ขายหนังโป๊


0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

*

Offline LAMBERG

  • *
  • 1404
  • 35
  • คุณอยากได้อะไรมากที่สุด...?
    • View Profile
รถ ตู้คันใหญ่วิ่งฝ่าไอแดดร้อนระอุตรงดิ่งไปยังสถานที่ที่อาจารย์พิชัยจะใช้ เป็นสถานที่ 'เชือด' เหยื่อสาวในวันนี้

"นายครับ ทำไมต้องทำอะไรให้ยุ่งยาก นายก็ข่มขืน แล้วถ่ายแบล็คเมล์เหมือนคนอื่น ๆ ซะก็สิ้นเรื่อง" คนขับมองนายตนเองผ่านกระจกหลัง
แล้วถามด้วยความข้องใจ แม้ว่าเหยื่อสาวคราวนี้จะสวยน่ารักโดดเด่นกว่าเหยื่อคนก่อน ๆ แต่เขาก็ไม่เห็นว่าทำไมเจ้านายถึงได้วางแผนอะไร
มากมายให้มันซับซ้อน

"ไอ้ โง่ชดเอ้ย มึงไม่รู้เหรอว่านี่ลูกสาวใคร นี่น่ะลูกสาวคนเดียวบ้านชัยตระกูล เศรษฐีสิบอันดับแรกของเมืองไทย ถ้าเขาจะเอาเรื่องล่ะก็ไม่ใช่แค่
กูหรอก แต่พวกมึงทุกคนที่เกี่ยวกับแผนการณ์ทำร้ายลูกสาวเค้านี่แหละ จะโดนจับไปเผานั่งยางกันหมด" อาจารย์พูดน้ำเสียงหวั่น ๆ

"... แต่ก็นั่นล่ะ ถ้ามองกลับกันแล้ว ใครก็ตามที่ได้อีคุณหนูคนนี้ทำเมียล่ะก็มึงเอ๊ย เหมือนได้ขึ้นสวรรค์ดี ๆ นี่เอง ทั้งสาวทั้งสวยทั้งเอ็กซ์
แตกขนาดนี้ ที่บ้านก็โคตรร่ำรวย ใครได้เป็นผัวล่ะก็นั่งกินนอนกินสบายไปทั้งชาติ ... กูก็เลยต้องวางแผนหน่อยซิวะ ข่มขืนสะใจก็
จริงแต่แค่ไม่นาน กูอยากทำให้มันหลงกูโดยสมยอมมากกว่า แล้วทีนี้ล่ะมึงเอ้ย กูจะทำให้แม่งติดใจจนถ่างขารอให้กูเอาทั้งวี่ทั้งวัน
ไม่ต้องทำงานทำการ กันแล้ว" อาจารย์หนุ่มดีกรีปริญญาเอกเมืองนอกเมืองนาพรรณาแผนร้ายของตนอย่างภูมิใจ

"อ๋อ ... นายก็เลยวางแผนไว้ ... แล้วยังไงต่อล่ะนาย เดี๋ยวนายก็ต้องปล้ำทำเมียอยู่ดี แล้วมันจะต่างกันตรงไหน" ไอ้ชดอึ้งไปชั่วขณะก่อนที่จะพูด
ออกมา มันรู้สึกสะกิดใจอะไรบางอย่างในแผนร้ายของนาย ไม่ต้องนับเรื่องอื่นใด แค่เสน่ห์ของคุณหนูนักศึกษาเหยื่อสวาทคนนี้ก็ทำเอาเขาอยาก
จะเอาเธอมาทำ เมียจะแย่อยู่แล้ว นี่เมื่อนายพูดให้คิดเรื่องเงินทองก็ยิ่งรู้สึกอยากเข้าไปอีก เขาคิดในใจ แล้วทำไมเขาไม่จับอีผู้หญิงคนนี้มาทำเมีย
เสียเองไปเลยเล่า จะได้อยู่สุขสบายไปทั้งชาติ ไม่ต้องมาคอยแต่รับของเหลือเดนจากเจ้านายคนนี้

"ต่าง กันนิดหน่อย เพราะวันนี้กูจะเป็นพระเอกไม่ใช่โจร กูจะทำทีเป็นพระเอกคอยช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ก็ช่วยไม่ไหว สุดท้ายก็โดนจับมา
แล้วบังเอิญว่าโจรกลุ่มนี้มันเป็นโรคจิต ชอบดูคนอื่นเอากัน มันก็เลยบังคับให้พระเอกเอากับนางเอกพร้อมกับถ่ายหนังเก็บไว้ด้วย แล้วพอนาง
เอก โดนเอามาก ๆ ก็จะติดใจไปเอง อีพวกผู้หญิงมันทำหยิ่งไปงั้นแหละ พอโดนกระดอเสียบเสียหน่อย ขี้คร้านจะร่านถ่างขาให้กูเย็ดเหมือน
อีพวกที่ กูเอาทำเมียมาแล้ว" อาจารย์หนุ่มดีกรีปริญญาเอกพูดจาหื่นไม่ต่างกับกรรมกรไร้การศึกษาแม้แต่น้อย

"เอ่อ ... นายครับ ... แล้วคนนี้ ไอ้ชดจะขอซักทีได้มั้ยครับ เห็นแล้วเงี่ยนเหลือเกิน" ไอ้ชดคนขับรถกวาดตามองเรือนร่างสุดเซ็กส์ที่นอนนิ่ง
ไม่ไหวติงด้วยแววตา หื่นกามที่สุด มันรู้คำตอบของเจ้านายอยู่แล้ว เพียงแต่อยากจะลองเชิงอะไรบางอย่างสักหน่อย

"ไม่ได้ คนนี้กูหวง มึงรู้หรือเปล่าว่าคนนี้น่ะเป็นดาวมหาวิทยาลัยที่กูสอนอยู่ด้วย ทั้งสวยทั้งเซ็กส์สะบัดแถมที่บ้านก็ร่ำรวยเป็นคุณหนูไฮโซ
ไปถามทั้งมหา ลัยได้เลยมีแต่คนที่อยากเอาอีนี่ทำเมียกันทั้งนั้นแหละ ยกเว้นก็แต่ตุ๊ดกับแต๋ว... ส่วนแบ่งของมึงเดี๋ยวกูค่อยโทรเรียกนักศึกษา
มา ให้มึงเอาแทน ก็อีเจนที่ตัวเล็ก ๆ นมใหญ่ ๆ ที่กูพามาเอาคราวก่อนนั่นแหละ อีดอกพวกนั้นมึงจะเอายังไงก็กูไม่สน เบื่อแล้ว" อาจารย์ตอบ

"เป็นพระ คุณอย่างสูงเลยครับนาย ไอ้ชดจะเอาให้น้องเจนของนายกลายเป็นหมาตัวเมียร่านส่ายตูดหาควยดิก ๆ เลยรับรอง ว่าแต่นายเถอะ
อีดาวมหาลัยคนนี้ทั้งสวยทั้งเซ็กส์ซี่ขนาดนั้น นายจะอดใจไม่ปล้ำบนรถไหวเหรอนาย คนนี้สวยสุดเท่าที่ผมเห็นเลยนะ สวยกว่าอีพวกนางแบบที่
นายเคยพาไปเอาอีก ถ้าเป็นผมนะไม่มีเหลือ จะเย็ดให้หอยบานเลย หึ หึ " คนขับรถลอบมองเรือนร่างงามนั้นผ่านกระจกด้วยสายตาหื่น ๆ
ใช่แล้ว เหยื่อสวาทของนายในวันนี้สวยจริง ๆ สวยจนเขารู้สึกอิจฉานายเหลือเกินที่จะได้เชยชมร่างงามนี้

"เออ นั่นซินะ ทำอะไรมากก็ไม่ได้ เดี๋ยวตื่นมาก็สงสัยอีก แล้วจะเสียแผนหมด ... แต่ไอ้ครั้นจะปล่อยไปเฉย ๆ ก็ไม่ดี ... ขออุ่นเครื่องหน่อยล่ะ
กันนะ น้องหญิงจ๋า" อาจารย์หื่นประคองร่างงามที่ไม่ได้สตินั้นมานั่งบนตักของเขา แม้จะหลับไหลอยู่ แต่แค่ความนุ่มนิ่มหอมกรุ่นของกลิ่นตัว
เธอก็ทำเอาท่อน เนื้อที่เบียดกับก้นของเธอแทบจะแตกระเบิดออกอยู่แล้ว เรือนร่างงามสมส่วนแสนยั่วเย้าที่เอาแต่สร้างความทรมาณให้กับเขา
เรือน ร่างงามที่เขาหลงไหลในรสสวาทจนหัวปักหัวปำ บัดนี้กลับมาอยู่ในอุ้งมือเขาอีกครั้งแล้ว

"อูยยย นายเอาเข้าแล้ว ซี้ดด แล้วแบบนี้ไอ้ชดจะมีกะใจขับรถเหรอเนี่ย ไอ้ชดก็เงี่ยนเป็นเหมือนกันนะนาย" ไอ้ชดขับรถไปพลางก็เบิกตาโพลง
มอง ผ่านกระจกหลังไปพลาง เรือนร่างขาวผ่องที่อ่อนระทดระทวยไร้สติอยู่นั้น โดนนายของเขากอดรัดแนบแน่นจากด้านหลัง

"ไอ้ชดเอ้ย รู้มั้ย ตั้งแต่เกิดมากูยังไม่เคยเจอใครสวยจนกูต้องเพ้อขนาดนี้เลย ... น้องหญิงสวยเหลือเกิน สวยเหมือนนางฟ้านางสวรรค์ " อาจารย์
พิชัยเพ้อจ้อง มองดวงหน้าสวยหวานที่หลับพริ้มไม่ได้สติในอ้อมกอดของตนอย่างหลงไหล เรือนร่างเต่งตึงภายใต้ชุดนักศึกษาสะอาดสะอ้านและดู
เรียบร้อยนี้ช่างมี เสน่ห์เร้าใจเขาอย่างล้นเหลือ ใบหน้าจิ้มลิ้มสวยหวานนั้นยังคงหลับสงบนิ่งอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวว่ากำลัง จะโดนทำอะไร เขาใช้ปลายนิ้ว
คลึงสัมผัสกับความแข็งเย็นเยียบของเข็มตรา มหาวิทยาลัยที่กลัดติดอยู่กับเสื้อนักศึกษาเบา ๆ ด้วยอารมณ์เป็นสุข สัมผัสเนื้อสาวแสนนุ่มนิ่มอวบอัด
เต่งตึงในอ้อมกอดทำเอาเขาถึงกับสั่น ระริก ความกระสันปราถนาที่เก็บกดไว้มานานหลายวันพุ่งทะยานพรวด ๆ อย่างรวดเร็ว เขาซุกหน้าลงไปจูบ
ซุกไซร้ที่ซอกคอขาวผ่องละเอียดละออนั้น อย่างกระหาย สัมผัสความเนียนลื่นนุ่มนิ่มของผิวพรรณและความหอมหวานของน้องหญิงเหยื่อสวาท
โดน เขาสูดหอมดอมดมเข้าไปเต็มปอด เนื้อขาว ๆ บนใบหน้าและซอกคอ ไม่มีส่วนใดเลยที่จะรอดพ้นริมฝีปากที่ระดมจูบไม่หยุดไปได้ ลิ้นสวาท
ลาก ไล้วนไปทั่วผิวขาว ๆ นั้นแทบจะทุกตารางนิ้ว

รสชาติเนื้อสาวระดับดาว เด่นมหาวิทยาลัยชื่อดังเมื่อยิ่งได้เสพก็ยิ่งติดใจ จากที่ตั้งใจไว้มั่นว่าจะแค่กอดจูบธรรมดา กลับกลายเป็นว่าความตั้งใจนั้น
โดน เพลิงไฟแห่งโลกีย์เผาผลาญทำลายไปจนหมดสิ้น อุ้งมือใหญ่เลื่อนขึ้นไปเกาะกุมทรวงอกกลมกลึงที่เบียดดันเสื้อนักศึกษาออกมา เป็นก้อนกลม
ลักษณะเหมือนลูกโป่งที่พองตัวจนใกล้จะระเบิดอยู่รอมร่อ สัมผัสนุ่มนิ่มหยุ่นมือของทรวงอกอวบอิ่มขนาดเต็มไม้เต็มมือแผ่ซ่านไปทั่วตัว จนเขาขนลุก
เนื้อผ้านักศึกษาบางเบาที่รัดรึงปกปิดอยู่นั้นไม่อาจซุกซ่อน รสสัมผัสสะท้านอารมณ์ไว้ได้แม้แต่น้อยนิด

"อืม นุ่มจริง ๆ น้องหญิงคนสวย นมใหญ่ เต่งตึง เด้งยังกับยัดสปริงเข้าไปแน่ะ" อาจารย์หื่นครางอือด้วยความกระสัน ปลายนิ้วทั้งสิบขยับยุกยิกบีบขยำ
ทรวง อกเร้าเสน่ห์นั้นไม่หยุดเหมือนจะทดสอบความตึงแน่นของเนินเนื้อ ลูบไล้แผ่วเบาบ้าง บีบขย้ำแรง ๆ ด้วยความมันส์เขี้ยวบ้างสลับไปสลับมา

"อือ อออ ...." น้องหญิงครางอือเบา ๆ ในลำคอ แม้นจะยังหลับไหลไร้สติ แต่ความเสียวแปลบปลาบของเนื้อหนังมังสาวัยกำดัดก็ใช่จะหยุดทำงานไปด้วย
ร่างบอบ บางนั้นกระตุกเบา ๆ ทุกครั้งที่อุ้งมือหยาบใหญ่นั้นบีบเคล้นเนื้อเต่งแรง ๆ แบบไม่ปราณีปราศัย

"โอยย นาย ระวังนมแตก บีบเบา ๆ ซี้ดดสสส โอยยย ทำไมเด็กนายทั้งสวยทั้งเซ็กส์ขนาดนี้ ซี้ดดสสสส ขอไอ้ชดชักว่าวหน่อยเหอะวะ" ไอ้ชดคนขับรถ
เห็นกิริยาอาการเสพกามของผู้เป็นนายผ่านกระจกมองหลังแล้ว ถึงกับแปล๊บเข้าไปในหัวสมอง ภาพนางฟ้าสวยใสแลดูขาวบริสุทธ์ กำลังโดนมือและปาก
เข้ม ๆ ของผู้เป็นนายล้วงขย้ำไม่หยุด ราวกับนางฟ้ากำลังโดนปีศาจบ้ากามข่มขืนอยู่ก็มิปาน สองเต้าอวบใหญ่ล้นมือนั้นโดนบีบเคล้นขยำขยี้อย่างมันมือ
โดยที่เจ้าของ ร่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวแม้แต่น้อย แต่ก็ไม่วายมีอาการตอบรับด้วยเสียงครางอือ และ การสั่นกระตุกเบา ๆ ของร่างกาย ทั้งความสวยสดของหน้าตา
ผิวพรรณ ขาวสะอาด เรือนร่างสุดเซ็กส์ และปฎิกิริยาตอบรับต่อสัมผัสรักของเธอคนนี้ช่างตราตรึงใจเขาอย่างที่สุด ชนิดที่อยากจะยิงเจ้านายทิ้ง แล้วเข้าไป
เสพสมเรือนกายนั้นแทนให้สมอยาก

