเสียวอัพเดจทุกวัน
    • View Profile
    • เรื่องเสียว
Re: รสรักในรอยแค้น
« Reply #3 on: July 25, 2016, 09:03:02 PM »
เชื่อมั้ยครับ? ขณะที่ในหัวของผมมันกำลังคิดหาถ้อยคำก่นด่าสาปแช่งทั้งคู่อยู่ตลอดเวลา แต่ขณะเดียวกัน... อวัยวะบางส่วนในร่างกายเบื้องล่าง มันกลับไม่ยอมเชื่อฟังความรู้สึกนึกคิดเบื้องบน หนำซ้ำยังแสดงท่าทีต่อต้านอย่างชัดเจน ด้วยการผงาดแข็งตุงคับเป้ากางเกงเสียนี่... ใช่ครับ ทั้งๆ ที่กำลังนึกโกรธเมียอยู่ แต่ลำควยของผมมันกลับแข็งปึ๋งปั๋งขึ้นมาอย่างมีอารมณ์เสียอย่างนั้น  ยิ่งเวลาผ่านไป ความเงี่ยนง่านจากภาพและเสียงตรงหน้าก็เริ่มจะเข้ามาครอบงำแทนที่ของความโกรธ ภาพที่เธอกำลังนั่งตักคร่อมร่างของไอ้ฟลุ๊ค พร้อมกับดูดปากแลกลิ้นมันไปด้วยนั้นมันช่างกระตุ้นอารมณ์หื่นในก้นบึ้งของหัวใจของผม ให้เต้นโครมครามจนแทบจะทะลุหลุดออกมาจากอก ภาพของนุชในวิดีโอนั้นช่างดูร้อนร่านและแปลกตา จนคล้ายกับว่าเป็นคนละคนกันกับผู้หญิงที่ผมแต่งงานด้วย

ลีลาของไอ้หนุ่มในวิดีโอเองก็เด็ดดวงไม่แพ้กัน มันค่อยๆ ใช้มือกดศีรษะเมียผมให้เลื่อนต่ำลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งใบหน้าของเธอไปจ่อแนบอยู่กับเป้ากางเกงของมัน ก่อนที่ไอ้หมอนั่นจะควักเอาท่อนควยสีคล้ำเข้มซึ่งกำลังแข็งตัวเต็มที่ ออกมาจับจ่อชี้อยู่ที่หน้าเธอ และแทนที่เมียผมจะเบือนหน้าหนี เธอกลับใช้มือคว้าลำควยของอีกฝ่ายเอาไว้จนมั่นเหมาะ ก่อนจะค่อยๆ จุมพิตลงไปที่ส่วนหัวบานของมันด้วยความรักใคร่ มันเป็นภาพที่เสียดแทงใจดำของผมเหลือเกิน เมื่อได้เห็นเมียรักของตัวเอง กำลังใช้มือข้างนึงชักรูดถอกควยให้ชายอื่นอย่างสนุกมือ ส่วนมืออีกข้างก็คอยลูบไล้เล่นที่พวงไข่ด้านล่าง พร้อมกับใช้ปากเม้มดูดที่ปลายท่อนลำของเขาไปด้วย ทั้งๆ ที่กว่าเธอจะยอมทำให้ผมนั้นก็ยังต้องออดอ้อนขอกันเป็นปีๆ แท้ๆ แต่นี่ทั้งคู่พึ่งจะรู้จักกันแค่ไม่กี่เดือนด้วยซ้ำ ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นใจจนท่อนควยกระตุกหงึกๆ ดูเธอจะสนุกและเพลิดเพลินไปกับการดูดควยให้มันจริงๆ

นุชใช้ปากดูดเลียไปรอบๆ ท่อนควยของมันด้วยความเต็มใจ ก่อนที่จะค่อยๆ อ้าปากครอบอมท่อนเนื้อเข้าไปทั้งดุ้น ขนาดความยาวของมันทำให้เธอไม่สามารถอมมันเข้าไปได้จนสุด ผมมองภาพเธอออกแรงผงกหัวดูดควยให้มันจนแก้มตอบ แอบเห็นคราบน้ำลายใสๆ ไหลยืดย้อยออกมาที่มุมปากของเธอเป็นสาย ขนาดตอนที่ทำกับผม เธอยังไม่เคยตั้งใจทำถึงขนาดนี้แท้ๆ ภาพที่เห็นนั้นทำให้ผมต้องพยายามสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้อย่างเต็มที่ เพราะกลัวว่าตัวเองจะเกิดอกแตกตายไปเสียก่อน ความรู้สึกหึงหวงลึกๆ ผสมปนเปเข้ากับอารมณ์ของความเงี่ยนง่าน จนไม่อาจอธิบายความรู้สึกเหล่านั้นออกมาเป็นคำพูดใดๆ ได้เลย และกว่าจะรู้ตัวอีกที ฝ่ามือของผมที่เคยวางประกบอยู่ที่คีย์บอร์ด มันก็ค่อยๆ เลื่อนลงมากุมอยู่ที่เป้ากางเกงของตัวเองเสียแล้ว...

“โอว... สุดยอดเลยพี่ ดูดตรงหัวแรงๆ เลย นั่นแหละ ซี้ดส์... อย่างน้าน” เสียงไอ้เด็กนั่นร้องครางออกมาอย่างพอใจ พร้อมกับใช้มือกดศีรษะของเธอขึ้นลงตามใจชอบ ส่วนนุชก็เหมือนจะได้ใจ ยิ่งแสดงฝีมือทำรักด้วยปากให้มันแบบเต็มที่ ทั้งลากทั้งเลียลิ้นไปทั่วแท่งลำยื่นยาว ไล่มาจนถึงพวงไข่ห้อยย้อยด้านล่าง ก่อนจะลากไต่สูงกลับขึ้นไปที่ส่วนหัว แล้วจึงอ้าปากอมมันเข้าไปอีก จนไอ้หนุ่มชู้รักของเธอถึงกับแอ่นสะโพกร้องซี้ดๆ อย่างสะใจ ภาพตรงหน้าทำให้ผมเผลอใช้มือลูบคลึงไปที่ลำควยแข็งตุงของตัวเองแบบลืมตัว

ครู่เดียวผมก็เห็นทั้งคู่ปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่สวมใส่จนร่างกายเปลือยเปล่าทั้งคู่ ก่อนที่ไอ้หนุ่มคนนั้นมันจะลุกขึ้นหยิบถุงยางที่เตรียมมาจากในกระเป๋ากางเกง เอาออกมาสวมใส่เข้าที่ลำควยของตัวเอง เสร็จแล้วจึงปีนกลับขึ้นไปนอนหงายอยู่บนเตียง พร้อมกับร้องเรียกให้นุชขยับขึ้นมานั่งคร่อมร่างของมันเอาไว้ ผมเห็นทั้งคู่ช่วยกันจัดท่าทางอยู่ครู่นึง แม้ว่ามุมของภาพที่ออกมาจะทำให้เห็นรายละเอียดในบางจุดได้ไม่ถนัด แต่ก็พอจะคาดเดาได้ว่าทั้งคู่กำลังเตรียมตัวจะสอดใส่กันจริงๆ จังๆ แล้ว

“นุช! อย่าทำแบบนั้น!” ผมหลุดร้องห้ามเธอออกไปอย่างลืมตัว ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าภาพที่เห็นนั้นมันเกิดขึ้นไปก่อนหน้านี้แล้ว เฉกเช่นเดียวกับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ ซึ่งผมไม่อาจย้อนเวลากลับไปแก้ไขหรือยับยั้งได้เลย... ก่อนที่ผมจะต้องใจหายวาบ เมื่อเห็นร่างขาวๆ ของนุช ค่อยออกแรงกดสะโพกทิ้งตัวลงไปหาอีกฝ่ายอย่างเชื่องช้า พร้อมกับเสียงครางสูดปากของเธอที่ดังลอดออกมาจากลำโพง

“อู๊ย... ยยย ซี้ดส์... แน่นจังเลยฟลุ๊ค อือ... ออออ” เสียงเมียผมครางเรียกชื่อชู้หนุ่มอย่างไร้ยางอาย
“ไม่ต้องเกร็งนะพี่ เข้าไปครึ่งลำแล้ว อีกนิดเดียวเอง ซี้ดส์ อู๊ย... ตอดแรงชะมัด” อีกฝ่ายพูดให้กำลังใจเธอ พร้อมกับใช้มือรั้งสะโพกของเธอให้กดลงมาอีก ส่วนผมนั้นหูอื้อไปตั้งแต่ได้ยินคำว่า ‘เข้าไปครึ่งลำแล้ว’ ทั้งๆ ที่สีหน้าของนุชดูจะทรมานอยู่ไม่น้อย แต่เธอกลับยิ่งขย่มทิ้งตัวลงไปอย่างไม่นึกหวั่นเกรงต่อความเจ็บปวด