"นาย ทำไมมันขาวแบบนี้ ใส่ยกทรงสีดำด้วยแม่งโคตรเซ็กส์ซี่เลย ทั้งขาว ทั้งนมตู้มน่าฟัด นมคุณหนูไฮโซนี่มันสวยจริง ๆ " ไอ้ชดตอนนี้แทบจะไม่มีกระจิต
กระใจขับรถแม้แต่น้อย สองตาจ้องมองกระจกมองหลังจนแทบหลุดออกมาจากเบ้าตา เมื่อเสื้อนักศึกษาสีขาวบริสุทธิ์โดนผู้เป็นนายแกะปลดกระดุมออกทีละเม็ด
ที ละเม็ดอย่างช้า ๆ และเมื่อสาบเสื้อแยกออกจากกัน มันถึงกับต้องแลบลิ้นเลียรอบปากตัวเองเพื่อระบายความหื่นออกมาบ้าง หน้าอกอวบอูมที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน
เด้งทะลักออกมาโชว์ตัวอย่างรวดเร็ว มันช่างขาวผ่องสะอาดสะอ้านอย่างที่สุด ก้อนเนื้อมหึมาสองก้อนนั้นเบียดกันแน่นภายใต้ยกทรงสีดำสวยจนเห็นเป็นร่อง

อาจารย์ พิชัยมองสองเต้าที่โดนโอบอุ้มด้วยยกทรงราคาแพงพลางกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคอ มือของเขาสั่นเทาน้อย ๆ ก่อนที่จะขยับไปปลดตะขอยกทรงนั้นออก
สองหนุ่มนาย และบ่าวจอมหื่นตาลุกวาวทันทีเมื่อได้เห็นสองเต้าแบบเต็ม ๆ ตา มันเป็นความขาวเนียนอย่างไร้ที่ติที่สุด ผิวขาวเป็นประกายแต่ไม่ซีดด้วยอมสีชมพู
ระเรื่อ เต้านมอวบใหญ่นั้นเด้งชูชันท้าทายความหื่นของพวกเขาอย่างที่สุด อาจารย์พิชัยเหลือบมองไปทางลูกน้องที่มองจรดจ้องเหยื่อสวาทของเขาอย่างไม่ วางตา
สายตาแดงก่ำนั้นช่างเต็มไปด้วยความหื่นกระหายอย่างที่สุด เขาแสยะยิ้มออกมาอย่างพอใจ ก่อนที่จะหันกลับมาสนใจร่างงามในอ้อมกอดนั้นอีกครั้ง

"อืมมมมม อือออออออ....." น้องหญิงครางอือตัวสั่นระริกอีกครั้ง แม้จะยังสลบอยู่ แต่เรือนกายสวยสดนั้นก็แสดงปฎิกิริยาตอบสนองต่อรสเสียวอย่างน่าดูชมที่สุด
ทรวง อกอวบเปลือยเปล่าที่เด้งสะท้อนขึ้นลงโดนมือหยาบเข้ามาบีบเคล้นขยำพร้อมกับ บี้หัวนมสีชมพูสวยถี่ ๆ ด้วยมือที่ชำนาญในเกมกาม บางจังหวะเขาก็ใช้สอง
มือ รวบสองเต้าให้เบียดเข้าหากันจนเห็นเป็นร่องสวรรค์เขาตั้งใจไว้แล้วว่าอีกไม่ นานหรอกเขาจะกระเด้าควยใส่ร่องนมแน่น ๆ นี้ให้ได้ ริมฝีปากบางสวยนั้นเผยอ
ส่ง เสียงร้องครางออกมาไม่หยุดเหมือนจะพออกพอใจไปกับรสเสียวที่กำลังโดนปรนเปรอ ให้ อาจารย์หนุ่มตระหนักได้ในทันที ว่าสิ่งที่ทำให้เขาลุ่มหลงในผู้หญิง
คน นี้ไม่ใช่แค่ความสาว ความสวยสด และฐานะทางสังคม สิ่งที่ติดตาตรึงใจจนเขาถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับนั้นคือ การตอบสนองต่อรสรักของเด็กสาวคนนี้
ต่างหาก ไม่ว่าจะยามหลับหรือตื่น ผู้หญิงคนนี้ก็ยังคงเป็นสุดยอดของวัตถุแห่งความใคร่ที่เขาใฝ่หาอยู่ดี

"อาาาาา อือออออ ซี้ดดสสสส ... " น้องหญิงสาวสวยดาวมหาวิทยาลัยร้องครางอืออีกครั้ง เมื่อสองมือหยาบกรานนั้นลูบไล้สัมผัสกับเนื้อสาวของเธอเต็มที่อย่างไร้
สิ่ง ใดปิดกั้น สองมือนั้นขยำเคล้นสองเต้าด้วยความกระสัน ไม่มีการยั้งออมทะนุถนอมแม้แต่น้อย แต่ร่างน้อย ๆ ที่ไร้สตินั้นก็แอ่นอกเด้งตัวรับสัมผัสเสียวอย่าง
ไม่รู้สึกเจ็บปวด ความหื่นกระหายที่ระบายใส่เรือนร่างนั้นทำให้ผิวพรรณขาวผ่องปรากฎเป็นรอยแดง จ้ำ ๆ จนถ้วนทั่ว จงอยหัวนมสีชมพูอ่อนที่เต่งจนแข็งเป็น
เม็ดนั้นโดนปลาย นิ้วบดบี้ถูไถอย่างเมามันส์ที่สุด สองเต้านมขาวผ่องเด้งสะท้านไปมาตามแรงกดบีบเคล้นของมือหยาบใหญ่ สัมผัสซาบซ่านของความเต่งตึงนั้น
ทำเอาเขาถึงกับประสาทมึนชาไม่รับรู้ สิ่งรอบข้างใด ๆ อีกต่อไป ในสมองมีแต่เพียงเขาและเธอ เขาขยับตัวเล็กน้อยให้ท่อนเอ็นที่พองตัวเบื้องล่างนั้นนาบไปกับ
ร่องก้น ของเหยื่อสวาท ก่อนที่จะขยับบั้นเอวซอยท่อนเอ็นใส่เนื้อสะโพกเต่งตูมเบื้องล่างยิก ๆ เหมือนหมาติดสัด ความร้อนเร่าของเกมรัก ทำเอาเขาหายใจหอบถี่
เม็ดเหงื่อ ผุดออกมาเต็มตัวแม้อยู่ในอากาศเย็นเยียบ ดวงตาของเขาที่แดงก่ำด้วยความหื่นนั้นพร่ามัว กล้ามเนื้อทั่วร่างเริ่มบิดเกร็งด้วยความเสียวที่ได้รับ ท่อนเอ็น
ที่อัด เบียดเสียดกับตูดกลม ๆ นั้นเริ่มกระตุกหงึก ๆ รุนแรงราวกับจะขาดใจ

"น้อง หญิงของอาจารย์ โอย น้องหญิง น้องหญิง น่ารักน่าเย็ดอะไรขนาดนี้ โอวววว ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว .... โอวววววว" อาจารย์พิชัยส่งเสียงร้องดังลั่นในห้วง
แห่งความสุขสม เขาส่ายเอวยิก ๆ อย่างเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ส่งท่อนเอ็นที่อยู่ภายใต้กางเกงให้เบียดเสียดกับเนื้อสาวที่มีกระโปรงนัก ศึกษาบาง ๆ กั้นอย่างกระสัน
สองมือเกร็งแน่นบีบขยำสองเต้าอวบนั้นอย่าง แรงที่สุดโดยไม่กลัวว่ามันจะแหลกเหลวแม้แต่น้อย แม้จะยังไม่ได้สอดใส่แต่แค่สัมผัสสยิวจากภายนอกนี้ก็ทำเอาเขา
แทบคลั่ง อยู่แล้ว บนเบาะที่นั่งในรถตู้แคบ ๆ นี้ เขาเกร็งตัวฝืนส่งเอวกระดกหงึก ๆ ใส่เนื้อสะโพกหนั่นแน่นนั้นอย่างแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนร่างงามขาวผ่อง
นั้น เด้งขึ้นเด้งลงเหมือนตุ๊กตาตัวน้อยไร้น้ำหนัก ท่อนควยที่บวมเป่งอยู่ในเป้ากางเกงบดเบียดกับเนื้อสาวครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนที่ร่างกายของเขาจะกระตุกเกร็งสั่น
ระริก น้ำแห่งความใคร่พลันระเบิดหลั่งไหลทะลักออกมาจากปลายท่อนเอ็นที่ซุกตัวอยู่ ในเป้ากางเกงจนกางเกงในนั้นเปียกชุ่มโชก เขาเกร็งกระดกเอวหงึก ๆ อีก
สอง สามครั้ง และแล้วร่างของเขาก็สงบนิ่งลง เขากอดร่างบอบบางเร้าเสน่ห์นั้นไว้ในอ้อมกอดอย่างแน่นหนา พลางซุกหน้าลงไปที่ต้นคอขาวผ่องแล้วพักหายใจหอบ
เหนื่อยรุนแรงเหมือนจะ หายใจหายคอไม่ทัน

"นายอย่าเพิ่งหยุดซินายไอ้ชดยังไม่เสร็จเลยนาย ซี้ดดสสส โอยยย พอนายเสร็จแล้ว ให้ไอ้ชดได้เย็ดอีนี่ซักทีเถอะนะนาย ไอ้ชดไม่ไหวแล้ว" ไอ้ชดที่ตอนนี้จอดรถ
นิ่งไว้ข้างทางแล้ว หันมามองน้องหญิงแบบเต็มตา มือของมันรูดถอกท่อนเอ็นดำเมื่อมอย่างร้อนรนด้วยความทรมาณ ปลอยหัวถอกดุ้นใหญ๋ไม่แพ้ผู้เป็นนายรูดขึ้นรูดลง
คัดหลั่งเอาน้ำเงี่ยน ซึมออกมาเต็มปลายหัวบานสีแดงโร่นั้น ดวงตาของมันเหลือกลานจ้องมองเหยื่อสวาทของเจ้านายราวกับจะกลืนกิน อารมณ์กระสันดิบเถื่อนโหม
กระหน่ำจนมันไม่สามารถเก็บกักอารมณ์ความอยาก ได้อีกต่อไปแม้แต่วินาทีเดียว

"เฮ้ย กูบอกแล้วไง ว่าคนนี้กูยังไม่ให้ เอาไว้เสร็จงาน มึงจะพาผู้หญิงคนอื่นของกูไปรุมโทรมหรือเย็ดให้หีแหกอะไรก็ได้ตามใจมึง แต่คนนี้ไม่ได้ กูให้ดูได้อย่างเดียว"
อาจารย์พิชัยผู้เป็นนายกล่าว เสียงดังด้วยความไม่พอใจ บังเกิดอารมณ์หึงหวงแบบที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน ผู้หญิงคนแล้วคนเล่าที่ผ่านควยเขา เขาแบ่งปันให้กับบรรดา
ลูกน้องพวกนี้ ได้ทุกคน แต่สำหรับเธอคนนี้ เขากลับรู้สึกว่า อยากจะครอบครองเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น และด้วยความหวง เขาขยับมือไปจัดยกทรงสีดำสนิทนั้นให้กลับ
ไปโอบอุ้มปิดบังทรวงอกกลมกลึง อวบใหญ่อย่างแผ่วเบา แล้วกลัดกระดุมเสื้อนักศึกษาของเธอกลับพยายามให้อยู่ในสภาพเดิม โดยไม่สนใจไอ้ชดคนขับรถที่มองมาด้วย
อารมณ์ค้างเติ่ง

"เอาควยดำ ๆ ของมึงเก็บ แล้วกลับไปขับรถได้แล้ว ไอ้เหี้ยชด" อาจารย์พิชัยสั่งด้วยน้ำเสียงตะคอกด้วยความโกรธ เขาคิดในใจแต่ไม่ได้พูดออกมา ไอ้คนขับรถต่ำต้อย
ไม่เจียมตัวบังอาจคิดจะ มาแย่งเชยชมนางฟ้าแสนสวยที่เขาใฝ่ฝันหามาตลอดเวลางั้นหรือ ไม่มีทางเด็ดขาด น้ำหน้าอย่างมันเขายอมให้ได้แค่มองเท่านั้น เขารำพึงในใจ
นางฟ้าแสนสวยคน นี้จะต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียว ... และเป็นของเขาตลอดไป

"ได้ครับ นาย ...." ไอ้ชดไม่ต่อล้อต่อเถียงอะไรให้มากความ มันหันตัวกลับไปนั่งที่เดิมเก็บยัดเอาท่อนควยที่พองตัวเต็มที่ใส่กลับเข้าไป ในกางเกงด้วยอารมณ์หงุดหงิด
งุ่นง่าน มันแอบชำเลืองมองร่าง ๆ ขาวในอ้อมกอดเจ้านายอีกชั่วครู่ ก็ยิ้มกริ่มด้วยสายตาแวววาว พลางครุ่นคิดในใจ เมื่อเจ้านายของเขามีแผนได้ แล้วทำไมตัวเขาเอง
จะมีแผน ไม่ได้เล่า ขอแค่ให้ได้ 'เอา' สาวสวยคนนี้เป็นเมีย อยากจะหาเงินเท่าไหร่ก็หาได้ และไม่จำเป็นจะต้องง้อนายเก่าคนนี้ของมันอีกแล้ว ไอ้ชดแอบหัวเราะหึ ๆ
ใน ใจ ก่อนที่จะเข้าเกียร์รถและเหยียบคันเร่งบึ่งไปตามเส้นทางสู่เรือนหอที่ผู้ เป็นนายจัดเตรียมไว้ เขานึกแผนการชั่วช้า ที่จะคอยซ้อนแผนชั่วของผู้เป็นนายได้แล้ว

'อีกเดี๋ยวเหอะมึง กูจะแย่งมาจับเย็ดให้ติดเป้งเลย อีคุณหนูคนสวย' ไอ้ชดร้องเสียงดังในใจ พร้อมกับสอดส่องสายตาหื่นกระหายมองดูร่างไร้สติที่หลับไหลอยู่ในอ้อมกอด
ผู้ เป็นนายราวกับหมาป่าโหย

หนึ่งนายหนึ่งบ่าวต่างพากันจับจ้องร่างน้อง หญิงด้วยสายตาของผู้ล่าเหยื่อราวกับเธอผู้นี้เป็นเนื้อกวางละอ่อนสุดโอชา ผู้เป็นนายเปี่ยมไปด้วยแผนการณ์ร้ายที่จะครองทั้ง
ใจและร่างกายของเหยื่อ สวาท โดยไม่รู้เลยว่าผู้เป็นบ่าวที่ตีหน้าซื่อนั้นกำลังคิดจะซ้อนแผนของตนด้วย ความคลั่งไคล้ในรูปกายของหญิงสาว เขาพร้อมแล้วที่จะทรยศและ
หักหลังผู้ เป็นนายของตนเองเพื่อให้ได้ครอบครองหญิงสาวคนนี้

น้องหญิงผู้เป็น เหยื่อสวาทนั้นเล่าตอนนี้ยังคงนอนหลับไหลไม่รู้เรื่องรู้ราวใด ๆ ดวงตาของเธอหลับพริ้มปากบางยิ้มระรื่นอย่างเป็นสุข ในห้วงแห่งความฝันแสนหวานนั้น
เธอกำลังอยู่ภายใต้อ้อมกอดแสนอบอุ่นของชาย คนรัก หากแต่ถ้าเธอตื่นขึ้นมาในตอนนี้แล้วล่ะก็ เธอคงจะต้องกรีดร้องเสียงหลงทีเดียว เพราะอ้อมกอดนี้ไม่ใช่อ้อมกอด
ของคน ที่เธอรัก หากแต่เป็นของอาจารย์หื่น ที่กำลังล้วงมือไม้ไปบีบขยำแตะต้องเนื้อตัวของเธอไม่หยุดต่างหาก ร่างอวบอั๋นที่ไร้สตินั้นโดนทั้งล้วงทั้งควักตลอดเวลา
รถตู้คันใหญ่วิ่ง ใกล้เข้าไปยังสถานที่ 'เชือด' เรื่อย ๆ โดยไม่มีวี่แววเลยว่าน้องหญิงนักศึกษาสาวดาวมหาลัยสุดสวยผู้เคยรอดพ้นการโดน ข่มขืนกระทำชำเรามาแล้วหลาย
ต่อหลายครั้งรอดจากวิกฤตกามในครั้งนี้ไปได้ หรือไม่ ในเมื่อแฟนหนุ่มผู้ครอบครองรักยมที่คอยช่วยเหลือเธออยู่ตลอดเวลานั้น บัดนี้ไม่ได้สำเหนียกถึงเคราะห์ร้ายของ
เธอเลยแม้แต่น้อยนิด

เอก แฟนหนุ่มของหญิงขณะนี้ยืนเคียงข้างอยู่กับเด็กน้อยรักยมทั้งสองที่ใต้ต้นไม้ ใหญ่ในซอยเปลี่ยว สีหน้าของเขาดูเหมือนเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความหวาดหวั่นน้อย ๆ
เขา เหลือบมองอ่านข้อความบนป้ายไม้ผุ ๆ ที่หล่นกองอยู่บนพื้นใต้ต้นไม้ใหญ่ มันเขียนไว้ว่า 'เจ้าแม่ตะเคียน' เขากลืนน้ำลายดังเอื้อก ก่อนที่จะหันกลับไปประสานสายตา
กับดวงตาสีเขียววาววับที่เต็มเปี่ยมด้วย พลังบนต้นไม้ใหญ่นั้น



... เอกกลับเยือนเจ้าแม่ตะเคียนอีกครั้งด้วยความต้องการสิ่งใด ? ...
... น้องหญิงจะเอาตัวรอดจากแผนการณ์ของอาจารย์หื่นหรือไม่ หรือจะเสียท่าให้กับแผนซ้อนของนายชดคนขับรถ ? ...
... ผู้ช่วยปริศนาของน้องหญิงคือใคร และเขาจะมาช่วยเหลือได้ทันหรือไม่ ? .....


......................................................

*

Offline LAMBERG

  • *
  • 1404
  • 35
  • คุณอยากได้อะไรมากที่สุด...?
    • View Profile
รักยม ตอนที่ 47 - กรรมเก่า

......................................................................

"อย่านะ ไม่เอา ... ช่วยด้วย อย่าทำหนูเลยนะ อย่า ... ได้โปรด โอะ ... โอ๊ยยยย .... เจ็บบบ " เสียงกรีดร้องของ
สาวสวยหน้าตาดีในชุดนักศึกษาส่งเสียงดังลั่น หยดน้ำตาใส ๆ ไหลเอ่อท่วมนองหน้าใบหน้าสวยนั้น แววตาที่เคยสุกสกาวไป
ด้วยความฝันของเด็กวัยรุ่นบัดนี้เปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวดสุดขีด

ร่างเล็ก ๆ บอบบางของเด็กสาววัยใสที่แลดูบริสุทธิ์น่าทะนุถนอมโดนรายล้อมไปด้วยชายโฉดรูปร่างบึก
บึน
สี่คนที่แสดงแววตาหื่นกระหายวาววับราวกับสัตว์ป่าเพศผู้ในฤดูสมสู่ เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่นั้นแม้จะพอดูออกว่ามันเคยเป็น
เสื้อนักศึกษามาก่อน แต่สภาพขาดวิ่นเละเทะจากการโดนฉีกกระชากจนขาดวิ่นของมันตอนนี้ก็ไม่ต่างกันกับผ้าขี้
ริ้วตาม
บ้านสักเท่าไหร่นัก กระโปรงสีดำโดนถลกเลิกขึ้นไปอยู่ที่หน้าท้องเปลือยเปล่า สองขาขาวเปลือยเปล่านั้นถ่างอ้าออกด้วยมี
ร่างใหญ่ยักษ์เบียดแทรกอยู่ที่ตรงหว่างขา ดุ้นเนื้อยาวใหญ่เสียบคาอยู่ในร่องสวาทจนกลีบสวรรค์นั้นบวมเป่งแทบปริขาด

ใบหน้าของเธอแสดงความเจ็บปวดรวดร้าวออกมาอย่างเห็นได้ชัด ความเจ็บปวดอันล้นเหลือประมาณ ความเจ็บ
ปวดที่ไม่เคยประสบพบพามาก่อน เธอร้องไห้คร่ำครวญด้วยทรมาณอย่างแสนสาหัส ร่างเล็ก ๆ นั้นพยายามบิดตัวหนีดิ้นไป
ดิ้นมาอย่างเต็มที่ แต่ก็เปล่าประโยชน์เพราะร่างกำยำทั้งสี่ร่างที่ห้อมล้อมเธออยู่นั้นไม่ยอมปล่อยให้เธ
อทำอะไรได้แม้แต่น้อย
มือหยาบใหญ่แปดมือลูบคลำสะเปะสะปะไปมาทั่วเรือนร่างของเธอราวกับหนวดปลาหมึกยักษ์ พวกมันบีบขยำละเล่นกับเนื้อ
ตัวของเธอราวกับภูติผีตายอดตายอยากจนเธอเจ็บแปลบ ในขณะที่เบื้องล่างนั้นชายร่างกำยำกำลังส่ายเอวกระเด้าซอยท่อนเนื้อ
ดุ้นใหญ่วิ่งเข้าวิ่งออกเบียดแทรกร่องหลืบฟิตคับแน่นอย่างช้า ๆ แต่หนักแน่นเน้นรุนแรง

ร่างบอบบางของเธอสั่นสะท้านเฮือกด้วยความเจ็บปวดต่อสิ่งแปลกปลอมนั้น มันเร่งความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ขณะ
ร้องครางด้วยอิ่มเอมไปด้วยความสุขสะใจ ความสุขที่ได้มาด้วยการกระทำย่ำยีสาวบริสุทธิ์นางหนึ่งโดยไม่สนใจสีหน้าที่เต็ม
ไปด้วยหยาดน้ำตาและเสียงร้องโอดโอยแห่งความเจ็บปวดของร่างงามนั้น บั้นเอวหยาบหนาอัดกระแทกอย่างไม่ยั้งได้ไม่
นานนักมันก็หยุดลงพร้อมกับแอ่วเอวอัดกระแทกเป็นครั้งสุดท้ายสุดแรง และแล้วแท่งเนื้อนั้นก็ฉีดอัดเอาน้ำเชื้อแห่งความ
ชั่วช้าสามานย์ที่ร้อนรุ่มราวกับถูกส่งตรงมาจากนรกเข้าไปเต็มโพรงสวรรค์ของนักศึกษาส
าวผู้น่าสงสารจนเต็มรัก เมื่อสาแก่
ใจมันก็ถอนเอวดึงแท่งเนื้อสีดำคล้ำที่มีเลือดบริสุทธิ์สีแดงสดชุ่มอยู่ออกมา จากนั้นดุ้นอันใหม่ของหนึ่งในพวกมันก็กลับมา
เสียบเข้าไปในร่องที่บวมช้ำนั้นอีกครั้ง โดยไม่สนใจสีหน้าอ้อนวอนที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของเด็กสาวแม้แต่น้อยนิด
เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นแทบขาดใจ แต่ไหนเลยจะรู้ว่า 'นรก' ของเธอนั้นเพียงเพิ่งกำลังเริ่มต้นเท่านั้น

"แม่งเอ้ย ยิ่งดูยิ่งเงี่ยนโว้ย ... อีเด็กนักศึกษาคนนี้ที่โดนพวกกูรุมโทรมก็ว่าสวยน่ารักอยู่แล้ว แต่แม่งทำไม
พอมาเห็นเด็กนายคนใหม่วันนี้แล้วทำเอาอีนี่แม่งดูหมองไปเลย ผู้หญิงอะไรสวยยังกับนางฟ้า เห็นแล้วควยกระตุกเลย
อิจฉานายชิบเป๋ง ... อีเด็กเวรนี่ก็เสือกใจน้อยฆ่าตัวตายหนีกูซะงั้น ... วันนี้ไม่กลับบ้านแล้ว กูขอตามไปดูนายเย็ดอี
นางฟ้าคนนั้นหน่อยเถอะวะ เผื่อมีบุญได้มีส่วนร่วมกับเขาบ้าง หึ หึ" มือวางยาสลบผิวคล้ำร่างเล็กที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้
ใหญ่ข้างถนนวงแหวนรอบนอกพูดบ่นอย่างหงุดหงิด ขณะมองดูภาพคลิปวีดีโอในโทรศัพท์มือถือ

มือข้างหนึ่งของมันถือโทรศัพท์มือถือที่กำลังแสดงคลิปข่มขืนที่พวกมันภาคภูมิใจ ส่วนอีกข้างของมัน
กำลังลูบคลำของสงวนของตัวเองที่บวมเป่งอยู่ในเป้ากางเกงด้วยความหื่น คลิปนี้มันเพิ่งจะถ่ายมาได้ไม่นานนัก มัน
ถ่ายขณะที่พวกมันกำลังกระทำชำเราข่มขืนนักศึกษาสาวเคราะห์ร้ายรายหนึ่งจนยับเยิน และเมื่อเธอคนนี้ฆ่าตัวตาย
พวกชั่วอย่างพวกมันก็เพียงเอาร่างไร้วิญญาณของเด็กสาวไปฝังทิ้งไว้ในสวนที่อยู่ไม่ไก
ลจากสถานที่ก่อกรรมนัก
จากนั้นก็ไปหาเหยื่อคนใหม่โดยไม่ได้ใส่ใจเรื่องเวรกรรมใด ๆ ทั้งสิ้น

.................................................................

"ผู้หญิงคนเมื่อกี้ไปไหนแล้ว" เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งแฝงไปด้วยความรู้สึกไม่พอใจดังขึ้นมาจากข้างหลัง
ชายร่างเล็กนั้น

"อะไรจ๊ะน้องสาว ผู้หญิงที่ไหน ... ไม่มีหรอก แถวนี้มีแต่พี่สุดหล่อคนเดียวนี่แหละ ... จุ๊ ๆ หุ่นดีไม่เลว ถอด
หมวกกันน๊อคออกมามาคุยกันหน่อยดีกว่านะน้องสาว" ชายร่างเล็กนั้นหันไปมองเจ้าของเสียงผู้มีความสูงพอ ๆ กับมันด้วย
ความรู้สึกแปลกใจ แต่ความแปลกใจนั้นโดนแทนที่ด้วยความรู้สึกหื่นอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะมองไม่เห็นหน้า แต่เมื่อเห็นว่า
รูปร่างที่โดนปกปิดด้วยเสื้อผ้านั้นแลดูปราดเปรียวหนั่นแน่นและเต็มไปด้วยส่วนโค้งเว
้า มันก็ไม่แคล้วออกลายผู้ชายหื่น
ตะกละตะกลามออกมาทันที

"จะถามอีกครั้งเดียวนะ ... ผู้หญิงคนเมื่อกี้ไปอยู่ที่ไหนแล้ว" หญิงสาวในหมวกกันน๊อคสีดำมืดพูดย้ำเสียงเข้ม
แม้ภายนอกจะดูเย็นชา แต่ก็จับได้ว่าเต็มไปด้วยความร้อนรน

"ใจเย็น ๆ น่าน้องสาว เราคุยกันดี ๆ เดี๋ยวพี่ก็จะบอกเองแหละน่า ..." ชายร่างเล็กหันมองซ้ายมองขวา มัน
ไม่รู้หรอกว่าหญิงสาวคนนี้คือใคร อาจจะเป็นใครสักคนที่ตามมาช่วยเด็กของนายคนเมื่อกี้ แต่ในเมื่อสาวหุ่นดีน่ากระเด้า
โผล่มาต่อหน้าในเวลานี้ มันก็รู้สึกเหมือนมีคนเตะหมูมาเข้าปากหมาก็ไม่ปาน เมื่อมองซ้ายมองขวาแล้วไม่เห็นใคร มันก็
แอบกำหมัดแน่นก่อนเกร็งแขนพุ่งหมัดออกไปเต็มแรง เป้าหมายอยู่ที่ส่วนหน้าท้องของเอวบาง ๆ นั้น กะว่าเมื่อโดนก็จะ
ถอดหมวกก่อนโปะยาสลบ ล๊อคด้วยกุญแจมือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง แล้วพาไปหาความสุขให้สะใจ ... แต่มันคาดผิด ...
เสี้ยววินาทีถัดมาหมัดที่มั่นใจว่าต้องเข้าเป้าแน่ ๆ นั้นกลับชกวืดจนตัวมันเซเสียหลัก และตามมาด้วยความรู้สึกเจ็บแปล๊บ

"โอ๊ยยยยยย ... เจ็บ ๆ โอ๊ยยยย ปล่อยกูโว้ย ... แม่งอีดอก อีกะหรี่ กูไม่บอกมึงเด็ดขาด อย่าให้กูหลุดไปได้
นะโว้ย กูจะจับมึงเย็ดให้หอยบานเลย โอ๊ยยยย อีดอกปล่อยกู" ชายร่างเล็กนั้นร้องลั่นเดือดดาลด้วยความเจ็บปวด เมื่อแขน
ของมันโดนอีกฝ่ายจับล๊อคไพร่หลังไว้อย่างแน่นหนาในเวลาอันสั้น มันแทบไม่ทันมองด้วยซ้ำว่าร่างเล็ก ๆ นั้นพลิกพริ้ว
หลบหมัดของมันไปได้อย่างไร และยิ่งไม่ต้องถามถึงเลยว่าตัวมันเสียท่าโดนจับล๊อคไว้ได้อย่างไร

"เอาล่ะ ... จะบอกดี ๆ หรือว่าจะให้ส่งตัวให้พ่อของผู้หญิงคนเมื่อกี้ ... รับรองว่าเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองไทย
คงมีวิธีทรมาณแกให้เจ็บยิ่งกว่าตายแน่ ๆ โดยเฉพาะถ้าเขารู้ว่าพวกแกรังแกลูกสาวของเขา" ด้วยความว่องไวหญิงสาวร่างเล็ก
นั้นบิดแขนแล้วกดร่างของชายอกสามศอกลงไปนอนกองกับพื้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ เธอครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนพูดออกไปด้วย
น้ำเสียงข่มขู่ให้ฟังดูน่ากลัวที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาจากในภาพยนต์

"เจ็บ ๆ โอ๊ย เบา ๆ เจ็บโว้ย ... " ชายร่างเล็กนั้นแหกปากร้องเสียงดังแข่งกับเสียงรถราที่วิ่งผ่านไปมาบนท้องถนน
เมื่ออีกฝ่ายจับนิ้วของเขาแล้วบิดฝืนทิศทางจนมันดิ้นเร่า ๆ หัวสมองน้อย ๆ ที่คิดเป็นแต่เรื่องชั่ว ๆ ในการทำร้ายคนอื่น เริ่ม
ทำงานอย่างหนักที่จะคิดเรื่องเอาตัวรอด มันบอกกับตัวเอง ใช่แล้ว ... มันได้ยินมาว่าเหยื่อของนายคนนี้เป็นลูกคนใหญ่คนโต
ไม่น้อย และดูจากการที่สามารถจัดการมันได้ง่าย ๆ อีกฝ่ายน่าจะเป็นบอดี้การ์ดฝีมือดีมีประสบการณ์ ดังนั้นคำขู่นั้นมีเค้าความ
จริงอย่างไม่ต้องสงสัย ในความคิดของมัน ถ้ามันไม่บอกมันก็จะต้องโดนจับไปทรมาณจนต้องทนไม่ได้อยู่ดี ในขณะที่นายของ
มันก็ได้เสพสุขกับนางฟ้าคนนั้นสบายไป แล้วทำไมมันต้องยอมทำให้นายของมันขนาดนั้นด้วย ประโยชน์ก็ไม่ได้แถมจะยัง
โดนเชือดทิ้งเอาเสียอีก และเมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้วมันก็เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อยลง

"โอ๊ยยย ยอม ๆ เดี๋ยวบอกก็ได้ แต่สัญญาก่อนว่าถ้ากูบอกแล้วต้องปล่อยกูไป ..." ชายคนนั้นฟุบหน้าลงกับพื้น
หยุดดิ้นรนขัดขืน ก่อนค่อย ๆ บอกแผนการณ์ชั่วของนาย และสถานที่ทำการออกมาจนหมดเปลือก

เมื่อได้ฟังความทั้งหมดภายใต้หมวกกันน๊อคนั้นใบหน้าของเธอแสดงแววเคร่งเครียดมากกว่า
เดิม เธออยากจะจัด
การลงโทษไอ้โจรชั่วคนนี้ให้สาสม แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรได้ เธอไม่มีเวลาพอ และอีกอย่างที่สำคัญก็คือเธอไม่เหี้ยมพอที่จะทำ
อะไรแบบนั้น เธอจึงเพียงแต่ล๊อคประตูรถยนต์ที่จอดทิ้งเอาไว้ ก่อนโยนกุญแจรถยนต์ทิ้งไปในคูน้ำข้างทาง จากนั้นก็หยิบเอา
โทรศัพท์มือถือที่กำลังฉายคลิปการกระทำชำเราข่มขืนของโจรชั่วคนนั้นติดตัวไปด้วย และแล้วเสียงเครื่องยนต์ของมอเตอร์ไซค์
ก็ส่งเสียงร้องคำรามดังบรื้น ๆ ก่อนพุ่งตัววิ่งฝ่าไอแดดออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงร่างสลบเหมือดของชายร่างเล็กคนนั้นที่ถูก
กุญแจมือล่ามติดไว้กับล้อรถยนต์ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนแรงประหนึ่งอยู่ท่ามกลางขุมนรก

.........................................................................