ผ่านไปเพียงครู่เดียว เจ้าดุ้นเนื้อที่ว่าก็สามารถสอดลึกเข้าไปในร่างเธอได้จนสุดลำ พอทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว นุชก็เริ่มต้นออกแรงขย่มสะโพกใส่ร่างของฟลุ๊คทันทีโดยไม่รีรอ เสียงเนื้อของทั้งคู่กระทบเข้าหากันดังเป็นจังหวะ ได้ยินชัดเจนเต็มสองหู เช่นเดียวกับเสียงครวญครางของเมียผมที่กำลังสุขเสียวอยู่กับท่อนควยดุ้นยาวของชู้รัก ใบหน้าที่กำลังหลับตาพริ้ม ส่งเสียงซี้ดซ้าดออกมาเหมือนกินของเผ็ดนั้น บ่งบอกชัดเจนว่าเธอกำลังมีความสุขกับมันขนาดไหน

“ซี้ดส์... หีพี่เย็ดมันเหลือเกิน พี่นุชเสียวมั้ย?” ฟลุ๊คเอ่ยถาม พร้อมๆ กับใช้มือบีบขยำสองเต้าของเธอที่กำลังกระเด้งกระดอนขึ้นลงไปด้วยอย่างมันมือ
“อ๋อย... เสียว... วววว โอ๊ย ฟลุ๊ค... ของฟลุ๊คมันทิ่มโดนข้างในพี่ตลอดเลย ฮือ...” นุชตอบเสียงกระเส่า
“ไหนๆ ผัวพี่ก็ไม่ว่างแล้ว ถ้างั้นให้ผมมาเย็ดพี่แบบนี้ทุกวันเลยนะ” ไอ้เด็กเปรตเอ่ยถามจี้ใจดำ
“ดะ... ด้ายย... ยยยย อ๋าย... ซี้ดส์!!”คำตอบของเมียผมยิ่งทำให้ผมรู้สึกเจ็บจี๊ดที่อก ใช่สิควยของไอ้เด็กนั่นมันคงจะยื่นยาวสมใจ ไม่เหมือนควยอ้วนๆ ป้อมๆ ของผัวคนนี้นี่

ถ้อยคำคร่ำครวญด้วยความกระสันเสียวของทั้งคู่ ดังลอดออกมาให้ผมได้ยินแบบชัดเจน ทั้งคำพูดที่แสดงถึงความหลงใหลในลีลาและเรือนร่างของกันและกัน หรือจะเป็นคำพูดที่ตัดพ้อต่อว่าผัวตัวเองของนุช ผมนั่งจ้องมองภาพทั้งคู่ที่กำลังเย็ดกันแบบมันหยดติ๋ง ด้วยความรู้สึกที่ล่องลอย ทั้งๆ ที่พบว่าเมียของตัวเองกำลังมีชู้ แต่น่าแปลกที่ผมเองกลับมีอารมณ์คึกคักจากสิ่งที่ได้เห็น จนถึงขนาดต้องระบายมันด้วยการนั่งชักว่าวตามพวกเขาไปด้วย เสียงโหนกเนื้อของทั้งคู่ที่ฟาดฟันเข้าใส่กันอย่างรุนแรง ดังสะท้านไปถึงก้นบึ้งของหัวใจผม และทำให้ผมต้องยิ่งเร่งสาวข้อมือให้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม

“อือ... นุชจ๋า... ทำไมนุชถึงได้เซ็กซี่แบบนี้นะ... ซี้ดส์... พี่จะแตกอยู่แล้ว อูย... ยยยย” ผมพร่ำเพ้อกับตัวเอง พร้อมกับใช้มือสาวไปที่ท่อนควยแบบถี่ๆ ก่อนจะกระฉูดน้ำเงี่ยนพุ่งเลอะเปรอะเต็มฝ่ามือที่รองอยู่ มันเป็นการน้ำแตกที่เรียกได้ว่าเยอะที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของผม แถมยังชิงเสร็จไปก่อนคนบนจอเสียอีก...

และสิ่งที่ทำให้ผมเจ็บปวดยิ่งกว่าอะไรก็คือ... ตัวเลขวันที่ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ มันบอกชัดเจนว่าคือวันเดียวกันกับวันครบรอบแต่งงานของเราสองคน! นี่แสดงว่าเธอแอบพาชู้มาเอาถึงบ้านในตอนกลางวัน ก่อนที่จะออกมาฉลองมื้อเย็นข้างนอกกับผมเนี่ยนะ!? ถึงแม้ว่าหลายๆ ครั้งผมจะลืมเลือนเรื่องวันเวลาของเราไปบ้าง จนเธอต้องเอ่ยปากบ่นอยู่บ่อยๆ แต่มันก็ไม่น่าจะต้องถึงขั้นทำร้ายจิตใจกันขนาดนี้เลยนี่นา... พออารมณ์เงี่ยนหายไป อารมณ์โกรธก็เริ่มกลับคืนมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ผมไม่ได้หน้ามืดตามัวจนถึงขั้นอยากจะไปฆ่าทั้งสองคนนั้นอีกแล้ว เพราะรู้ดีว่าผลลัพธ์ของมันก็คงจะไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นสักเท่าไหร่ ผมเริ่มต้นวางแผนการล้างแค้นของตัวเองแบบเงียบๆ โดยเริ่มจากการสืบส่องข้อมูลในเฟสบุ๊คของไอ้ฟลุ๊คก่อนเป็นลำดับแรก สืบจนกระทั่งรู้ว่ามันมีเมียวัยรุ่นที่คบหาอาศัยอยู่ด้วยกันคนนึงชื่อหวาน อายุยังไม่น่าจะเกิน 18-19 อยู่เลย และที่สำคัญก็คือเมียมันกำลังท้องอ่อนๆ อยู่ด้วย ไอ้ห่า ที่แท้เมียตัวเองไม่ว่าง ก็เลยต้องมาแอบตีท้ายครัวเมียกูสินะ ยิ่งรู้ความจริงก็ยิ่งเจ็บใจขึ้นไปอีก

แต่ขณะเดียว ผมกันก็เริ่มคิดแผนการอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ดูไปดูมาเมียมันก็น่ารักเหมือนกันนี่หว่า ถึงจะดูว่าอวบๆ ไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นอ้วน มีอกมีเอวสะโพกชัดเจน แถมนมเธอยังดูบึ้บบั้บกว่านุชเมียผมเสียอีก เอ... หรือผมควรจะลองไปทำความรู้จักกับเธอดูดีนะ? พอนึกแบบนี้แล้วผมก็เลยตัดสินใจว่า ในเมื่อมึงแอบมาเอาเมียกูได้... งั้นกูก็เอาเมียมึงคืนได้เหมือนกันวะไอ้ฟลุ๊ค! ถ้าทำดีแล้วไม่ได้ดี ก็ขอทำชั่วแม่งไปเลย! ผมตัดสินใจยอมลางานหนึ่งวันเต็มๆ เพื่อที่จะได้มีเวลาแอบสะกดรอยตามฟลุ๊คไปที่บ้านหลังจากมันเลิกงาน โชคดีที่วันนี้มันไม่ได้ดอดไปจี๋จ๋าอะไรกับเมียผมอีก ไม่งั้นล่ะผมคงได้เห็นภาพบาดตาบาดใจซ้ำสองอีกรอบแน่ๆ พอเห็นฟลุ๊คเดินไปขึ้นมอเตอร์ไซค์วินที่หน้าตลาด ผมก็รีบขับรถตามมันออกไปทันที ครู่เดียวมอเตอร์ไซค์คันนั้นก็มาจอดหยุดอยู่ที่หน้าหอพักเล็กๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งสภาพค่อนข้างเก่าโทรมพอสมควร ก่อนที่ผมจะทันหันไปเห็นฟลุ๊คกำลังเดินหายเข้าไปในตัวตึกพอดี

ผมรีบโดดลงจากรถแล้วจ้ำอ้าวตามมันเข้าไปอย่างเร่งรีบ ด้วยไม่อยากให้มันคลาดสายตาหายเข้าห้องไปเสียก่อน ประตูด้านหน้าเป็นประตูสำนักงานแบบเก่าซึ่งเปิดอ้าค้างไว้ตลอดเวลา จึงไม่มีล็อคอะไรให้ต้องกังวลใจ พอขึ้นบันไดไปถึงชั้น 4 ผมก็เห็นแผ่นหลังของมันเดินเลี้ยวหายไปที่ระเบียงไวๆ จึงรีบชะโงกหน้าโผล่ออกไปดูทันที จึงเห็นว่าห้องพักของมันนั้นก็คือห้องที่อยู่ด้านในสุดนั่นเอง ผมเห็นมันเคาะประตูอยู่ครู่นึง ก่อนที่เมียมันจะเปิดประตูออกมารับ สรุปว่าใช่เลย… ที่นี่คือที่อยู่ของมันแน่ๆ พอรู้ตำแหน่งที่อยู่แน่นอนแล้วผมจึงค่อยย่องกลับออกมาแบบเงียบๆ เพื่อเตรียมแผนการต่อไปทันที...