ณ สถานที่อีกแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งแหงนมองยอดต้นตะเคียนต้นใหญ่เหมือนจะพยายามหยั่งคะเน
อายุของต้นไม้เบื้องหน้าที่สูงประหนึ่งกำลังค้ำจุนแผ่นฟ้า แววตานั้นมีแววของความหวาดหวั่นไม่น้อย เพียงแค่เขาเดินเข้ามา
ใกล้ต้นไม้ใหญ่นี้ แสงอาทิตย์ยามบ่ายที่สาดส่องลำแสงร้อนแรงเหมือนจะโดนบดบังเสียจนหมดสิ้น มองไปภายนอกแม้ว่าจะ
ยังคงมีแสงแดดส่องสว่างจ้าอยู่ แต่สถานที่แห่งนี้กลับเต็มไปด้วยเงามืดครึ้มราวกับอยู่ในยามสนธยา เขาเดินก้าวขายาว ๆ อีก
สองสามก้าว ก่อนหันไปมองรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้ทางเบื้องหลังไกลออกไปหลายร้อยเมตร เขาแอบสงสัยตัวเองเหมือนกันว่าทำไม
ถึงได้จอดรถทิ้งไว้ซะไกล แล้วเดินเข้ามาแทนที่จะขับมาจอดใต้ร่มไม้นี้

โคนต้นตะเคียนทองต้นใหญ่ที่ยืนต้นสูงตระหง่านอยู่นั้นมีผ้าแถบสีผูกโอบไว้รอบโคนตามธ
รรมเนียมปกติ
ที่มักจะมีชาวบ้านมาบนบานกล่าวขอสิ่งที่ต้องการต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเมื่อมองไปรอบ ๆ ให้ดี จะเห็นได้ว่าภายใต้ไม้เลื้อย
นานาพันธ์ที่เลื้อยตวัดพันปกคลุมจนรกรุงรังนั้น เต็มไปด้วยศาลพระภูมิและศาลเจ้าเก่า ๆ ที่แตกหักผุพังอยู่หลายศาลด้วยกัน
และดูเหมือนว่าเจ้าของสถานที่แห่งนี้จะสำแดงฤทธาโดยเจตนา เมื่อชายหนุ่มกวาดตามองไปยังป้ายไม้ผุพังบนพื้นที่มีไม้เลื้อย
พัวพันอยู่จนยากแก่การอ่านนั้น ต้นไม้ใบหญ้าก็พากันขยับหลีกทางปล่อยให้เขาเห็นข้อความบนนั้นได้อย่างชัดเจน

"... เจ้าแม่ตะเคียน" เอกไล่สายตาไปตามตัวอักษรที่จารึกบนป้ายไม้นั้นอย่างตั้งใจ แม้ตัวอักษรจะลบเลือนไปบ้าง
แต่ก็ยังพออ่านออกได้ และเมื่อเขาออกเสียงอ่านออกมาแม้จะเพียงเบา ๆ ในลำคอ ก็เหมือนว่าบริเวณโดยรอบนั้นจะเงียบลงไป
แทบจะทันที เสียงสายลมที่เคยหวีดหวิว และเสียงร้องของเหล่าแมลงตัวเล็กตัวน้อยในกอไม้ใบหญ้าต่างก็พลอยพากันเงียบหาย
ราวกับไม่เคยมีสิ่งใดอยู่ในบริเวณนั้นมาก่อน

"ไปไม่ลา มาไม่ไหว้ ... สมัยนี้ผู้คนไร้มารยาทเช่นกระนี้กันหมดแล้วรึ" เสียงนั้นดังขึ้นมาจากทางต้นไม้ใหญ่
สุ้มเสียงนั้นหวานใสราวสาวรุ่น แต่กลับแฝงไปด้วยพลังมหาศาลจนสั่นสะเทือนอากาศไปทั่วบริเวณ

สุ้มเสียงตำหนินั้นทำเอาเอกถึงกับสะดุ้ง เมื่อหันไปมองใต้โคนต้นไม้ใหญ่นั้นอีกครั้งจึงเห็นร่างสะโอดสะองของ
สตรีเพศนางหนึ่ง ใบหน้าของเธอแลดูอ่อนเยาว์สะสวย สะอาดหมดจด ร่างขาว ๆ เล็ก ๆ มีเสน่ห์น่าหลงไหลนั้นห่อหุ้มด้วย
สไบและผ้าถุงประหนึ่งสาวชาวบ้านชาวดอยในสมัยก่อน ต่างกันก็เพียงแต่ว่าผ้าทุกชิ้นบนเนื้อตัวนั้นกลับสั้นเต่อจนเผยผิว
กายขาว ๆ ของเรือนร่างอันงดงามให้เขาได้เชยชมอย่างจงใจ ดวงตาสีเขียวพิสุทธิ์ที่เปี่ยมไปด้วยพลังคู่นั้นสะกดจ้องมองกับ
เขาตรง ๆ เหมือนจะยั่วยวนส่วนหนึ่ง และเหมือนจะล้วงอ่านซอกซอนเข้าไปทุกซอกมุมในใจของเขาอีกส่วนหนึ่ง

"เอ่อ ... สวัสดีครับ" เอกยกมือไหว้รู้สึกได้ว่าเนื้อตัวสั่นน้อย ๆ ด้วยรู้สึกทั้งกริ่นเกรงในอำนาจที่แฝงอยู่ในน้ำเสียง
นั้น และรู้สึกได้ถึงความพลุ่งพล่านประการหนึ่งที่บังเกิดขึ้นในหัวสมองของตนเอง เขาแทบจะถอยกลับและไปให้ไกลจากที่นี่
ด้วยความประหวั่น แต่ก็อดไม่ได้ที่จะยืนมองร่างงามนั้นด้วยความรู้สึกอยากใกล้ชิดสัมผัส และเขารู้สึกใจชื้นขึ้นเป็นกองเมื่อ
เด็กน้อยรักยมผู้กร้าวแกร่งด้วยพลังเวทย์ทั้งสองขยับตัวมายืนขวางระหว่างเขา และเจ้าแม่ตะเคียนเอาไว้

"เอาเถอะ ... ข้ารอเจ้าอยู่นานแล้วหนุ่มน้อยผู้ฝักใฝ่ในกามารมณ์" ปากเธอพูดเหมือนต่อว่า แต่กิริยานั้นเล่ากลับ
เหมือนพยายามจะนำเสนออย่างยินยอมพร้อมใจ

"... รออยู่นานแล้ว ? ... ท่านพูดเหมือนรู้ว่าผมจะมา ? ..." เอกรู้สึกหน้าชาน้อย ๆ ที่โดนต่อว่า แต่ก็พยายาม
สะกดข่มอารมณ์ตนเอง พลางร้องถามด้วยความสงสัย เขาไม่ทันสังเกตเห็นแววตาของรักยมที่กำลังฉายแววแห่งความตระหนก

"... นั่งก่อนซิ ... ข้ามิได้พบเจอผู้ที่มองเห็นและเจรจาพาทีกับตัวข้าได้มาหลายเพลาแล้ว" นางไม่ตอบคำถาม
แต่เดินส่ายสะโพกงามงอนนำหน้าชายหนุ่มไปที่ใต้กิ่งไม้ใหญ่ที่มีเถาวัลย์ไม้เลื้อยห้อ
ยลงมาพัวพันเสมือนว่าเป็นเก้าอี้เปลไกว

"พ่อจ๋า ... อย่าเข้าไปเลย ... มันอันตราย ... อยู่ห่าง ๆ ดีกว่า ... อยู่ข้างนอกนี่ไม่มีอะไร แต่ใต้ต้นไม้นั่นเป็น
ถิ่นของเขา" เด็กน้อยรักยมพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่เห็นด้วยนักอีกทั้งเหมือนจะไม่ยอมเปิดทางให้เอกเ
ดินผ่านเข้าไป

"เด็กผีทั้งสอง เจ้ารู้ใช่มั้ยว่าข้าถือศีลห้ามมุสา ... ข้าจักให้คำสาบานว่าข้าจะไม่ทำร้ายให้นายพวกเจ้าบาดเจ็บ
แม้แต่น้อย" นางตะเคียนพูดตอบน้ำเสียงราบเรียบอย่างแทบจะไม่ต้องคิด เหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าเด็กน้อยทั้งสองจะไม่ยินยอม
ปล่อยผู้เป็นนายให้เข้ามา

"... ไม่เป็นไรหรอก ... ท่านเป็นเทพาอารักษ์คงจะไม่ทำอะไรใคร ... แถมท่านยังสวยเหมือนนางฟ้าด้วย คงไม่
ใจร้ายหรอก" เอกพูดกึ่งปลอบใจตัวเอง กึ่งหยอกล้อเล่นซนตามปกติวิสัย ใช่ว่าเขาไม่รู้สึกกลัว ตอนนี้เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไม
เขาต้องมาที่นี่ ... เพียงแต่ว่ามันเป็นความรู้สึกบางอย่าง ความรู้สึกของจิตใจที่ผลักดันให้เขาต้องมาที่แห่งนี้

"..." แววตาสีเขียวเย็นชานั้นเปลี่ยนเป็นทอประกายอย่างยินดีไปชั่วขณะหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นหญิงสาวยุคใดสมัยใด
คำชมว่าสวยนั้นก็ถือว่าล้ำค่ากว่าทรัพย์สินใด ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันออกมาจากบุรุษที่พวกเธอให้ความสนใจ

สายตาเย้ายวนของเธอไม่เคยคลาดสายตาไปจากชายหนุ่มแม้แต่วินาทีเดียว นางตะเคียนรู้สึกผูกพันธ์กับเขาอย่าง
ประหลาดมันเป็นความรู้สึกที่เธอห่างหายไปนาน สำหรับเธอแล้วหนุ่มน้อยผู้นี้ภายนอกเปี่ยมไปด้วยรูปลักษณ์อันหล่อเหลาสม
ชายชาตรี อีกทั้งทั่วทั้งร่างนั้นเปี่ยมล้นไปด้วยพลังมนต์ดำที่ไหลวนเวียนอยู่อย่างกล้าแข็งปร
ะหนึ่งพ่อมดหมอผีเชี่ยวประสบการณ์
หากแต่นิสัยใจคอนั้นกลับมีแววแห่งความซุกซุนของเด็กน้อยบริสุทธิ์ที่น่ารักน่าใคร่ผส
มปนเปกันอยู่อย่างแยกไม่ออก

"เอาล่ะ จงว่ามา เจ้ามาที่แห่งนี้ ด้วยเหตใดกัน" นางดึงตัวเองออกมาจากห้วงแห่งความคำนึงนั้นพลางกล่าวด้วย
น้ำเสียงราบเรียบอีกครั้ง เมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังจะนั่งลงบนเก้าอี้เปลเถาวัลย์ด้านตรงข้าม

"... เอ่อ ... ผมนึกว่าท่านรู้แล้วซะอีก" เอกยิ้มและพูดตอบล้อเลียนตามนิสัย ขณะที่สายตานั้นก็อดไม่ได้ที่จะ
ซุกซนมองสำรวจ ช่วงขาเรียวยาวที่ขาวละลานตาอยู่เบื้องหน้าอย่างไม่เก็บอาการ

"เจ้าเด็กไร้มารยาท ... ภายใต้ดวงเนตรพิสุทธิ์แห่งข้า ข้าจักรู้เพียงว่าเจ้าจะมาเยี่ยมเยียน แต่มิอาจรู้ได้ว่า
ตัวเจ้ามาเยี่ยมเยียนด้วยความคิดอ่านประการใด ... และหากเจ้าไม่คิดพูดความสัตย์เสียบ้าง ข้าจะเลิกเจรจากับเจ้าแล้ว"
นางตะเคียนพูดกึ่งตำหนิกึ่งตัดพ้อ พร้อมกับหัวเราะคิกคัก ในใจรู้สึกนึกชอบพอและขบขันในท่าทางซุกซนทีเล่นทีจริง
ของชายหนุ่มคนนี้

"นี่หมายความว่าท่านเห็นอนาคตเหรอเนี่ย ... งั้นตอบตามจริงก็ได้ ... ผมมาเพราะว่า ... เอ่อ ... แหะ ๆ
ไม่รู้เหมือนกัน ... สงสัยจะมาเพราะเสน่ห์ของท่าน" เอกตอบขณะจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีเขียวแวววาวนั้นอย่างสนอก
สนใจจนอีกฝ่ายสะท้านไปทั้งร่าง

"เช่นนั้นเองรึ" นางตะเคียนรู้สึกร้อนวูบวาบพูดพลางหัวเราะคิกคักพลางถอดผ้าสไบของตัวเองออกไป จน
เหลือแต่เพียงผ้าคาดหน้าอกที่สั้นเต่อจนแทบจะเหมือนเสื้อชั้นใน ไหล่ขาว ๆ และร่องอกเนื้อแน่นปรากฎต่อสายตาเขา
อย่างยั่วยวน อกอวบตูมที่แทบจะล้นออกมาจากเนื้อผ้าที่รัดรึงอยู่นั้น ทำเอาเอกถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคอชุดใหญ่ และ
หากเขาสังเกตไม่ผิดแล้วล่ะก็ในร่มผ้านั้นหัวนมของเธอกำลังชูชันขึ้นมาเป็นเม็ดอย่างช
ัดเจน

"บอกข้าได้หรือไม่ว่า ตัวข้า กับผู้หญิงของเจ้า ... ผู้ใดงามกว่ากัน" นางตะเคียนผู้ร้อนเร่าพูดถามพลางก็แอ่น
อกอวบสวยแล้วบิดตัวไหวไปมาเบา ๆ พลาง ๆ