ผมใช้เวลารวบรวมหลักฐานต่างๆ อยู่อีกประมาณ 2 วัน จึงตัดสินใจดิ่งไปที่หอพักแห่งนั้นอีกรอบในช่วงสายๆ โดยกะเวลารอหลังจากที่ฟลุ๊คออกไปทำงานเรียบร้อยแล้ว เพราะจุดมุ่งหมายของผมไม่ได้ตั้งใจจะไปหามัน แต่เป็นเมียของมันต่างหาก... ผมยืนสูดลมหายใจลึกๆ รวบรวมความกล้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้มือเคาะประตูห้อง ปึง ปึง ปึง ยืนรออยู่เดี๋ยวเดี๋ยว ประตูบานนั้นก็ค่อยๆ แง้มเปิดออก พร้อมกับใบหน้างงๆ ของเด็กสาวที่ชื่อหวาน ซึ่งกำลังชะโงกมองออกมาอย่างงงๆ ผมแอบลอบสำรวจรูปร่างหน้าตาของหวานแบบชัดๆ ก่อนจะพบว่าเธอนั้นสวยกว่าในรูปที่เห็นเสียอีก ใบหน้ากลมมนรูปไข่ โดดเด่นด้วยดวงตากลมโตใสเป็นประกาย ปากนิด จมูกหน่อย ถ้าแต่งหน้าคงจะสวยอยู่ไม่น้อย และที่สำคัญที่สุดก็คือ หน้าอกหน้าใจอวบอิ่มของเธอที่มันดันทะลักล้นออกมาจนเห็นเป็นลูกนี่แหละ ด้วยความที่หวานสวมชุดเสื้อกล้ามสายเดี่ยวคู่กับกางเกงผ้ายืดขาสั้นกุด จึงทำให้รูปร่างอวบอัดของเธอยิ่งเด่นชัดมากขึ้นกว่าปกติ

“มาหาใครคะ?” เธอเอ่ยถามเสียงใส ดวงตาฉายแววฉงนอยู่ในนั้น
“นี่น้องหวานใช่มั้ยครับ?”
“ค่ะ ใช่ค่ะ”
“พี่ชื่อดำนะ เป็นเจ้าของร้านกาแฟที่ฟลุ๊คทำงานอยู่” ผมโกหกเธอไปดื้อๆ
“อ๋อ... ค่ะ แล้วนี่พี่ดำมีอะไรรึเปล่าคะ? ตะกี้พี่ฟลุ๊คพึ่งออกไปที่ร้านนี่นา” สีหน้าของเธอดูจะเริ่มคลายความกังวลลงไปบ้าง เมื่อได้ยินผมเอ่ยอ้างชื่อของผัวให้ได้ยิน

“คือ... พี่มีเรื่องอยากปรึกษาอะไรกับหวานน่ะ พอดีมันมีปัญหาเรื่องที่ทำงานของไอ้ฟลุ๊คมันนิดหน่อย ขอเข้าไปคุยกันข้างในได้มั้ย?” ผมหยิบเอาเรื่องที่ทำงานของฟลุ๊คมาอ้างเพื่อความหนักแน่น ซึ่งพอหวานได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าตาตื่นตกใจ เพราะเข้าใจไปว่าคงจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ ผมถึงได้โผล่มาหาเธอแบบนี้
“ค่ะๆ เข้ามาเลยค่ะพี่” หวานรีบเปิดประตูและเชิญผมเข้าไปนั่งในห้องด้วยความซื่อ พอเราสองคนอยู่ในห้องด้วยกันสองต่อสอง ผมก็ตัดสินใจเข้าเรื่องทันที

“คือแบบนี้นะหวาน... พี่เองก็ไม่ได้อยากที่จะพูดเรื่องนี้ให้หวานฟังหรอกนะ เพราะรู้ดีว่าถ้าพูดไปมันก็มีแต่จะทำให้หลายๆ คนต้องเสียใจ แต่พี่ก็รู้ด้วยว่าถ้าปล่อยให้มันยืดยาวต่อไป มันก็คงจะไม่ดีกับทั้งตัวฟลุ๊คแล้วก็ตัวหวานเองซักเท่าไหร่” ผมพูดเกริ่นๆ แบบอมพะนำ
“แล้ว... นี่มันเรื่องอะไรเหรอคะพี่ดำ? พี่ฟลุ๊คเค้ามีปัญหาอะไรรึเปล่า?” หวานเอ่ยถามอย่างร้อนใจ

ผมสูดลมหายใจลึกๆ เข้าปอดอีก 2-3 ที ก่อนที่จะใช้มือล้วงหยิบกระดาษปึกนึงที่เตรียมมาจากในกระเป๋า แล้วยื่นส่งให้เธอ พอหวานรับไปดูแล้วก็ถึงกับทำหน้าอึ้งตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก เนื่องจากภาพที่ปรากฏอยู่บนกระดาษ A4 ปึกนั้น ก็คือรูปภาพตอนที่เมียผมกับผัวของเธอ กำลังเริงรักกันอย่างเมามันนั่นเอง ซึ่งภาพคัดเอาช็อตเด็ดๆ ที่เห็นหน้าเห็นตาของผัวเธออย่างชัดเจนเป็นหลัก เพื่อที่จะทำให้หวานแน่ใจว่าผู้ชายในรูปนั้นคือผัวเธอจริงๆ และนอกจากนั้นก็ยังมีบันทึกแชทที่ทั้งคู่คุยจีบกันมาตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา เป็นหลักฐานที่ช่วยยืนยันถึงความสัมพันธ์ในครั้งนี้ด้วย

“พี่จับได้ว่าฟลุ๊คมันมาแอบเป็นชู้กับเมียพี่เมื่อไม่กี่วันนี้เอง” ผมบอกเธอด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด พร้อมกับใช้สายตาจับจ้องกดดันไปที่ใบหน้าเธอ
“หนู... หนูไม่เข้าใจ… นี่มันเรื่องจริงเหรอคะพี่?” หวานเอ่ยเสียงสั่น ขณะที่ก้มมองภาพในมือเหมือนยังทำใจให้เชื่อไม่ลง ว่าผัวสุดที่รักของเธอนั้นจะแอบหนีไปเล่นชู้กับสาวอื่นข้างนอกสบายใจเฉิบ

หยดน้ำใสๆ เริ่มก่อตัวขึ้นที่บริเวณหางตาของหวาน ผมเห็นแบบนั้นแล้วก็แอบรู้สึกเห็นใจเธอไม่น้อย เพราะตัวเองก็เคยผ่านความรู้สึกแบบเดียวกันกับเธอมาก่อน แต่ครั้นจะให้ถอยหลังหยุดตอนนี้มันก็ดูจะสายเกินไปแล้ว และแผนการที่วางไว้ก็ยังต้องเดินหน้าต่อไป แม้ว่าผมอาจจะต้องทำตัวใจร้ายกับเธอบ้างก็ตาม

“ถ้าหวานยังไม่เชื่อ พี่ก็คงต้องให้หวานดูคลิปพวกนี้แล้วล่ะ” ผมพูด แล้วควักโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ซึ่งจัดแจงตัดคลิปวิดีโอที่แอบถ่ายไว้มาใส่ในเครื่อง เปิดให้เธอดูแบบชัดแจ้งเต็มสองตา
“พี่ฟลุ๊ค...” หวานอุทานออกมาเบาๆ ด้วยสายตาที่กำลังจับจ้องมองภาพบนจอเหมือนคนไม่มีสติ