"... ก็สวยคนละแบบนะครับ ... ต้องบอกว่าเป็นคนสวยด้วยกันทั้งคู่ ... ถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่คงเป็นดาราหนัง
ได้เลย" เอกอ้ำอึ้งชั่วขณะก่อนตอบไป เมื่อลองสังเกตดี ๆ เขากลับรู้สึกว่าเรือนร่างที่โค้งเว้าสวยงามของเจ้าแม่ตะเคียนนางนี้
แทบจะไม่ต่างกันกับน้องหญิงแฟนสาวของเขาแม้แต่น้อยนิด หรือหากให้พูดกันจริง ๆ แล้วหากไม่นับใบหน้าที่แตกต่าง
ออกไปแล้วล่ะก็เขาคงจะนึกว่าร่างนี้คงจะเป็นร่างของน้องหญิงอย่างแน่นอน หากแต่จะให้ตอบแบบนี้อีกฝ่ายคงไม่ชอบ
หรือจะให้โกหกเสียก็คงไม่ดี สุดท้ายก็เลยใช้วิธีเลือกทางที่สามแทน

"คิก คิก ... ในสายตาของบุรุษเจ้าชู้เช่นเจ้า ผู้หญิงทั่วแผ่นดินสยามคงจะสะสวยไปหมดซะกระมัง" แรกทีเดียว
นางตะเคียนนึกว่าชายหนุ่มจะมุสาบอกว่าเธอสวยกว่าเสียอีก แต่เมื่อตอบแบบนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกดีไปอีกแบบ ถึงชายหนุ่มจะดู
ท่าทางกะล่อนอย่างไร ก็ไม่ใช่ผู้ที่จะโกหกพกลมมากนัก ยิ่งเจรจาพาทีเธอก็ยิ่งรู้สึกถูกใจเด็กหนุ่มผู้นี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ตลอด
หลายร้อยปีที่ผ่านมาผู้ที่พูดคุยกับเธอได้มีแต่เพียงพระธุดงค์ และหมอผีสูงอายุที่คิดมาลองดีเท่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เจอะ
เจอกับบุรุษหนุ่มวัยคะนองความรู้สึกของนางตะเคียนผู้ทรงฤทธิ์ตอนนี้ก็คงไม่ต่างอะไรก
ับ เด็กสาวไร้เดียงสาขี้เหงาที่ได้พาน
พบกับชายหนุ่มที่ถูกใจ มันเป็นความรู้สึกที่พร้อมจะมอบให้ได้ทุกอย่าง และพร้อมที่จะทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้เขาคนนั้นมา
อิงแอบแนบกาย

"ถ้าหากให้ผู้หญิงทุกคนสวยแบบท่านล่ะก็ โลกคงจะสดใสน่าดูทีเดียว ... ว่าแต่ท่านยังไม่ได้บอกเลยว่าท่านเห็น
อนาคตจริง ๆ เหรอครับ" เอกแอบหยอดคำหวานแล้ววกกลับมาถามต่อ

"มิผิด ... ดวงตานี้มองเห็นสิ่งที่จักเกิดขึ้นในกาลที่ยังมาไม่ถึงได้" นางตะเคียนตอบอย่างภูมิใจในฤทธาของตนเอง
อีกทั้งยังถูกใจที่สุดที่ถูกมองด้วยแววตาอันแสนชื่นชมจากชายหนุ่มเบื้องหน้าเพศตรงข้
าม

"โอ้โห สุดยอดเลย ... เอ แต่ว่า รักยมของผมก็คงจะมองเห็นได้เหมือนกันมั้ง เพราะมักจะเตือนภัยได้ แล้วก็ยังช่วย
บอกราคาหุ้นให้ผมได้อีก ใช่มั้ยลูกรัก" เอกหันไปมองทางลูกรักทั้งสองด้วยแววตาชื่นชมเหมือนกัน

"ไม่ใช่ ... เจ้าอย่าได้นำดวงตาพิสุทธิ์แห่งข้าไปเทียบกับเด็กผีสองตนนั่น ... พวกมันมิได้มองเห็นอนาคต พวกมัน
ทำได้เพียงรับรู้เหตการณ์ร้ายด้วยลางสังหรณ์ที่กำลังเกิดขึ้นมิใช่รู้ล่วงหน้า ... จุดเด่นของพวกมันคือการโน้มน้าวให้ผู้คนปฎิบัติ
ตามที่ต้องการ ... หากพวกมันบอกว่าพรุ่งนี้จะมีคนมาหา นั่นก็หมายความว่าพวกมันต้องใช้อิทธิฤทธิ์ดลใจให้คนผู้นั้นมาหา
หรือ ดลใจให้ผู้คนจับจ่ายซื้อสินค้าใด ๆ ในราคาตามที่ต้องการได้ ไม่ใช่การรู้ล่วงหน้าโดยแท้จริงเช่นดวงตาของข้า... เจ้าเข้าใจ
หรือไม่ อย่านำเอาฤทธิเดชเล็กน้อยนั่นมาเทียบกับตัวข้า" นางตะเคียนรีบตอบเสียงดังด้วยความรู้สึกเหมือนเด็กที่ถูกแย่งชิงความ
รักส่วนหนึ่ง และด้วยความไม่พอใจที่โดนเปรียบเทียบส่วนหนึ่ง

"... เป็นอย่างงั้นเหรอเนี่ย ... เพิ่งรู้เหมือนกัน ... " เอกทำหน้างง ๆ หันไปถามรักยม

"ก็ใช่อยู่หรอกจ้ะพ่อจ๋า ... แต่คุณป้าคนนี้ก็ทำได้แค่มองอนาคต แต่ดลใจใครไม่ได้เหมือนพวกหนูหรอกนะ"
เด็กน้อยทั้งสองหันมาพยักหน้ายอมรับตามที่นางตะเคียนกล่าวมา แต่ก็ไม่วายพูดแขวะกลับไป เหมือนเด็กน้อยที่ไม่ยอมแพ้
กันและกัน

"อ้ายพวกเด็กผี !!!" นางตะเคียนพูดเสียงดังอย่างไม่พอใจ

"เอ่อ ... งั้นแสดงว่าเนตรพิสุทธิ์ของท่านก็มองเห็นเหตการณ์ในอนาคตได้ทุกอย่างเลยล่ะซิเนี่ย เจ๋งจริงๆ " เอกขยิบ
ตาให้รักยมทั้งสอง ก่อนหันกลับมามองนางตะเคียนอย่างชื่นชมอีกครั้ง

"คิดได้เช่นนั้นก็ดีแล้ว ... " นางตะเคียนตอบพลางมองหน้ารักยมอย่างหมิ่น ๆ และพวกรักยมทั้งสองก็ตอบโต้ด้วย
การแลบลิ้นปลิ้นตาใส่

"... เพียงแต่ว่าข้ามิได้มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง ข้าอาจจะเห็นเพียงบางฉากบางตอนของเหตการณ์แล้วแต่ม่านกรรม
จะบดบัง อีกทั้งยังต้องอาศัยมองผ่านดวงตาของสรรพชีวิตที่อยู่ในเหตการณ์ หากไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอยู่ข้าก็ไม่อาจเห็นสิ่งใดได้แต่
อย่างไรเสียก็นับได้ว่าตัวข้า เป็นผู้รู้เห็นอนาคต" นางตะเคียนชะงักช่วงหนึ่งก่อนยิ้มออกมาอย่างพอใจในสายตาชื่นชมนั้น
เฉกเช่นเด็กน้อยที่ได้รับความสนใจจากคนที่ตนรัก เธอหันไปมองรักยมด้วยแววตาของผู้ชนะ

"ถ้าอย่างงั้นท่านเห็นอนาคตของผมเป็นยังไงบ้างล่ะครับ" เอกผู้อยากรู้อยากเห็นมองสบสายตากับนางตะเคียนด้วย
สายตาวิงวอน ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีจนร้อนวูบวาบ

"... ก็ได้ ... เมื่อเจ้าขอร้อง ข้าก็จะยอมเพ่งนิมิตรให้ก็ได้ แต่จงจำเอาไว้ ว่าข้ามองเห็นเพียงบางส่วนเท่านั้น แล้วแต่
ว่าม่านกรรมจะเปิดให้มองเห็นได้เพียงใด ... เอาล่ะจงมองดวงตาของข้า แล้วเจ้าจะได้เห็นไปพร้อมกันกับข้า" เมื่อพูดจบดวงตา
ของนางตะเคียนก็สว่างวาบเจิดจ้าขึ้นมาทันที

เอกเพ่งมองเข้าไปในดวงตานั้นด้วยความประหลาดใจ แสงนั้นสว่างเจิดจ้าก็จริง แต่ก็ไม่ได้สว่างเสียจนทำให้เขา
แสบตาแต่อย่างไร เขามองลึกเข้าไปในดวงตาแสนสวยที่ดึงดูดนั้น และราวกับว่าเขาโดนดูดเข้าไปในนั้น สายตาของเขาเห็น
ภาพบังเกิดขึ้นมากมายเหมือนกับกดดูภาพยนต์ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นนับสิบนับร้อยเท่
า รู้สึกเหมือนเห็นตัวเขาเองอยู่ในบาง
ฉากบางตอนนั้น หากแต่มันวิ่งเร็วเสียจนไม่อาจจับเหตการณ์ใด ๆ ได้ และแล้วเมื่อผ่านระยะเวลาไปช่วงหนึ่งภาพนั้นก็พลัน
ค่อย ๆ ขยับช้าลงเรื่อย ๆ ... ช้าลงเรื่อย ๆ .... จนกระทั่งหยุดลง ...

ภาพที่เห็นนั้นมองลงมาจากเบื้องสูงระดับยอดไม้ ภาพนั้นโงนเงนสั่นไหวเล็กน้อยในตอนแรก มีอะไรบางอย่างที่
ดูเหมือนกับปีกนกสีน้ำตาลกำลังกระพือสะบัดแวบเข้ามาในจอภาพทั้งด้านซ้ายและขวาพร้อมก
ัน และเมื่อการเคลื่อนไหวนั้น
หยุดลงภาพนั้นก็นิ่งสงบลง ดวงตาของสิ่งมีชีวิตอะไรบางอย่างที่เขากำลังมองผ่านอยู่นั้นหันไปสนใจพื้นที่โล่งในป
่าโปร่งแห่ง
หนึ่ง เบื้องหน้านั้นท้องฟ้าแดงฉาน กลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งไปทั่วทุกหย่อมหญ้า เพลิงไฟสีแดงลามเลียไปทั่วบริเวณราวกับยืน
อยู่ในขุมนรกโลกันต์ขุมหนึ่ง เสียงเผียะผะดังระงมออกมาจากกิ่งไม้ใบหญ้าที่โดนเพลิงไฟแผดเผา

หัวใจของเขาเต้นระทึกเมื่อภาพนั้นค่อย ๆ ขยับไปยังพื้นที่โล่งที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนัก ภาพเงาร่างของมนุษย์สาม
ร่าง และเงาสีดำทะมึนของร่างอะไรบางอย่างที่ใหญ่โตอีกหนึ่งร่างจึงปรากฎขึ้นให้เห็น เขาพยายามเพ่งมองเข้าไป จนกระทั่ง
มองเห็นเงาร่างของตัวเขาเองกำลังยืนอยู่ในสภาพเนื้อตัวมอมแมมสะบักสะบอม เสื้อผ้านั้นฉีกขาดมีรอยแผลถลอกปอกเปิกไป
ทั่วทั้งร่าง ตัวเขาในภาพนั้นกำลังยืนมองดูอีกฝ่ายด้วยสายตาเคียดแค้น แต่อีกฝ่ายนั้นกลับยืนอย่างปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิด
ขึ้น อีกทั้งยังมองกลับด้วยแววตาเหยียดหยามเสียด้วยซ้ำ ไม่มีร่องรอยการบาดเจ็บ หรือร่องรอยการต่อสู้ใด ๆ ทั้งสิ้นมีแต่เพียง
ตัวเขาที่บาดเจ็บเจียนตายแทบจะทรงตัวยืนไม่อยู่

เอกเพิ่งพินิจผู้ชายฝ่ายตรงข้ามอีกครั้ง ชายคนนั้นเป็นชายวัยกลางคนนุ่มขาวห่มขาวรูปร่างหน้าตาบ่งบอกว่า
เป็นหมอผีผู้ทรงฤทธิ์ สองมือเหี่ยวย่นแต่เต็มแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อนั้นพนมมือไว้แทบจะตลอดเวลา ที่ข้างกายหมอผีนั้นมี
ร่างสีดำใหญ่ยักษ์คล้ายกับควายป่าเดินวนเวียนส่งเสียงหายใจฟืดฟาดไปรอบกาย ขนาดของมันหากเทียบกับควายทั่วไปแล้ว
ก็ต้องบอกว่าใหญ่กว่าเกือบสามเท่าตัวทีเดียว รอยกีบเท้าที่กดลึกลงไปบนพื้นดินบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าน้ำหนักตัวของมันนั้น
ไม่ต่างอะไรกับรถบรรทุกคันใหญ่ ปลายเขานั้นโค้งแหลมน่ากลัวประหนึ่งคันธนู ดวงตาของมันแดงฉานเฉกเช่นเดียวกันกับ
สภาพรอบข้างที่เต็มไปด้วยเพลิงไฟสีแดงร้อนแรงที่กำลังเผาผลาญทำลายต้นไม้ใบหญ้า

เงาร่างวิญญาณเล็ก ๆ คุ้นตาสองร่างบินโฉบวนเวียนไปมารอบบริเวณด้วยความเร็วสูง เขาสังเกตเห็นได้ว่า สองร่าง
นั้นคือรักยม หากแต่ที่แห่งนั้นก็มีเงาร่างวิญญาณเล็ก ๆ สีดำอีกสองร่างที่ลักษณะคล้ายกันบินวนเวียนอยู่เช่นกัน เงาร่างวิญญาณ
ทั้ง 4 นั้นลอยฉวัดเฉวียนไปมาไม่หยุด พวกมันบ้างลอยเข้ากระแทกโจมตีใส่กัน บ้างดีดตัวออกแล้ววนเวียนอยู่ไม่ห่างจากรอบกาย
ของเขานัก เอกพยายามเดาเหตการณ์ในภาพนั้นว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น แต่หัวสมองก็มึนตื้อไปหมด ดูเหมือนว่ารักยมลูกรักของ
เขากำลังประหัตประหารกับ ... กับ ... กับสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นรักยม ต่างก็เพียงแต่เป็นสีดำเท่านั้น ... ในขณะที่ตัวเขาเองก็ยืน
อยู่เบื้องหน้าหมอผีผู้ทรงฤทธิ์ ไม่ต้องบอกเหตการณ์ก็รู้ว่าตัวเขาที่สะบักสะบอมเละเทะนั้นต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อย่างไ
ม่ต้องสงสัย

เขาอยากรู้เหตการณ์ต่อไปใจแทบขาด หากเพียงแต่ว่าภาพที่เห็นนั้นไม่ดำเนินต่อไป อีกทั้งกลับมืดลงไปเรื่อย ๆ
เขาพยายามเพ่งตามองอย่างลนลานเผื่อว่าจะเห็นอะไรได้มากกว่านี้ พลันสายตาก็ไปสังเกตเห็นร่างของผู้หญิงคนหนึ่งนอนคว่ำ
หน้าอยู่กับพื้นดินห่างจากด้านหลังเขาไม่ไกลนัก เขาไม่อาจจะเห็นใบหน้าของเธอได้ อีกทั้งภาพนั้นเริ่มพล่าเลือนจนจับไม่ได้
หากแต่เงาหลังนั้นช่างดูคุ้นตาเสียเหลือเกิน เขารู้สึกใจเต้นไม่เป็นส่ำ ผู้หญิงคนนั้นคือใครกัน แล้วเธอจะเป็นอะไรหรือเปล่าจึง
ได้นอนนิ่งอยู่กับพื้นแบบนั้น ... ความรู้สึกโหยหาพาให้เขาเอื้อมมือคว้าไปเบื้องหน้ายังภาพนั้นประหนึ่งจะเข้าไปโอบประ
คอง
ช่วยเหลือ ... แต่แล้วภาพนั้นก็ค่อย ๆ ดับมืดลงอย่างช้า ๆ จนมองไม่เห็นสิ่งใดอีกต่อไป

................................................................................