พอหวานได้เห็นภาพความเคลื่อนไหวและเสียงร้องครวญครางของทั้งคู่ เธอก็ถึงกับเบือนหน้าหนี พร้อมกับปล่อยให้น้ำตาใสๆ ไหลอาบลงที่สองแก้ม แล้วเริ่มต้นสะอึกสะอื้นออกมาเบาๆ ผมรอให้เธอได้ระบายความอัดอั้นออกมาอยู่พักใหญ่ๆ น่าแปลกที่พอได้เห็นใบหน้าใสๆ ซึ่งกำลังเปรอะเปื้อนไปด้วยหยดน้ำตาแล้ว ผมกลับเริ่มรู้สึกว่าเธอนั้นน่ารักมากขึ้นไปอีก และยิ่งอยากจะเอื้อมมือไปโอบเธอมากอดปลอบโยนไวๆ

“พี่เข้าใจนะว่าหวานกำลังเสียใจกับเรื่องนี้อยู่ และคงจะเสียใจมากขึ้นไปอีก ถ้ารู้ว่าพี่กำลังจะเอาตำรวจมาจับไอ้ฟลุ๊ค” ผมพูดลักไก่ขู่เธอออกไปด้วยสีหน้าจริงจัง เพราะค่อนข้างมั่นใจว่าเด็กสาวท่าทางซื่อๆ อย่างเธอคงไม่สันทัดในเรื่องของกฏหมายบ้านเมืองเท่าไหร่แน่ๆ
“พี่... พี่อย่าทำพี่ฟลุ๊คเลยนะคะ พี่ฟลุ๊คเค้าไม่ได้ตั้งใจหรอก พี่อย่าจับเค้าเลยนะ หนูไหว้ล่ะ” หวานเอ่ยปากร้องขอความเห็นใจจากผม พร้อมกับยกมือไหว้ทั้งน้ำตา

ผมฟังแล้วก็อดสะท้อนใจไม่ได้ ทั้งๆ ที่พึ่งจับได้ว่าผัวตัวเองแอบนอกใจไปมีคนอื่นแท้ๆ แต่เธอก็ยังมีแก่ใจนึกเป็นห่วงคนรักของตัวเองได้ลงคอ อาจเพราะเธอคงกังวลว่าถ้าผัวตัวเองโดนจับไป ลูกที่เกิดมาก็อาจจะไม่มีพ่อ และต้องกลายเป็นครอบครัวบ้านแตกขึ้นมาก็ได้ อันที่จริงผมก็ไม่ชอบโกหกใครสักเท่าไหร่หรอก แต่เพราะไฟแค้นที่สุมอยู่เต็มอก จึงทำให้ผมต้องเลือกที่จะทำแบบนี้ เพราะกลัวว่าหวานจะไม่ยอมเล่นด้วย

“แล้วหวานจะให้พี่ทำยังไง? ในเมื่อไอ้ดำมันกล้าหักหลังทำร้ายน้ำใจพี่แบบนี้ จะให้พี่ปล่อยให้มันลอยนวลไปง่ายๆ โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรงั้นเหรอ?” ผมพูดเสียงกร้าว
“พี่อย่าจับผัวหนูเลยนะ หนูขอเถอะค่ะ จะให้หนูทำอะไรก็ยอม” เธอพูดอ้อนวอนไม่หยุด พร้อมกับใช้มือเกาะที่ชายเสื้อของผมอย่างน่าสงสาร ผมกลัวว่าตัวเองจะเผลอใจอ่อนเห็นใจเธอเสียก่อน จึงตัดสินใจพูดเข้าประเด็นทันทีโดยไม่รีรอ

“หวานแน่ใจใช่มั้ย? ที่บอกว่าอะไรก็ได้น่ะ?” ผมถามย้อนเธอด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น พอเธอได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับเงยหน้าขึ้นสบตาผมเหมือนไม่เชื่อหู
“แน่ใจใช่มั้ย?” ผมถามย้ำเพื่อกดดันเอาคำตอบจากปากเธอ
“ค่ะ... แน่ใจค่ะ” หวานตอบเสียงสั่น ดวงตาฉายแววหวาดหวั่นอยู่ภายในนั้น ในหัวเธอคงกำลังจินตนาการถึงสิ่งที่ผมกำลังจะทำอยู่เป็นแน่

“ถ้างั้น... หวานต้องยอมเป็นของพี่นะ” ผมพูดความต้องการไปตรงๆ เล่นเอาหวานถึงกับหน้าเสียเมื่อได้ยิน
“พี่... พี่เปลี่ยนเป็นเรื่องอื่นได้มั้ย? เรื่องนี้หนูทำไม่ได้จริงๆ” เธอรีบปฏิเสธทันควัน
“ไหนตะกี้หวานบอกว่าได้ทุกอย่างไง” ผมถามย้ำด้วยสีหน้าตำหนิ
“ก็ยกเว้นเรื่องนี้ไงคะ... พี่ก็น่าจะรู้จากพี่ฟลุ๊คอยู่แล้วนี่นาว่าหนูท้องอยู่ ถ้าทำอะไรลงไปแล้วเดี๋ยวมันจะเป็นอันตรายกับลูกเอาได้” เธออธิบายเหตุผลด้วยน้ำเสียงร้อนรน ผมฟังแล้วก็นึกขันในความกังวลแบบเด็กๆ

“โธ่เอ๊ยหวาน... เรื่องนั้นน่ะไม่ใช่ปัญหาซักนิด พี่เองก็เคยมีลูกมาก่อน ทำไมพี่จะไม่รู้ว่าต้องทำแบบไหนมันถึงจะปลอดภัย เรื่องพวกนี้หมอเค้าก็ยืนยันกันมาแล้ว” ผมบอกให้เธอสบายใจ
“แต่ว่า...” เธอยังลังเล
“หรือหวานอยากให้ผัวหมดอนาคต?” เออ คุยไปคุยมา ผมชักจะเริ่มกลายเป็นโจรเสียเองแล้วสิเนี่ย

“ถ้างั้น... ให้หนูใช้มือหรือปากช่วยพี่แทนได้มั้ย?” หวานพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง ส่วนผมก็แค่ยิ้มๆ แล้วส่ายหน้าอย่างเอ็นดู
“หวานเลือกเอาแล้วกันนะ ว่าจะเลือกทางไหน พี่ไม่บังคับก็แล้วกัน...” ผมพูดกดดันเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่ความหมายในถ้อยคำนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมอยู่ในที สุดท้ายหวานก็เหมือนจะยอมรับสภาพในที่สุด เธอค่อยๆ ก้มหน้าลงแบบเศร้าๆ ก่อนที่จะค่อยๆ ปลดสายเสื้อกล้ามของตัวเองออกทีละข้างอย่างเชื่องช้า ก่อนจะรูดกางเกงขาสั้นที่สวมอยู่เป็นชิ้นต่อไป

ผมจับจ้องมองภาพเรือนร่างขาวเนียนอวบอิ่มของเธอ ที่หลงเหลือเพียงชุดชั้นในผ้าฝ้ายตัวบางจิ๋วปกปิดห่อหุ้มร่างกายอยู่ ด้วยความสนอกสนใจ ขนาดของสองเต้าคู่งามบนลำตัวเธอนั้นช่างใหญ่อวบอัดดูน่าสัมผัส ขณะที่โคกหีตรงบริเวณหว่างขาก็ดูจะอวบอูมไม่แพ้ของนุชเมียผมเลยสักนิด อืม... จากที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะมาเอาคืนชู้รักของเมียแท้ๆ แต่ไปๆ มาๆ ผมกลับเริ่มลืมเลือนเรื่องความแค้นที่มีไปจนหมดสิ้น เพราะมัวแต่ไปสนอกสนใจอยู่กับเรือนร่างขาวอวบอัดของเด็กสาวตรงหน้า หวานค่อยๆ เดินไปนั่งลงที่ข้างเตียงด้วยอาการหมดอาลัยตายอยาก ผมไม่รู้ว่าในหัวของเธอตอนนั้นมันกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ในหัวผมน่ะคิดแต่จะฟันเธอให้สมใจท่าเดียว พอเห็นเธอเอื้อมมือไปแกะตะขอยกทรงของตัวเองปั๊บ ผมจึงหันมาปลดเปลื้องเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ตัวเองกำลังสวมใส่อยู่ และปล่อยให้ดุ้นควยที่กำลังผงาดแข็งโด่เด่ โผล่ออกมาทักทายสายตาของเธอ ซึ่งหวานก็รีบเบือนหน้าหนีเพราะไม่กล้ามอง