*

Offline LAMBERG

  • *
  • 1404
  • 35
  • คุณอยากได้อะไรมากที่สุด...?
    • View Profile
"เป็นอย่างไรบ้าง ... อืมมม"

เสียงหวานใสเสียงหนึ่งดังขึ้นดึงให้เขากลับคืนจากภาพแห่งอนาคต เขากระพริบตาปริบ ๆ สองสามครั้งก่อนจะ
เห็นใบหน้าสวยหวานของนางคะเตียนที่กำลังแดงระเรื่ออยู่เบื้องหน้า สีหน้านั้นช่างเย้ายวนใจราวสาวน้อยที่กำลังอยู่ในห้วง
แห่งรัก เขารู้สึกผิดท่าจึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าสองมือของเขาที่เอื้อมไปข้างหน้าเมื่อครู่ ตอนนี้อยู่ตรงบริเวณหน้าอกอวบอิ่มของเธอ
แบบเต็ม ๆ แม้จะมีเนื้อผ้าปิดบังไว้ แต่สองมือที่ประคองสองเต้าอวบใหญ่ประหนึ่งลูกมะพร้าวไว้นั้นก็รู้สึกได้ถึงความนุ่มน
ิ่ม
หยุ่นตึง และเต็มไม้เต็มมือ

"นุ่มจัง ... เอ๊ย ภาพเมื่อกี้คืออะไรกัน แล้วมันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ที่ไหน ทำไมผมต้องสู้กับมัน แล้วผู้หญิงในนั้น
คือใครกัน" เอกถามเป็นชุด แต่กลับไม่ยอมปล่อยมือจากอบอวบนั้น แม้จะแปลกใจอยู่บ้างที่ว่าทำไมเขาถึงสัมผัสกับร่างที่น่า
จะเป็นวิญญาณของนางตะเคียนได้ แต่นั่นใช่เรื่องสำคัญที่เขาอยากรู้ซะเมื่อไหร่ อีกทั้งเมื่อเขามั่นใจว่าเจ้าของร่างนั้นไม่ได้
ว่าอะไร ก็ยิ่งได้ใจลงมือบีบขย้ำสัมผัสเบา ๆ สลับกับใช้ปลายนิ้วบีบบี้บริเวณหัวนมที่กำลังแข็งตระหง่านชูชันนั้น

"อุ ... ซี้ดดดสสส ... อืมมม ... นี่เจ้าจะถาม หรือจะล่วงเกินข้ากันแน่ ... อืมมม ... " นางตะเคียนผู้เปลี่ยนภาพ
พจน์จากเจ้าแม่อันเร้นลับมาเป็นสาวสุดเซ็กส์พูดน้ำเสียงสั่นเครือ เธอแอ่นอกอวบนั้นสู้กับสองมือที่ตะปบตะโปมด้วยอารมณ์
กระสันอย่างที่สุด อารมณ์ร้อนรักของสตรีเพศที่ตกตะกอนอยู่ในเบื้องลึกของจิตใจด้วยผ่านวันเวลาอันยาวนาน
ตอนนี้โดนเขา
กวนให้มันขุ่นจนแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกายของเธอแล้ว

"ก็ขอสองอย่างเลย ไม่ได้เหรอครับพี่สาวคนสวย" เอกได้ทีรีบเปลี่ยนสรรพนามนางตะเคียนให้กลายเป็นพี่สาว
ซะเฉย มันเป็นความรู้สึกสะใจอย่างหนึ่งของบุรุษเพศที่ทำให้หญิงสาวสักคนร้องครวญครางอย่างร
ัญจวนใจแบบนี้ได้ โดย
เฉพาะอย่างยิ่งเรือนร่างที่สวยสมบูรณ์แบบเต่งตึงไปซะทุกสัดส่วนแบบนี้ เรือนร่างที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับน้องหญิงแฟนสาว
ของเขา ... เรือนร่างที่เขาหลงไหลอย่างที่สุด

"อาาา ... สะ ... สตรีไทยผู้ใดกันที่จะอยากได้คนเจ้าชู้ชอบกระทำรุ่มร่ามอย่างเจ้ามาเป็นน้องชายร่วมสา
ยเลือด
อ ... อืม ... อูยยสสส" นางตะเคียนหลับตาพริ้มบิดตัวไหวไปมาสยิวแล้วสยิวอีกจนแทบคลั่ง

"พี่สาวคนสวย ช่วยบอกน้องชายคนนี้หน่อยนะ ว่าเมื่อกี้ที่พวกเราเห็นนั่นคืออะไร" เอกยิ้ม ๆ ก่อนวกกลับมา
ถามสิ่งที่กำลังสงสัยต่อ

"อืมมม ... ข้าก็มองเห็นเฉกเช่นเดียวกับตัวเจ้า ... อูยยย ... ผู้หญิงคนนั้นข้าไม่รู้ว่าเป็นใคร ... อะ ... ซี้ดดดสสส
... ตะ แต่เรื่องราวนี้คงจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ... อ๊ะ อูยยย ... จ .. เจ้า จะต้องเผชิญหน้ากับมันผู้นั่น ... ส่วน
เรื่องราวจะจบลงเช่นไร เราเองก็ไม่อาจจะรับรู้ได้"

"... ในนั้นคือพวกลูกหรือเปล่า พ่อเห็นบินวนเวียนสู้กับอะไรบางอย่างสีดำ" เอกหันไปถามทางรักยม แต่รักยม
ไม่ให้คำตอบใด ๆ แถมยังทำท่าทางงงงวยกับสิ่งที่เขาพูดเหมือนกับไม่เห็นเหตการณ์ที่เขาพบเห็นมาเสียด้ว


"อืมมม ... เด็กผีทั้งสองนั่นไม่รู้เรื่องราวใด ๆ หรอก ... อุ อูวววว ... มีแต่เพียงเราสองเท่านั้นที่ได้ ... อูยยย ...
ที่ได้รู้เห็นเหตการณ์นั้น" นางตะเคียนแทบพูดไม่เป็นภาษา แม้ว่าจะอยู่ยืนยงมานับหลายร้อยปี แต่หากเทียบประสบ
กามกับชายหนุ่มคนนี้แล้วล่ะก็ เธอก็คงเป็นเหมือนกับเด็กมัธยมต้นผู้ไร้เดียงสาเท่านั้นเอง ร่างงามนั้นจึงทำได้เพียงบิด
เร่า ๆ ไปมาตามแต่เขาจะลงมือปรนเปรอ

"แล้วเหตการณ์ต่อจากนั้นจะเป็นยังไงบ้าง ... ดูแล้วผมไม่มีทางสู้ได้เลย ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นอะไรหรือเปล่า"
เอกเอ่ยถามแต่มือยังคงบีบคลึงสองเต้าเนื้อแน่นนั้นอย่างลำพองใจ เหตการณ์ในอนาคตเขาอาจจะสู้ไม่ได้ แต่ก็ช่างมันปะไร
เล่า เขาขอเพียงว่าตอนนี้ ณ ที่แห่งนี้ ขอให้เขาได้ทำให้นางตะเคียนผู้นี้หมดทางสู้กับตัวเขาก็พอใจแล้ว

สองมือบีบเคล้นสองเต้าอวบจนผ้าคาดอกผืนเล็ก ๆ ที่รัดเนื้อหน้าอกอวบจนปลิ้นนั้น โดนปลดเปลื้องร่วงหล่น
หายไปอย่างรวดเร็ว สองเต้าอวบใหญ่นั้นเด้งตัวผึงออกมาภายนอกอย่างยั่วยวน ปล่อยให้ปลายนิ้วที่ช่ำชองปราดเปรียวนั้น
บดบี้บีบคลึงสัมผัสไปทั่วโนมเนื้ออย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น

"ซี้ดดดสสสส ... อูยยยย .... มะ ไม่รู้ ... เราไม่อาจทราบได้ ... ซิ๊ดดดสสส ... เหตการณ์ต่อจากนั้นโดนม่าน
กรรมบดบังไว้จนหมดสิ้น ... อูยยย ... เจ้าอาจจะสู้ได้ ... หรืออาจจะไม่ได้ ... อาาา ... ข้าให้คำตอบไม่ได้หรอก" นาง
ตะเคียนตอบตาปรือ ใบหน้านั้นแดงก่ำ เสียวซ่านกระสันจนตัวงอ ต่อสิ่งแปลกใหม่สำหรับเธอ

เอกลุกขึ้นยืนพร้อมทั้งดึงรั้งร่างวิญญาณสุดเซ็กส์ซี่นั้นขึ้นมายืนอยู่ในอ้อมกอดของ
เขา หนึ่งร่างมนุษย์ที่เต็ม
ไปด้วยเลือดเนื้อแห่งชีวิต เบียดเสียดสนิทแน่นกับเรือนร่างวิญญาณอันแสนนุ่มนิ่ม เขายังคงสงสัยอยู่ไม่น้อยที่เหตใดจึง
สามารถสัมผัสกับร่างวิญญาณร่างนี้ได้ ทั้ง ๆ ที่ตัวเขาเองก็ไม่สามารถสัมผัสกับรักยมได้ ยกเว้นก็แต่ตอนที่ถอดวิญญาณ
ออกไปจากร่าง แต่ความสงสัยนั้นก็โดนกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าที่แผ่วโชยมาจากเรือนร่างของนางตะเคียนใน
อ้อมกอด

เขาก้มหน้าลงไปซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนหอมกรุ่นนั้นอย่างหลงไหล กลิ่นกายของเธอผู้นี้ช่างแตกต่างจาก
คนอื่น มันเป็นกลิ่นของความสดชื่นแห่งธรรมชาติ กลิ่นของป๋า และต้นไม้ใบหญ้า มือหนึ่งประคองกอดลูบไล้ที่หน้า
ท้องเรียบเนียน ส่วนมืออีกข้างก็ลูบคลำและบีบเคล้นเนื้อหน้าอกอวบที่เต่งตึงแน่นเด้งสู้มือไม่หยุด

"อาาาา .... เจ้าหนุ่มน้อย ... อูยยย .... เจ้าทำให้ตัวข้าร้อนรุ่ม ... ร้อนเหลือเกิน" นางตะเคียนแสนสวย
ยืนนิ่งตัวอ่อนระทวย ได้แต่ร้องคร่ำครวญ แอ่นอกอวบ และเอียงคอรับการจู่โจมของชายหนุ่ม

"อืมมมม .... อืออออ ..." หญิงสาวร้องครวญครางในลำคอเมื่อโดนเขาบดขยี้ริมฝีปากใส่อย่างร้อนแรง
ปลายลิ้นที่เหมือนมีชีวิตของเขาจู่โจมเข้าไปในปากของเธอทันทีที่เผยออ้าออก รสชาติหอมหวานของเพศตรงข้ามแผ่
ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายของทั้งคู่ หนึ่งมนุษย์ หนึ่งวิญญาณ อ้าปากแลกจูบกันอย่างดูดดื่ม ลิ้นต่อลิ้นพัวพันอย่างสุด
กระสัน

เอกใช้มือที่ลูบไล้หน้าท้องอยู่นั้นล้วงสอดเนื้อผ้าลงไปเบื้องล่าง ฝ่ามือใหญ่แปะสัมผัสเข้ากับโคกโหนกนูน
ได้อย่างเหมาะเจาะเต็มไม้เต็มมือ ไม่มีชั้นในใด ๆ ทั้งสิ้นภายใต้ผ้าถุงสีสวยที่ปกปิดเนื้อสาวเบื้องล่าง มีแต่เพียงเนื้อสาว
ที่ร้อนรุ่ม และเปียกแฉะเท่านั้นเท่าที่เขาสัมผัสได้ ปลายนิ้วอันจัดเจนเริ่มพลิกพลิ้วใส่ลีลารักอันร้ายกาจต่อปากร่องเสียว
ที่อยู่ในอุ้งมือนั้น ทันที

"อือมมมม อืออออออ อือออออออ อาาาาา" ร่างวิญญาณของนางตะเคียนที่อ่อนหัดในเชิงกาม สั่นระริกไหว
เด้งไปมาประหนึ่งจะแตกสลาย ความกระสันเสียวที่หนักหน่วงเกินทานทนนั้นแผ่ซ่านไปทั่วร่างระลอกแล้วระลอกเล่า
เหมือนน้ำป่าที่ไหลวน ใบหน้าสวยนั้นทั้งขมวดมุ่นและบิดเบี้ยวเหยเกไปด้วยความสุขสม ความหฤหรรษ์ที่บังเกิดจาก
ปลายนิ้วที่ยุกยิกอยู่ตรงหว่างขา ผสมผสานปนเปไปกับรสสวาทจากการโดนบีบบี้สองเต้า นั้นเร้าอารมณ์จนอารมณ์ของ
เธอเตลิดแล้วเตลิดอีก ... อาาา เธอชื่นชอบมันเหลือเกิน

"อะ โออออออ เจ้าหนุ่มน้อย โอออ... ซี้ดดดสสส ข้า ... ข้า ... อะ อ๊าาายยยยย" ร่างงามนั้นทานทนกระแส
แห่งความเสียวซ่านอันเชี่ยวกรากได้ไม่นานนัก เรือนร่างงามก็กระตุกเร่าเด้งไหวบิดสะโพกส่ายไปมาอย่างรุนแรง เธอ
ส่งเสียงร้องครวญครางกระเส่าดังลั่น เสียงแห่งความสุขสมของเจ้าแม่ตะเคียนที่กระเส่าดังออกมาเสมือนจะดังก้องกังวาน
ไปทั่วผืนป่าแห่งนั้น ต้นตะเคียนใหญ่สั่นสะเทือนเบา ๆ จนใบไม้แห้งร่วงหล่นลงมาเสียงดังกราว ดอกไม้สีสวยรอบข้าง
พลันบานสะพรั่งขึ้นมาพร้อม ๆ กัน ประหนึ่งจะแตะแต้มสีให้สถานที่แห่งนี้เป็นสรวงสวรรค์น้อย ๆ สำหรับเขาและเธอ

วินาทีแห่งความสุขนั้นร่างวิญญาณของเธอพลันโปร่งใสลง ร่างเนื้อที่เคยสัมผัสแนบชิดให้ไออุ่นกับเธอก็
ไม่สามารถจับต้องเธอได้อีกต่อไป ร่างบอบบางนั้นแทรกทะลุผ่านร่างกำยำของชายหนุ่มจนหล่นตุบลงไปนอนกองกับ
พื้นดินอย่างหมดเรี่ยวแรง นางตะเคียนแสนสวยนอนระทดระทวยอย่างเหนื่อยอ่อนแทบขาดใจ เธอหายใจหอบหนัก
จนทรวงอกอวบสวยนั้นสะท้านขึ้นลง

................................................................................
........

"พี่สาวเป็นอะไรหรือเปล่า ..." เอกที่กำลังเคลิบเคลิ้มไปกับความหอมหวานของนางตะเคียนเกิดความ
ตระหนกตกใจอย่างที่สุด เขาขยับพยายามจะช่วยเหลือประคองร่างนั้นให้ลุกขึ้น หากแต่กายเนื้อของเขาดูเหมือนจะ
ไม่สามารถสัมผัสกับร่างวิญญาณของนางตะเคียนได้อีกต่อไป สองมือของเขาพยายามคว้าแขนของเธอแต่ก็ทำได้
เพียงคว้าวืดเหมือนพยายามคว้าจับอากาศ สายตานั้นมองร่างวิญญาณที่นอนตาปรืออย่างเป็นห่วง

"ไม่ต้องห่วงหรอกพ่อจ๋า ... ไม่เป็นอะไรหรอก ... ของปลอมทำเหมือนก็อย่างงี้แหละ ไม่คงทน" รักยม
หันมาตอบแทนนางตะเคียนที่นอนระทดระทวยอยู่

"หา ... อะไรของปลอม ... พ่องงไปหมดแล้ว อธิบายให้ฟังหน่อย" เอกหันไปมองดูรักยมทำหน้างง ๆ

"ความจริงพ่อก็น่าจะสงสัยอยู่แล้ว เพียงแต่พ่อไม่อยากจะคิดให้เปลืองสมองแค่นั้นเอง ... มนุษย์กับวิญญาณ
ไม่สามารถสัมผัสกันได้โดยตรง ... แต่เมื่อกี้พ่อสามารถสัมผัสกับป้าตะเคียนคนนี้ได้ ก็เพราะว่าเธอพยายามใช้เวทย์มนต์
กระตุ้นสร้างร่างมายา ร่างที่คนสัมผัสรู้สึกว่าได้สัมผัส ร่างที่ผู้ถูกสัมผัสรู้สึกว่าถูกสัมผัสประหนึ่งร่างเนื้อของมนุษย์ หากแต่
ว่าร่างนั้นไม่คงทน ไม่มีอยู่จริง ดำรงอยู่ได้เพราะเวทย์มนต์ สร้างขึ้นมาได้ยาก หากไม่ใช่วันเวลาที่เหมาะสม และพลังของ
ทั้งสองฝ่ายแก่กล้าไม่พอก็จะไม่สามารถทำได้ อีกทั้งเมื่อใดก็ตามที่จิตสมาธิแตกซ่านจนควบคุมไม่อยู่ ร่างนั้นก็จะหายไป"
รักยมแอบกระแนะกระแหนเอก ก่อนจะร่ายยาวอธิบายความเป็นไป

"เดี๋ยวนี้มีแอบแซวนะ เดี๋ยวกลับบ้านจะไม่ให้กินขนมซะเลย" เอกถอนหายใจอย่างสบายใจเมื่อรู้ว่านางตะเคียน
ไม่ได้เป็นอะไร ก่อนจะหันไปหยอกล้อเล่นกับรักยม

"ฮึ งั้นพวกหนูไม่พูดก็ได้" สองเด็กน้อยรักยมสะบัดหน้าหันไปทางอื่นทำเป็นงอนใส่

"โอ๋ ๆ อย่างอนเลยลูกพ่อ ... เดี๋ยวไว้กลับบ้านแล้วจะซื้อพิซซ่าไปกินกันสักสามกล่องเป็นไง แล้วก็เอาของเล่นด้วย"
เอกหันไปยิ้ม ๆ ขอคืนดีกับเด็กน้อยทั้งสอง กิริยาเหมือนพ่อกำลังง้อลูก

"เย้ เย้ พ่อสัญญาแล้วนะ พวกหนูอยากได้รถไฟด้วย เอารางมาต่อยาว ๆ เลย" เด็กน้อยก็ยังคงเป็นเด็กน้อย รักยม
ทั้งสองหันมายิ้มแก้มแทบปริก่อนกระโดดโหยงเหยงเหมือนเด็กซนธรรมดา ๆ

"จ้ะ พ่อสัญญา ... แต่ร่างมายาที่ว่านี่เหมือนคนจริง ๆ เสียด้วย แทบแยกไม่ออกเลย ... แถมยังรู้สึกคุ้น ๆ ..." เอก
ให้สัญญากับรักยมก่อนหันไปมองร่างวิญญาณที่โปร่งแสงของนางตะเคียนและครุ่นคิด

"พ่อคุ้นก็ไม่แปลกหรอกจ้ะ เพราะพ่อกอดอยู่แทบทุกวัน ... ป้าตะเคียนเค้าใช้มายาสร้างร่างให้เป็นเหมือนกับของ
แม่ เหมือนเด๊ะ ๆ ทุกอย่างตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ยกเว้นเสียก็แต่ใบหน้าและทรงผม คงแอบทำตั้งแต่ที่เห็นพวกเราเมื่อตอนเช้า
โน่นแหละ ป้าแกรู้ว่าตัวเองมีเสน่ห์สู้แม่ไม่ได้ ก็เลยเลียนแบบซะเลย พ่อจะได้รัก จะได้หลง" รักยมเฉลยจนเอกถึงกับอึ้ง

................................................................................
.........

"ใช่แล้ว ... ข้าใช้มนต์มายาลอกเลียนแบบผู้หญิงของเจ้าเพื่อให้เจ้าหลง เพื่อให้เจ้ารักจริง ๆ " นางตะเคียนลุกขึ้น
ยืนพร้อมกับตอบด้วยดวงตาฉ่ำเยิ้มด้วยรสรัก บัดนี้ใบหน้าของเปลี่ยนไปเป็นเหมือนกับน้องหญิงอย่างไม่มีผิดเพี้ยน เนื้อตัวของ
เธอเปลือยเปล่าไร้ซึ่งเสื้อผ้าอาภรใด ๆ ปกปิด ผิวขาวผ่องนั้นสะท้อนแสงแดดเป็นประกายระยิบระยับประหนึ่งนางฟ้านางสวรรค์
ความงามและเสน่ห์ของเรือนร่างนั้นทำเอาเอกถึงกับเผลอมองตามอย่างเคลิบเคลิ้ม

"หญิงสาวผู้นี้กอปรด้วยบุญและวาสนาอย่างล้นเหลือ ได้เติบโตมาในตระกูลใหญ่ร่ำรวย ใบหน้าสวยอีกทั้งยังมีเรือน
ร่างที่สวยงามสง่ากว่าเทพธิดาใด ๆ ... แต่น่าเสียดาย ... น่าเสียดายจริง ๆ .... เธอคนนี้ไม่คู่ควรกับเจ้าเลย เจ้าหนุ่มน้อย" นาง
ตะเคียนพูดต่อขณะทำท่าทางยั่วยวน ก่อนที่จะหยุดและไม่ยอมพูดต่อเพื่อเร่งความสนใจของอีกฝ่าย

"น่าเสียดายอะไรครับ .... แล้วทำไมไม่คู่ควร ... ผมต่างหากที่ไม่คู่ควรกับคนดี ๆ แบบน้องหญิง" เอกรู้สึกใจหล่น
วูบกับคำพูดนั้น มันเหมือนกับว่าจะมีเรื่องราวร้าย ๆ อะไรสักอย่างเกิดขึ้นกับแฟนสาว อีกทั้งยังสับสนกับคำที่บอกว่าน้องหญิง
ไม่คู่ควรกับเขา เพราะในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะมองในด้านไหนมุมไหน น้องหญิงก็อยู่ในตระกูลสูงส่ง ตัวเขาต่างหากที่
ไม่มีอะไรเลย และไม่คู่ควรกับน้องหญิงเลยแม้แต่น้อย ซึ่งนี่ก็นับเป็นปมในใจของเขาอีกปมหนึ่ง

"คำกล่าวของข้าถูกต้องแล้ว ... สตรีผู้นี้ไม่คู่ควรกับเจ้า ... สตรีผู้นี้ความจริงเปี่ยมล้นไปด้วยบุญญาธิการ เธอควรที่
จะได้อยู่อย่างมีความสุขในภูมิภพนี้จนสิ้นอายุขัย ... เพียงแต่ว่าเธอมีกรรมเก่ามาแต่บรรพกาล กรรมเก่าที่ถูกลิขิตให้ต้องชดใช้
ในภพชาตินี้ ... เสน่ห์อันล้นเหลือของเธอ จึงกลับกลายเป็นกรรม กรรมที่เป็นเสมือนเหยื่อของเหล่าบรรดาเจ้ากรรมนายเวรที่ต้อง
ตามมาจ้องจะจองล้างจองผลาญอย่างไม่หยุดหย่อน" นางตะเคียนเดินเข้ามาประชิดร่างของเอกอย่างรักใคร่

"พี่สาวพูดอะไร ... " เอกกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อกรู้สึกปากแห้งผาก เคราะห์กรรมอะไรกันเล่าที่จะตามมารังควาน
แฟนสาวของเขา

"... เจ้าลองนึกดูดี ๆ ... หากว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้พบเจอกับเจ้า ... หากไม่ได้เจ้าคอยคุ้มครองดูแล ... อะไรจะเกิดขึ้น"
นางตะเคียนในร่างของน้องหญิงนั้นเดินวนไปมารอบกายของเอก

เอกพลันได้คิด หากว่าน้องหญิงไม่เจอเขา เหตการณ์วันที่โจรสามคนบุกเข้าบ้านของน้องหญิงไปจะจบลงอย่างไร
น้องหญิงคงไม่พ้นโดนย่ำยีกระทำชำเราอย่างร้ายกาจ หรือตอนที่เธอโดนรุ่นพี่ที่มหาลัยลักพาตัวไป หากไม่ได้เขาไปช่วยเหลือ
น้องหญิงก็คงจะไม่พ้นต้องกลายเป็นทาสสวาทที่ต้องคอยบำเรอกามให้กับรุ่นพี่คนนั้นไปแล
้วหรือ และในอนาคต ก็มั่นใจได้เลย
ว่าความสวยสง่าของน้องหญิงจะต้องเป็นที่ดึงดูดใจของใครต่อใครอีกหลายคนให้เข้ามากระท
ำการอุกอาจอีก

"ความจริงแล้ว หากเจ้าทอดทิ้งนางไปเสีย เจ้าก็จะได้ใช้ชีวิตสุขสบายไปแล้ว ไม่ต้องคอยเป็นห่วงใคร อยากจะมี
สัมพันธ์กับผู้หญิงคนใด เจ้าก็สามารถทำได้ ... เจ้าผู้ซึ่งครอบครองรักยม สามารถกระทำการอุกอาจใด ๆ ได้มากกว่านี้ ผู้หญิง
คนใดที่เจ้าชอบพอ เพียงกระดิกนิ้ว ก็จะได้มาครอบครอง แล้วทำไมตัวเจ้าจึงต้องมาผูกจิตพิศวาสกับผู้หญิงคนนี้เพียงคนเดียว
ด้วยเล่า" นางตะเคียนชี้แจงต่อ

"เอ่อ ... แต่ยังไงผมก็รักน้องหญิง ผมไม่ทิ้งเธอไปให้เธอเจอกับเรื่องร้าย ๆ หรอก ผมจะช่วยเธอเอง" เอกหัวหมุนรู้สึก
สังหรณ์ใจแปลก ๆ เขาที่เคยรู้สึกอิจฉาในความสมบูรณ์แบบของแฟนสาว กลับเริ่มที่จะรู้สึกสงสารแฟนสาวขึ้นมาจับใจ

"รู้อะไรมั้ย ... ความจริงแล้ว ข้าจะเปลี่ยนแปลงร่างเป็นผู้ใดก็ได้ ... เพียงแต่ที่ข้าเลือกผู้หญิงคนนี้ ก็เพื่อเจ้า" นาง
ตะเคียนยิ้มพรายอย่างมีความนัย จนเอกเริ่มรู้สึกมึนงง

"ข้าทำไปก็เพราะว่า ข้ามองเห็น ... วันพรุ่งจะไม่มีผู้หญิงคนนี้อีกต่อไป เธอจะจากไปอย่างที่เจ้าไม่อาจจะช่วยเหลือได้
... และตัวข้าจะเป็นตัวแทนคอยซับน้ำตาให้กับเจ้าเอง" นางตะเคียนพูดทิ้งท้าย แม้จะเป็นใบหน้าเดียวกันกับน้องหญิงที่สวยงาม
บริสุทธิ์เหมือนนางฟ้า แต่รอยยิ้มบนใบหน้านั้นกลับเหี้ยมเกรียมราวกับปีศาจร้าย






................................................................................
.............




ที่บ้านสองชั้นแถบชานเมือง ภายในห้องหับที่ปิดทึบทั้งหน้าต่างและบานประตูสว่างไสวไปด้วยแสงจากหลอดไฟ
กำลังแรงนับสิบดวง แสงสีเขียวจากกล้องบันทึกภาพนับสิบตัวที่ตั้งอยู่รายล้อมจากทุกมุมมองบ่งบอกว่ามันกำ
ลังทำการบันทึกภาพที่
ปรากฎอยู่ลงในหน่วยความจำแบบวินาทีต่อวินาทีอย่างไม่มีทางตกหล่น พิจารณาจากเครื่องไม้เครื่องมือเหล่านี้แล้วห้องนี้ก็ไม่ต่าง
กันกับสตูดิโอถ่ายภาพยนต์ของระดับมืออาชีพสักเท่าไหร่นัก หากเพียงแต่ว่าภาพยนต์ที่ว่านี้คงจะไม่ใช่ภาพยนต์ตามบ้านทั่ว ๆ
ไป เพราะไม่ว่าจะเป็นเตียงน้ำใบใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง หรือ เก้าอี้รูปร่างแปลกตาที่มีชื่อเรียกขานในวงการน้ำกามว่าเก้าอี้นักล่าแล้ว
ห้องนี้ยังเต็มไปด้วยอุปกรณ์รูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวที่สรรหามาจากร้าน Sex Shop ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นดิลโด้อันเขื่อง เทียนไข
เชือก โซ่ แส้ กุญแจมือ หรือสิ่งอื่นใดต่างก็มีพร้อมพรั่งให้เลือกใช้ได้เท่าที่ต้องการ จึงไม่แปลกเลยที่อาจารย์พิชัย และลูกน้องทั้งหลาย
จะตั้งชื่อห้องนี้ไว้อย่างสั้น ๆ และได้ใจความว่า "ห้องเชือด"

น้องหญิง นักศึกษาสาวสุดสวยชั้นปีที่ 1 เจ้าของตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัยชื่อดัง กระพริบขนตางอนยาวถี่ ๆ พยายาม
ปรับสายตากลมโตนั้นต่อแสงไฟที่สว่างจ้าอยู่รอบตัว เรือนร่างสวยนั้นอยู่ในสภาพเกือบเปลือย มีเพียงยกทรงและกางเกงในตัวจิ๋วสอง
ชิ้นเท่านั้นที่ทำหน้าที่ปิดบังความบริสุทธิ์ของเรือนร่าง ทรวงอกอวบสวยนั้นพุ่งตระหง่านดันยกทรงตัวจิ๋วออกมาเป็นก้อนกลมเหมือน
แทบจะปริขาด สองเต้าอวบอูมของเธอสั่นไหวตามแรงหายใจที่หอบถี่เล็กน้อย ช่วงเอวคอดกิ่ว หน้าท้องไร้ไขมันและริ้วรอยใด ๆ สอง
ขาขาวเรียวนั่งพับเพียบอยู่บนเบาะนอนนุ่ม

เธอกวาดสายตามองไปรอบข้างด้วยความกระวนกระวายใจ และประหวั่นพรั่นพรึง เธอมองไปทางชายคนหนึ่งที่ถูก
พันธนาการอยู่ด้วยความห่วงใย และมองไปยังร่างเงาของใครอีกสองคนที่ยืนอยู่หลังแสงไฟด้วยความหวาดหวั่น เนื้อตัวของเธอสั่น
น้อย ๆ ด้วยความรู้สึกหนาวเหน็บ แต่มิใช่หนาวด้วยอากาศในห้องนั้น เธอหนาวด้วยความหวาดกลัวที่รู้สึกเหมือนโดนโลมเลีย
ไปทั่วร่างกายต่างหาก