ผมขยับเข้าไปนั่งประกบอยู่ข้างเรือนร่างอันเปลือยเปล่าของเธอ ซึ่งบัดนี้เหลือแค่เพียงกางเกงชั้นในสีขาวตัวจิ๋ว ที่กำลังรอคอยให้ผมรูดมันออกไปเท่านั้น ผมใช้มือประคองร่างของเธอให้นอนหงายลงไปบนเตียง ก่อนจะดึงรูดขอบกางเกงในของเธอหลุดออกพ้นข้อเท้า เสร็จแล้วจึงจับสองขาของเธอให้ถ่างอ้าออกจากกัน หวานพยายามออกแรงฝืนหนีบขาไว้นิดหน่อย แต่สุดท้ายก็สู้แรงหื่นของผมไม่ได้ และต้องยอมปล่อยให้ผมใช้มือแหกขาเธอจนอ้าอล่างฉ่าง เปิดเผยให้เห็นถึงกลีบหอยแมลงภู่อวบอูมสีแดงแจ๋ ที่ซุกซ่อนอยู่ข้างใน ภาพที่เห็นทำให้ผมถึงกับเผลอกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก เพราะขนาดและความโหนกนูนของมันต้องบอกว่าไม่ธรรมดาจริงๆ เผลอๆ จะอวบอูมยิ่งกว่าโหนกหีของเมียผมเสียอีก อีกทั้งพงหมอยบริเวณเนินเนื้อสาวด้านบนนั้นก็ช่างเรียบโล่ง มีเส้นขนขึ้นกระจุกเล็กๆ เป็นหย่อมๆ ดูสะอาดตา แตกต่างจากของเมียผมแบบคนละเรื่อง บ๊ะ! นี่ผมเผลอเอาเธอไปเปรียบเทียบกับเธออยู่เรื่อยเลยนะเนี่ย

พอหวานนอนราบแบบนี้จึงทำให้ผมสามารถมองเห็นภาพความโค้งเว้าที่บริเวณหน้าท้องของเธอแบบชัดเจน ถึงแม้ว่าพุงของเธอมันจะไม่ได้ใหญ่โตชัดเจนแบบคนท้องแก่ แต่ก็พอจะดูออกว่าภายในตัวเธอนั้นยังมีอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังเฝ้ารอวันเจริญเติบโตอยู่ น่าเศร้าที่พ่อของเด็กน้อยคนนี้กลับเลือกที่จะใช้เวลาเสพสุขอยู่ข้างนอก แทนที่จะเอาเวลามาประคบประหงมดูแลลูกตัวเองให้ดี ผมค่อยๆ ลูบไล้ไปที่หน้าท้องของเธอเบาๆ ด้วยความทะนุถนอม รู้สึกได้ถึงอาการสั่นกระเพื่อมที่เต้นตุบๆ อยู่ภายใน

“กี่เดือนแล้วเหรอ?” ผมถามเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“พี่อย่ามัวถามให้หนูลำบากใจเลย จะทำอะไรก็รีบทำเถอะ” หวานตอบเสียงแข็ง ผมเข้าใจว่าเธอคงมองผมเป็นคนชั่วร้ายด้วยสายตาที่ชิงชัง
“โอเค เอางั้นก็ได้” ผมตอบเธอไปแบบไม่ใส่ใจ เธอจะมองแบบนั้นก็เรื่องของเธอ เพราะถึงยังไงเสีย ผมก็ตั้งใจที่จะมาเอาเธอตั้งแต่แรกแล้ว หึหึหึ

ผมค่อยๆ เลื่อนใบหน้าลงต่ำจนไปจ่ออยู่ที่กลางหว่างขาของหวาน พร้อมกับใช้สายตาจับจ้องมองภาพความโหนกนูนตรงหน้าชัดๆ เธอพยายามจะฝืนหนีบขาตัวเองเข้าหากันด้วยความอาย แต่ก็ถูกผมใช้สองมือฝืนเกร็งให้มันอ้าค้างไว้อย่างนั้น ก่อนที่จะแลบลิ้นตวัดปาดเลียเสียงดังแผล่บ... บบบบบ จนหวานถึงกับแอ่นสะโพกดิ้นเร่าๆ ร้องซี้ดๆ ด้วยความเสียวสยิว ผมเห็นเธอมีอาการแบบนั้นก็ยิ่งได้ใจ พยายามห่อเกร็งปลายลิ้นให้เป็นทรงเรียวแหลม และกดทิ่มเข้าไปที่เม็ดแตดบวมเป่งเต่งตึงของเธอถี่ๆ

“อุ๊! ซี้ดส์.... อื้อ... อออออออ!” เสียงครางของหวานดังกระเส่าออกมา พร้อมกับใบหน้าที่บิดเบี้ยว ผมรู้สึกได้ว่าเธอพยายามจะใช้มือดันใบหน้าของผมออก คงเพราะรู้สึกเสียวจนทนไม่ไหว แต่มีหรือที่ผมจะยอมปล่อยให้เธอหลุดรอดไปได้ง่ายๆ ผมใช้มือดันข้อพับของเธอทั้งสองข้างให้เอนหงายขึ้นไปด้านบน ให้น่องขาของเธอวางพาดอยู่บนไหล่ผม จนกลีบหีแดงสวยของเธอลอยเด่นท้าทายสายตาอยู่เบื้องหน้า ก่อนที่ผมจะกดใบหน้าและสอดปลายลิ้นทิ่มลึกทะลุเข้าไปด้านใน จนหวานถึงกับส่งเสียงหวีดร้องออกมาดังๆ อย่างลืมตัว โดยไม่กลัวว่าห้องข้างๆ จะได้ยินหรืออย่างไร

*

Offline เรื่องเสียว

  • *******
  • 8098
  • 361
  • เรื่องเสียวอัพเดจทุกวัน
    • View Profile
    • เรื่องเสียว
Re: รสรักในรอยแค้น
« Reply #4 on: July 25, 2016, 09:03:28 PM »
“อ่ะ... อ๋าว... วววว อ๋าว... สสสส.... ซี้ดส์... สสส... อู๊ย... พี่... โอ้ว...” เธอร้องครวญครางระงมฟังแทบไม่เป็นภาษา พร้อมกับใช้สองมือจิกขยุ้มลงมาที่เส้นผมของผมอย่างรุนแรง และถ้าหากว่าผมไม่ได้คิดไปเองล่ะก็ ดูเหมือนว่าหวานเองก็กำลังพยายามเกร็งสะโพกเบียดอัดเข้าใส่ใบหน้าของผมด้วยตัวเองอยู่ในขณะนี้เช่นกัน ใบหน้าหวานๆ ของเธอนั้นแปรเปลี่ยนไปเป็นอาการของความยับย่นและเคร่งเครียด คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน พร้อมกับเผลอขบกัดริมฝีปากเป็นระยะๆ ด้วยความเสียวซ่าน

“แผล่บ... บบบ แผล่บ... ซู้ด... ดดดด ซ้วบ... บบบบบ” ผมทั้งดูดทั้งเลียน้ำหวานในร่องหีของเธออย่างเอร็ดอร่อย พร้อมกับใช้สองมือบีบขยำเต้านมด้านบนของเธออย่างเมามัน รสชาติความสาวของเธอนั้นดูจะแตกต่างจากน้ำเงี่ยนของเมียผมอยู่นิดหน่อย มันเค็มๆ คาวๆ ปะแล่ม และมีกลิ่นแปลกๆ ที่ผมไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำพูด รู้เพียงแค่ว่าเจ้ากลิ่นนี้ มันทำให้ผมยิ่งเกิดอารมณ์มากเป็นพิเศษ จนต้องใช้ปลายลิ้นคว้านลึกเข้าไปดูดกินรสชาติอันเร้าใจของมันแบบเต็มคราบ

“โอ๊ยพี่! อย่าดูดตรงนั้น... มะ... มันเสียว โอ๊ย… ซี้ดส์... สสสสสส ฮือ... หนูเสียวหอย... จะไม่ไหวอยู่แล้ว อือ... อออออออ” หวานส่งเสียงละล่ำละลักบอกผมด้วยท่าทีทรมานสุดขีด ยิ่งเห็นแบบนั้นผมก็เลยยิ่งจัดให้เธอแบบสาสมใจ เร่งออกแรงยกซดเธอจนสะโพกลอยไม่ติดเตียง จนหวานถึงกับร้องกรี๊ดๆ เสียงหลง
“อ๋าย... ซี้ดส์! โอ๊ยหนู... หนูออกแล้ว... ววววว อ๋าย... ยยยยย ซี้ดส์!!”
ผมใช้ปากดูดกินหีหวานจนเธอเสร็จกิจตัวกระตุกเฮือกๆ ปล่อยน้ำเงี่ยนกระฉอกเลอะเต็มปากและใบหน้าของผมอย่างสุดกลั้น พอเห็นเธอสุขสมไปก่อนแล้ว ก็ถึงเวลาที่ผมจะตักตวงความสุขจากเรือนร่างของเธอเสียที ผมขยับเข้าไปจ่อควยที่หน้าปากทางร่องเสียวของเธอ จับมันถูไถกับคราบน้ำหล่อลื่นด้านหน้าให้ปลายหัวมันเปียกลื่น พอหวานรู้สึกตัวก็รีบผวาลุกขึ้นห้ามทันที

“พี่ไม่ใส่ถุงก่อนเหรอ!?” หวานทำหน้าตาตื่นตกใจ ผมรีบใช้สองมือดันร่างของเธอให้หงายหลังกลับที่เพราะกลัวเธอดิ้นหนี แล้วเอ่ยปากขู่
“หวานจะขัดใจพี่เหรอ? ถ้างั้นพี่ไม่รับประกันความปลอดภัยของผัวหนูนะ” ผมบอกเสียงแข็งจนเธอพูดอะไรไม่ออก น้ำตาของเธอค่อยๆ หยดแหมะลงมามากขึ้นๆ พร้อมๆ กับที่หวานเริ่มเบือนหน้ามองไปทางอื่นอย่างจำยอม ดูท่าว่าเธอคงจะนึกชิงชังรังเกียจผมสุดๆ แล้วล่ะมั้งแบบนี้

ผมไม่สนใจจะเสียเวลาอธิบายใดๆ ออกแรงดันดุ้นควยอวบอ้วนของตัวเองให้จ่อทิ่มเข้าไปในร่องหีเธอทีละนิดๆ จนกลีบเนื้อสาวด้านนอกมันค่อยๆ เผยออ้าออกจากกัน เมื่อโดนแท่งเนื้อแกร่งเบียดเสียดแทรกเข้าไปตรงกลาง ความเปียกชื้นที่ปากทางเข้าทำให้ดุ้นเนื้อของผมค่อยๆ ไหลเข้าไปในร่างของเธอทีละน้อยๆ

“อึ้! อือ... ออออ” หวานหลุดส่งเสียงครางออกมาในลำคอ แต่ยังพยายามจะฝืนกลั้นเสียงร้องเอาไว้ คงเพราะไม่อยากให้ผมได้ใจไปมากกว่านี้
“ซี้ดส์... แน่นชิบเป๋ง” ผมครางสูดปาก เพราะรู้สึกว่าร่องหีของเธอมันบีบรัดซะจนเจ็บที่ปลายหัวควยไปหมด แต่ก็ยังคงฝืนออกแรงดันมันเข้าไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถส่งดุ้นเนื้อของตัวเองมุดทิ่มเข้าไปได้หมด จังหวะที่ท่อนควยผมสอดลึกเข้าไปเฮือกสุดท้ายนั้น หวานก็ถึงกับผวากอดผมด้วยความลืมตัวเลยทีเดียว

ผมค่อยๆ ออกแรงซอยควยใส่หีเธอเบาๆ ให้ร่องรักของเธอมันปรับสภาพพร้อมรับมือกับจังหวะกระทุ้งกระแทกของผมอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะค่อยๆ เร่งความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เสียงเนื้อหน้าขาของเราสองคนตีกระทับกันดัง ปั้บ! ปั้บ! ปั้บ! ปั้บ! สลับกับเสียงร้องครวญเบาๆ ในลำคอของหวาน ผู้ซึ่งกำลังพยายามขบเม้มริมฝีปากเพื่อข่มเสียงครางของตัวเองอย่างเต็มที่ ผมเห็นอาการของเธอแล้วก็แอบอมยิ้มสะใจ ใช้สองมือบีบขยำลงไปที่เต้านมขนาดใหญ่ของเธอเน้นๆ แล้วออกแรงบีบมันจนเนื้อปลิ้นตามง่ามนิ้ว พร้อมกับใช้นิ้วเขี่ยขยี้หัวนมของเธอที่กำลังชูชันไปด้วย สีหน้าของหวานในตอนนี้ดูทรมานจนคล้ายกับว่าเธอกำลังจะอกแตกตายในอีกไม่ช้า พอเห็นแบบนั้นผมจึงอดใจไม่ไหว ต้องโน้มใบหน้าเข้าไปเพื่อดูดปากแลกลิ้นกับเธอด้วยความหิวกระหาย

หวานพยายามเม้มริมฝีปาก ไม่ยอมให้ปลายลิ้นของผมสอดลึกเข้าไปในปากเธอได้ แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ผมยิ่งออกแรงซอยกระแทกลำควยใส่ร่างของเธอแรงขึ้นๆ ส่วนมือก็บี้ขยำเต้านมของเธอแรงๆ ไปด้วย จนหวานทนเสียวต่อไปไม่ไหว และเผลอเปิดปากส่งเสียงร้องครวญครางออกมาดังๆ ในที่สุด เปิดโอกาสให้ผมที่เฝ้ารอจังหวะอยู่ ประกบสอดลิ้นเข้าไปในปากเธอทันที หวานลืมตาโตด้วยความตกใจ พยายามจะสะบัดใบหน้าหนี แต่ผมก็ยังตามประกบจูบเธอไม่หยุดหย่อน จนสุดท้ายหวานก็เริ่มจนมุม และต้องยอมให้ผมสอดปลายลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดรัดรึงกับลิ้นของเธอตามใจชอบ ผิวกายขาวเนียนอวบอิ่มของเธอในตอนนี้มีแต่รอยแดงช้ำเป็นจ้ำๆ เป็นผลมาจากการถูกผมขยำขยี้อย่างมันมือ ทรวงอกขาวๆ นั้นมีรอยดูดของผมปรากฏให้เห็นทั่วทั้งสองเต้า จากที่เคยแสดงอาการต่อต้านขัดขืนในทีแรก แต่มาบัดนี้ หวานเองก็เหมือนจะเริ่มหมดเรี่ยวหมดแรง และได้แต่นอนหงายถ่างขา ปล่อยให้ผมกดกระเด้าเย็ดหีเธออย่างเมามันด้วยอาการสมยอม สองมือของเธอโอบกระหวัดเกี่ยวรัดอยู่ที่ลำคอของผม พร้อมกับตวัดจูบแลกลิ้นกับผมอย่างถึงกึ๋น

“อื้อ... ออออ อื้อ... อออ” ผมได้ยินเสียงครางอู้อี้ของเธอในลำคอ ขณะที่โดนผมกดกระเด้าควยใส่อย่างต่อเนื่อง แคมหีของเธอปลิ้นเข้าปลิ้นออกเป็นสีแดงแจ๋ มองเห็นคราบน้ำเงี่ยนไหลเปรอะนองตามง่ามขาเป็นทางยาว ร่างของเราทั้งคู่มีเม็ดเหงื่อผุดซึมขึ้นโซมกาย ซึ่งไหลผสานเข้าหากันตามจังหวะของการเคลื่อนไหว

ผมใช้เวลาเสพสุขกับเรือนร่างอวบอิ่มของหวานอย่างสุขสมใจเต็มที่ อันที่จริงพอเหตุการณ์ทุกอย่างมันดำเนินมาถึงตอนนี้ ผมยังนึกอยากจะกล่าวขอบคุณไอ้ฟลุ๊คที่ดอดมาตีท้ายครัวเมียผมด้วยซ้ำ เพราะส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่าช่วงหลังๆ นั้น ตัวผมเองก็ไม่ค่อยจะมีอารมณ์กับเมียที่บ้านสักเท่าไหร่ อาจเพราะคบกันมานาน มันเลยรู้สึกเบื่อๆ เนือยๆ ไม่ตื่นเต้นเร้าใจเหมือนแต่ก่อน จนกระทั่งพอได้มาเห็นคลิปวิดีโอที่เมียแอบไปเล่นชู้กับคนอื่นนี่แหละ ผมจึงรู้สึกเกิดอารมณ์ปึ๋งปั๋งคึกคักขึ้นมาซะอย่างนั้น และยิ่งพอได้มาตีท้ายครัวเย็ดเมียคนอื่นถึงห้องแบบนี้ ก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นคึกคักมากขึ้นไปอีก ก็หีของหวานน่ะมันทั้งอวบใหญ่ ทั้งฟิตกว่าของเมียผมเป็นไหนๆ นี่ครับ ทั้งหน้าอกทั้งใจที่อวบอึ๋มเต็มไม้เต็มมือ ไหนจะผิวกายเต่งตึงของสาววัยแรกรุ่น ซึ่งย่อมเนียนนุ่มน่าสัมผัสกว่าผิวของแม่บ้านลูกหนึ่งอย่างนุชอยู่แล้ว

“ฮือ... พี่ขา... อู๊ย... หวานเสียวอีกแล้วน้า... อึ๋ย... ยยยย ซี้ดส์” หวานถอนริมฝีปากออกจากการจูบ แล้วส่งเสียงครางกระเส่าบอกผม ดูท่าว่าเธอเองก็คงเริ่มสนุกไปกับเกมกามครั้งนี้แล้ว
“อูย... หีหวานทั้งใหญ่ทั้งแน่น... เย็ดมันกว่าเมียพี่เยอะเลยนะเนี่ย... ไม่รู้ว่าไอ้ฟลุ๊คมันโง่ทิ้งให้หวานนั่งเหงาอยู่แบบนี้ได้ยังไง…” ผมเอ่ยกระตุ้นอารมณ์เธอด้วยถ้อยคำดิบๆ ซึ่งแม้ว่าเธอจะมีท่าทีขัดเขินกับถ้อยคำพวกนั้นนิดหน่อย แต่สีหน้าก็บ่งบอกได้ถึงความรู้สึกปลื้มใจลึกๆ ที่รู้ว่าเรือนร่างของเธอนั้นเยี่ยมยอดกว่าของผู้หญิงที่ผัวเธอไปติดพันเป็นไหนๆ

ทุกครั้งที่ผมออกแรงสาวลำควยเข้าออกแบบยาวๆ หวานเองก็จะรีบแอ่นก้นยกสะโพกลอยตามผมมาแบบติดๆ เพื่อไม่ให้ดุ้นเนื้อนั้นเกิดหลุดลอยออกมาจากร่องรูของเธอ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเธอในตอนนี้ดูจะลืมเลือนหายไปจนหมดสิ้น มีเพียงแค่อาการเสี้ยนคันภายในร่องรูหี ที่คอยร้องเรียกให้ผมกดสอดดุ้นเนื้อเข้าไปช่วยเกาให้เธอหายคันจากอาการร่านรักเท่านั้นเอง ผมพอจะคาดเดาได้ว่าหวานเองก็คงจะแอบเก็บกดอารมณ์เงี่ยนไว้ภายในใจอยู่ลึกๆ เนื่องจากเธอเองก็ไม่ได้มีอะไรกับผัวตัวเองมาตั้ง 2-3 เดือนแล้ว พอถูกผมสะกิดปลุกอารมณ์ความอยากเข้าไปชุดใหญ่ ก็เลยออกอาการต่อมร่านแตก และยอมให้ผมได้เย่อเย็ดกับเธอแบบสนุกถึงใจแบบนี้

“อ๊ะ... อืม... มมมมม ของพี่ใหญ่จังเลย เล่นเอาหนูจุกแน่นข้างในไปหมด” เธอบอกเหมือนต้องการจะตัดพ้อ ผมฟังแล้วก็แอบอมยิ้มอย่างภูมิใจ ถึงแม้ว่าควยของฟลุ๊คนั้นจะยื่นยาวกว่าของผมอยู่นิดหน่อย แต่ขณะเดียวกัน หากวัดกันด้วยเรื่องของความหนาและอวบอ้วนแล้ว ก็ต้องบอกเลยว่าของผมกินขาดมันอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเมื่อได้เห็นภาพโหนกหีอูมๆ ของหวานที่กำลังปลิ้นอ้าอมดุ้นควยเขื่องของผมเข้าไปจนแก้มตุ่ยแล้ว ก็ยิ่งทำให้ผมมีอารมณ์เงี่ยนง่านจนน้ำกามแทบกระฉูด ความตื่นเต้นจากการได้เย็ดหีเด็กสาวที่ทั้งฟิตและผิดกลิ่น ทำให้ผมไม่อาจเก็บกลั้นอารมณ์เสียวไว้ได้นานอย่างที่ตั้งใจ หลังจากออกแรงตะบันเย็ดหีเธอได้ครู่ใหญ่ๆ ในที่สุดผมก็เริ่มเข้าใกล้สู่เส้นชัยของความสุขสม และเตรียมที่จะปลดปล่อยน้ำเชื้อแห่งความอัดอั้นและคลั่งแค้น ให้แตกทะลักเข้าไปในตัวเธอ

“อู๊ย... หวานจ๋า... หวานใกล้จะเสร็จแล้วรึยัง?” ผมเอ่ยปากถามเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ค่ะ... ค่ะพี่ ใกล้แล้วค่ะ ซี้ดส์...!” หวานครางตอบหลับตาปี๋ สองมือของเธอเกร็งจิกขยุ้มลงมาที่แผ่นหลังของผมแรงๆ จนรู้สึกแสบไปหมด
“อูย... พี่เอง... ก็เหมือนกัน หวานเสร็จพร้อมพี่นะคะ” ผมร้องบอก พร้อมกับเร่งกดกระทุ้งแบบหนักๆ
“อะ... ออกข้างนอกนะพี่” เธอยังมีสติเหลือพอที่จะเอ่ยปากเตือนให้ผมเอาออกมาหลั่งข้างนอก

“โธ่หวานจ๋า หวานจะกลัวอะไร ในเมื่อตัวเองก็ท้องอยู่แล้ว” ผมพยายามบอกให้เธอเบาใจ
“ฮือ... อออ ตะ... แต่ว่าหวานกลัวนี่นา” เธอยังออกอาการลังเลใจ
“เชื่อพี่เถอะนะ รับรองปลอดภัยแน่ๆ ไม่มีอะไรต้องห่วงหรอก อูย ซี้ดส์... ตะ... ตอดอีกแล้ว” ผมยืนยันไปอีกที พอเห็นว่าเธอไม่ได้โต้แย้งอะไรแล้ว จึงเร่งโยกบั้นเด้าหนักๆ จนส่งให้หวานทะยานขึ้นสวรรค์ไปอีกรอบ
“โอ๊ะ โอ้ว... วววว โอ้ว... ซี้ดส์... โอ๊ยพี่!!! อ๋าย… ยยยยยย!!!!” หวานกรีดร้องเสียงดังสนั่นลั่นห้อง พร้อมกับผวาตัวเข้ากอดผมแน่น ใบหน้าของเธอออกอาการบิดเบี้ยวเหยเกอย่างสาแก่ใจ โพรงหีตอดขมิบใส่ลำควยผมแบบถี่ๆ

ความตอดรัดที่เกิดขึ้นด้านใน ทำให้ผมเองก็ไม่อาจเก็บกลั้นความเสียวไว้ได้อีกต่อไป เร่งออกแรงกระเด้าหีเธอแบบถี่ๆ อีก 3-4 ชุด ก่อนจะเกร็งกระตุก กระฉูดน้ำเงี่ยนพุ่งปรี๊ดๆ เข้าไปเต็มท้องเธอ จนมันค่อยๆ ไหลยืดย้อยล้นออกมาที่ปากทาง และไหลลงไปตามง่ามขาทั้งสองข้าง พอเสร็จกิจปั๊บ ผมก็รีบขยับตัวพลิกลงมานอนหอบอยู่ข้างๆ ร่างของเธอ เนื่องจากรู้สึกแขนขาอ่อนเปลี้ยหมดเรี่ยวแรง และกลัวว่าตัวเองจะเผลอล้มฟุบทับเด็กในท้องเธอไปเสียก่อน เราสองคนนอนจ้องหน้ากันโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรอยู่ราวๆ 2-3 นาที ก่อนที่หยดน้ำใสๆ จะค่อยๆ ไหลเอ่อออกมาที่เบ้าตาของเธออีกรอบ

“หวานอย่างร้องไห้สิ” ผมพยายามจะพูดปลอบใจเธอ พร้อมกับเอื้อมมือไปกุมมือเธอไว้
“ทำไมพี่ถึงใจร้ายกับหนูเหลือเกิน... แล้วแบบนี้หนูจะเข้าหน้าผัวยังไง?” เธอพูดตัดพ้อพลางสะอึกสะอื้น
“หวานลองคิดให้ดีๆ สิ ที่เรื่องทุกอย่างมันเกิดขึ้นแบบนี้ ก็เป็นเพราะฟลุ๊คมันมาตีท้ายครัวพี่ก่อนไม่ใช่เหรอ? ถ้าหวานจะมองว่าใครผิด ก็ควรต้องย้อนกลับไปที่คนก่อเรื่องคนแรกนั่นแหละ พี่อาจจะผิดที่เลือกมาระบายอารมณ์เอากับหวาน แต่ฟลุ๊คเองก็ผิดยิ่งกว่า ที่หักหลังน้ำใจพี่” ผมโยนความผิดทุกอย่างให้ผัวเธอไป

“ทั้งๆ ที่เมียตัวเองก็กำลังท้องกำลังไส้ แต่มันยังกล้าดอดไปหลงระเริงอยู่กับผู้หญิงคนอื่นนอกบ้านได้ แล้วรู้อะไรมั้ย? ไม่ใช่แค่เมียพี่คนเดียวนะ ที่มันไปมีอะไรด้วย ยังมีผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ร้านอีกตั้งเยอะ ที่มันแอบไปหาความสุขนอกบ้านในตอนที่หวานกำลังท้องโตขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้” ผมได้ที ยิ่งใส่ไฟเพิ่มเข้าไปอีก เพราะพอจะคาดเดาความประพฤติของมันได้จากบทสนทนาที่เมียผมเคยบ่นตัดพ้อถึงเรื่องความเจ้าชู้ของมัน
“หนู... หนูไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อดี...” ในที่สุดหวานก็ยอมเปิดปากระบายความอึดอัดในใจออกมาตรงๆ

“ทำไมหวานไม่ลองคิดกลับกันบ้างล่ะ? ในเมื่อไอ้ฟลุ๊คมันยังแอบไปคบกันผู้หญิงอื่นได้ตั้งเยอะตั้งแยะ แล้วทำไมหวานเองจะไปเอาคืนกับคนเลวๆ อย่างมันไม่ได้” ผมเกริ่นๆ เปิดประเด็น
“พี่หมายความว่ายังไง?” เธอทำหน้าไม่เข้าใจ
“ก็... ทั้งพี่กับหวาน เราต่างก็โดนคนรักหักหลังมาเหมือนๆ กันใช่มั้ยล่ะ แล้วถ้าเราสองคนจะหันมาคบกันเป็นการเอาคืนบ้าง แบบนี้มันก็น่าจะยุติธรรมดีไม่ใช่เหรอ?” ผมบอกความคิดของตัวเองออกไป ทั้งที่ตอนแรกผมเองก็ไม่ได้วางแผนว่าจะมาสานความสัมพันธ์อะไร กับเด็กสาวซึ่งเป็นเมียของชู้ตัวเองแบบนี้หรอกนะ แต่พอได้สัมผัสกับเรือนร่างอวบอิ่มและเต่งตึงของเธอเข้า และได้ลิ้มลองโคกหีที่ทั้งอวบอูมและฟิตรัดแบบเต็มๆ จนน้ำแตก ผมก็ถึงกับติดอกติดใจในความสดและสาวของหวานเข้าอย่างจัง จนอยากที่จะคบหาเป็นกิ๊กกับเธอต่อไปเรื่อยๆ แบบไม่รู้เบื่อ

“แต่หนูว่ามันยังไงๆ อยู่นะ” หวานยังแสดงท่าทีลังเลใจ จนผมต้องพยายามเกลี้ยกล่อมโน้มน้าวเธอแบบสุดความสามารถ เพราะรู้ดีว่าเด็กสาวนิสัยซื่อๆ แบบเธอนั้น ถ้าตะล่อมดีๆ ก็พร้อมที่จะโอนอ่อนตามได้ไม่ยาก
“เราสองคนไม่จำเป็นต้องคบกันในฐานะอะไรก็ได้ แค่ว่าเมื่อไหร่ที่หวานรู้สึกเหงาหรือไม่สบายใจขึ้นมา ก็ค่อยบอกพี่ก็ได้ พี่พร้อมจะมาดูแลหวานเสมอ แล้วอีกอย่าง... ถ้าหวานขาดเหลือหรือต้องการอยากได้อะไร ไม่ว่าจะไอโฟน หรือเสื้อผ้าเครื่องสำอางต่างๆ ก็บอกพี่ได้เลยนะ เดี๋ยวพี่จะรีบไปหามาให้” ผมยื่นข้อเสนอที่ฟังดูน่าสนใจให้กับเธอ หลังจากกวาดตามองสภาพห้องที่ยังคงขาดข้าวของจำเป็นอีกหลายๆ อย่างจนทั่ว

“คือ...” หวานพูดออกมาได้เพียงเท่านั้นแล้วก็เงียบเสียงลง สีหน้าออกอาการหนักใจอย่างเห็นได้ชัด
“ผู้หญิงดีๆ แบบหวาน ควรจะมีคนมาคอยดูแลเอาอกเอาใจได้ดีกว่าทุกวันนี้นะ” ผมเน้นย้ำคำให้เธอฉุกคิด คราวนี้ดูเหมือนว่าหวานจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เธอนิ่งคิดและก้มหน้าอยู่ครู่ใหญ่ๆ ก่อนที่เงยหน้าสบตาผมอย่างกล้าๆ กลัวๆ แล้วพยักหน้ารับ และทำให้ผมที่ยืนลุ้นรอคำตอบของเธอ หลุดยิ้มออกมาอย่างยินดี
“ก็ได้ค่ะ หวานจะลองกลับไปคิดดู” เธอตอบแบบรักษาท่าที แต่ผมน่ะรู้ดีว่าถ้าลงอีหรอบนี้ ยังไงก็ต้องยอมตกลงกิ๊กกั๊กกันเป็นแน่ จึงรีบดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้แนบอก
“พี่สัญญาว่าพี่จะไม่ทำให้หวานต้องร้องไห้แบบมัน” ผมกล่าวพาดพิงถึงผัวเธออีกดอก
“อืม... มมม” เธอครางเบาๆ แทนคำตอบ ก่อนที่เราสองคนจะจ้องสบตากันอย่างลึกซึ้ง

“ถ้างั้น... พี่ขอต่ออีกรอบนึงได้มั้ย? มันอยากขึ้นมาอีกแล้วน่ะ” ผมเอ่ยขอเธอแบบเขินๆ ส่วนเธอก็รีบก้มหน้ามองดุ้นควยของผมซึ่งบัดนี้กำลังเริ่มที่จะผงาดแข็งตัวขึ้นมาอีกรอบ
“ว้าย! พี่อ่ะ ทำไมมันแข็งไวจัง?” หวานทำเสียงตกใจแล้วรีบเบือนหน้าหนี ผมเห็นอาการเธอแล้วยิ่งรู้สึกคึกคักมากขึ้นไปอีก ออกแรงดึงมือเธอมากุมไว้ที่ท่อนลำอุ่นๆ จนมันกระตุกสู้มือเธอ พร้อมกับส่งยิ้มหวานให้
“ก็หวานทั้งสาวทั้งสวย แถมยังเย็ดมันไม่เบื่อนี่นา แล้วพี่จะอดใจไหวได้ยังไงล่ะ?” ผมตอบ พร้อมกับยื่นหน้าไปจูบปากเธออย่างนุ่มนวล ก่อนที่ร่างของเราทั้งสองจะค่อยๆ เอนล้มลงไปบนเตียงนอนอีกครั้ง...

พร้อมๆ กับที่เกมกามแห่งความแค้น เริ่มเปิดฉากขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง...


THE END

*

Offline thep59

  • *
  • 1217
  • 11
    • View Profile
Re: รสรักในรอยแค้น
« Reply #5 on: February 02, 2017, 09:36:38 AM »
ขอบคุณครับ