ที่ด้านหลังแสงไฟนั้น ไอ้ชดคนขับรถลูกน้องของอาจารย์พิชัยนั่งมองสาวสวยเหยื่อสวาทในวันนี้ด้วยอารมณ์พลุ่ง
พล่าน
อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สายตาหื่นกามนั้นมองเรือนร่างเกือบเปลือยของหญิงสาวแทบจะกลืนกินลงไปทั้งเนื้อทั้งตั
ว แม้ว่าจะยังมี
ยกทรงและกางเกงในตัวจิ๋วปกปิดจุดสำคัญอยู่ แต่เนื้อตัวส่วนใหญ่ของคุณหนูคนสวยนั้นก็เรียกได้ว่าเปลือยเปล่าล่อนจ้อนให้มัน
เฝ้ามองได้อย่างสบายอารมณ์อย่างที่ตัวมันเองไม่เคยคาดฝันมาก่อน เนื้อตัวของเธอนั้นขาวผ่องแลดูสะอาดสะอ้านอย่างถ้วนทั่ว
เรือนร่างบอบบางแต่มีน้ำมีนวลแน่นเต่งตึงแน่นเปรี๊ยะไปทั้งเรือนร่าง ส่วนที่ควรเว้าก็โค้งเว้าสวย ส่วนที่ควรจะโค้งก็โค้งนูนแน่น
เต็มไม้เต็มมือ มันตัวสั่นระริกด้วยทั้งชีวิตยังไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนสวยเด่นมีเสน่ห์ยั่วยวนราคะเฉ
กเช่นผู้หญิงคนนี้แม้แต่
คนเดียว

"เอาล่ะอีคุณหนูคนสวย จะยอมทำตามที่พวกกูสั่งแต่โดยดีแล้วพวกกูจะปล่อยกลับบ้านไป หรือจะยอมปล่อยให้ไอ้
อาจารย์คนนี้ทรมาณตายเพราะฤทธิ์ยาปลุกเซ็กส์ก่อน แล้วพวกกูค่อยข่มขืนมึงต่อ ... อย่างที่กูบอกไปหลายรอบแล้วน่ะแหละ
ว่าไอ้อาจารย์ของมึงเสือกสู้พวกกูเพื่อช่วยมึง พวกกูเลยอัดแม่งจนเดี้ยง แล้วจับกรอกยาปลุกเซ็กส์ขั้นรุนแรงให้ ถ้ามันไม่ได้เอากับ
ผู้หญิงในครึ่งชั่วโมงนี้มันต้องทรมาณจนตายแน่ เลือกมาเร็ว ๆ กูชอบเห็นคนเอากันก็จริง แต่ถ้าจำเป็นกูจะข่มขืนมึงเองก็ได้ ...."
ไอ้ชดพูดข่มขู่เสียงดังตามบทบาทที่ได้รับมาจากผู้เป็นนาย ยกเว้นพียงประโยคหลังเท่านั้นที่มันคิดขึ้นมาเอง และมันคิดจะ
ทำจริง ๆ เสียด้วย เพราะต่อหน้านักศึกษาสาวสวยคนนี้แล้วมันรู้สึกเหมือนกับว่าความเป็นชายของมันจะคึกคั
กตื่นตัวแทบจะ
ตลอดเวลาจนแทบจะควบคุมไม่ได้อยู่แล้ว

"... ยะ อย่า ... อย่าไปเชื่อฟังพวกมัน คุณอย่าทำแบบนี้เลย ผมรู้สึกผิดมามากพอแล้ว ผมปกป้องคุณไม่ได้ก็ปล่อย
ให้ผมตาย ๆ ไปเถอะ" อาจารย์พิชัยที่โดนจับล่ามอยู่กับโซ่ที่ผนังห้องในสภาพโทรมเหมือนโดนรุมทำร้ายจนเจ็บ
หนักพูดร้องห้าม
ออกมาด้วยน้ำเสียงเจือความเจ็บปวดอย่างสมบทบาทที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสีหน้าและวาจา และเมื่อพิจารณาจากที่ผมเผ้าของเขากระ
เซอะกระเซิง มีเลือดปลอมไหลย้อยอยู่ที่มุมมปากและบริเวณหน้าผากเล็กน้อย อีกทั้งเสื้อผ้าของเขาก็ขาดวิ่นและมีรอยเหมือนมีด
กรีดจนเห็นแผลแดง ๆ อยู่หลายจุด ก็ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์พระเอกของเขาแลดูสมจริงมากยิ่งขึ้น

หากจะมีอะไรสักอย่างที่ขัดกันกับภาพลักษณ์แสนดีนี้ก็คงเป็นท่อนล่างที่เปลือยเปล่าไร
้กางเกงสวมใส่ปกปิดปล่อยให้
ท่อนเนื้อดุ้นใหญ่สีคล้ำแข็งตระหง่านชี้โด่ในระนาบขนานไปกับพื้น ที่ปลายหัวบานสีแดงก่ำนั้นมีน้ำเงี่ยนใส ๆ ซึม ๆ อยู่อย่าง
เห็นได้ชัด ส่วนที่ตามท่อนลำนั้นปูดโปนด้วยเส้นเอ็นและเป็นตะปุ่มตะป่ำกลม ๆ ด้วยมุกขนาดเล็ก ๆ หลาย ๆ เม็ด

"ต๊ายย พ่อพระ ช่างน่าสงสาร โดนยาเงี่ยนจนควยบวมเป่งขนาดนี้แล้วยังคิดถึงหัวอกคนอื่นอีก พระเอกจริงจริ๊ง นี่ถ้า
ไม่ติดว่าฮันนี่ไม่ได้มีร่างกายเป็นผู้หญิงนะ คงจะเขี่ยอีนังชะนีใจร้ายคนนี้ออกไป แล้วไปช่วยอาจารย์สุดหล่อคนนี้เองเสียแล้ว
ฮันนี่ล่ะเสียด๊ายเสียดายจริง ๆ" เสียงกระแดะบีบเล็กตามแบบฉบับของเพศที่สามดังมาจากชายรูปร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยกล
้าม
เนื้อราวกับยักษ์ปักหลั่นดังขึ้นอย่างไม่เข้ากัน มันเป็นเพศชายเพียงคนเดียวในห้องที่ไม่สนใจเรือนร่างสวรรค์สร้างของหญิงสาว
เหยื่อสวาท กลับกันเสียอีกสายตาของมันเอาแต่กวาดจ้องไปตามเนื้อตัวของอาจารย์พิชัยผู้มีศักด์ฐาน
ะเป็นนายจ้างอย่างภูมิใจ
รอยแผลและรอยช้ำที่เกิดจากการตกแต่งด้วยเทคนิคทางภาพยนต์นั้นดูสมบูรณ์แบบไม่น้อย มันยิ้มร่าก่อนที่จะหันไปจ้องมอง
ดูท่อนเนื้อดุ้นใหญ่ของนายจ้างที่มันทั้งรักและเคารพอย่างหลงไหล

"อีกระเทยควายฮันนี่ มึงไปคอยข้างนอกเลยไป มึงดูอยู่แบบนี้กูไม่มีอารมณ์เลยว่ะ แม่งเสียวรูตรูด" ไอ้ชดหันไป
มองเขม่นกระเทยควายก่อนเอ่ยปากไล่เสียงดังอย่างขัดอารมณ์

"เชอะ ฮันนี่ไปก็ได้ ใคร ๆ ก็ไม่สนใจฮันนี่ ทั้ง ๆ ที่ฮันนี่มีดีกว่าอีนังชะนีนั่นตั้งเยอะ อีนังชะนีนั่นมีอะไรดี ฮันนี่
ทั้งสวยกว่า น่ารักกว่า หุ่นก็อึ๋มกว่าตั้งเยอะ อีนั่งนั่นมันมีดีก็แค่เป็นผู้หญิงหรอก ดูซิตัวงี้บางเชียว นมก็ใหญ่เกินหน้าเกินตาไม่
เข้าท่า" กระเทยควายตัวใหญ่ยักษ์หันไปมองน้องหญิงด้วยแววตาขุ่นเคืองเท่าที่จะสามารถทำได้

"อีฮันนี่ !!! มึงจะไปดี ๆ มั้ย ไปไกล ๆ ตีนกูเลย กูเห็นหน้ามึงแล้วหมดอารมณ์โว้ย" ไอ้ชดพูดเสียงดังกว่าเดิมด้วยสี
หน้ารังเกียจอย่างที่สุด และเมื่อมันขยับตัวลุกขึ้นยืนเหมือนจะเอาเรื่อง กระเทยควายร่างใหญ่ก็วิ่งแจ้นหายออกไปนอกห้องอย่าง
รวดเร็ว

".... พาอาจารย์ไปหาหมอก่อนเถอะค่ะ เลือดไหลใหญ่แล้ว ท่าทางอาจารย์จะบาดเจ็บมากเลย นะคะได้โปรด..."
เสียงหวาน ๆ นั้นสั่นเครือน้อย ๆ สภาพการณ์ที่สมบูรณ์แบบทำเอาเธอเชื่อสนิทใจว่าอาจารย์คนนี้พยายามปกป้องเธออย่างเต็ม
ที่จนต้องเจ็บตัวสะบักสะบอมถึงขนาดนี้ ด้วยความเป็นคนใสซื่อ มองโลกในแง่ดี และเห็นใจคนก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับว่า
เธอเป็นคนผิด ทั้ง ๆ ที่ว่ากันตามจริงแล้วตัวเธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแม้แต่น้อยนิด พวกโจรพวกนี้ต่างหากที่ผิด และที่สำคัญ
อาจารย์หื่นคนนี้ต่างหากที่เป็นต้นเหตของเรื่องราวร้าย ๆ ทั้งหมด

"กูไม่พาไป จนกว่ากูจะเห็นพวกมึงเอากัน ... แล้วมึงก็รู้แล้วว่าถ้ามันไม่ได้ปล่อยน้ำเงี่ยนออกมาในเร็ว ๆ นี้ล่ะก็
มันได้ทรมาณจนคลั่งตายแน่" ไอ้ชดคนขับรถพูดขู่ซ้ำอย่างไม่ประณีประณอม ก่อนแอบหัวเราะกับตัวเองที่แสดงได้สมบทบาท
ไม่น้อย นายของมันโดนยาเข้าไปจริง ๆ น่ะแหละ แต่มันเป็นยาไวอากร้าคุณภาพดี โดยนายของมันกินเข้าไปถึง3 เม็ด ซึ่งหาก
ดูกันตามประสิทธิภาพของยาแล้วรับรองได้ว่าโด่ไม่รู้ล้มไปยันเช้าแน่ ๆ มันรู้สึกคึกคักขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเห็นภาพใบหน้าสวยหวาน
ปานนางฟ้านั้นทำท่าทางกลัดกลุ้มเหมือนจะร้องไห้ออกมาเสียให้ได้ ความเป็นชายของมันกระตุกหงึก ๆ รุนแรงอยู่ในเป้ากาง
เกงราวกับประท้วงให้มันรีบจัดการเหยื่อเสียที

'พี่เอกช่วยหญิงด้วย' น้องหญิงร่ำร้องในใจขณะหันไปมองรอบตัวอย่างหมดความหวัง เธออยู่ในกำมือของพวก
มันอย่างแน่นหนา ส่วนอาจารย์พิชัยนั้นแม้ว่าเธอจะไม่ได้ชื่นชอบเขานัก แต่ก็รู้สึกไม่ดีหากจะปล่อยให้เขาตายไปซะเฉย ๆ
หรือจะให้เธอไปสู้รบปรบมือกับผู้ชายเหมือนที่ฟ้าเพื่อนรักของเธอทำก็คงไม่ไหว ไม่ต้องนับกระเทยรูปร่างสูงใหญ่คนนั้นหรอก
เพียงแค่ชายร่างโปร่งที่นั่งทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้กำกับคนนั้นเธอก็ไม่รู้จะเอาอะไร
ไปสู้กับเขาแล้ว สำหรับเธอตอนนี้ไม่มีความ
หวังใด ๆ มองไปทางไหนก็มีเพียงแต่ความมืดมนเท่านั้น

'อูยยย ... น้องหญิงจ๋า สวยจริง ๆ นมเด้งจนยกทรงเกือบขาดอยู่แล้วนั่น ซี้ดดสส น่าขยำจริง ๆ ไม่ต้องคิดมาก
หรอกรีบ ๆ มาช่วยอาจารย์เถอะนะน้องหญิง อาจารย์เงี่ยนจะแย่อยู่แล้ว อูยยย' อาจารย์พิชัยจอมเจ้าเล่ห์ร้องครางในใจด้วย
ความหื่นอย่างที่สุด หญิงสาวที่สวยบาดตาบาดใจจนมันต้องเอาไปใฝ่ฝันมาตลอดบัดนี้อยู่อีกไม่ไกลแล้ว

ดวงตาสวยใสที่ปริ่มไปด้วยน้ำตาของหญิงสาวนั้นกวาดมองไปรอบ ๆ เพื่อหาทางออกให้กับตนเอง แต่สภาพที่อยู่
ในขณะนี้ไม่ได้มีอะไรที่ดูเหมือนจะทำให้เธอและอาจารย์พิชัยหนีไปจากที่แห่งนี้ได้เลย สมองของเด็กเรียนดีอันดับหนึ่งของ
เธอก็คิดอะไรไม่ออกแม้แต่น้อย เธออยากจะร้องไห้ออกมาดัง ๆ แต่ก็รู้ว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรใครเลย ในห้วงเวลาที่ไร้สิ้นซึ่ง
ความหวังนั้นเธอมองไปเห็นนาฬิกาไม้เรือนใหญ่ที่ข้างผนัง ... ก่อนจะมองเห็นทางออกเล็ก ๆ ที่เป็นไปได้ ... เวลายังไงล่ะ
... เธอต้องยื้อเวลาไว้ก่อน แล้วเดี๋ยวพี่เอกจะต้องตามมาช่วยเธอได้แน่ ๆ ... ด้วยความรู้สึกอะไรบางอย่างเด็กสาวเชื่อมั่นว่า
จะต้องเป็นอย่างนั้น

ภายใต้กล้องถ่ายทำภาพยนต์และแสงไฟสว่างจ้านั้น อาจารย์พิชัย และไอ้ชดคนขับรถต่างพากันเบิกตาโพลง
จ้องมองเรือนร่างงามที่สะท้อนแสงไฟเป็นระยิบระยับแทบตาไม่กระพริบอยู่ตลอดเวลา ความสวยใสของใบหน้า และเรือนร่าง
ประหนึ่งนางแบบอันแสนเต่งตึงที่มีเพียงยกทรงและกางเกงในสีสวยห่อหุ้มรัดรึงอยู่นั้นเ
ปล่งประกายเสน่ห์เย้ายวนราคะออกมา
ได้อย่างเหลือเชื่อ อาจารย์ผู้ซึ่งต้องเล่นละครต่อไปได้เพียงเก็บงำความหื่นของตัวเองไว้ ส่วนไอ้ชดนั้นแสดงอาการหื่นออกมา
อย่างเต็มที่ มันหายใจถี่หนักขณะเลียลิ้นไปรอบปากด้วยความกำหนัดที่อัดแน่นอยู่ในร่างจนล้นอก และเมื่อเธอขยับลุกขึ้นยืน
อกอวบเต่งที่คับแน่นอยู่ในยกทรงนั้นก็พุ่งตะหง่านท้าทายสายตาเด้งสั่นสะท้านไหวขึ้นล
งเบา ๆ จนทำให้พวกมันอดจินตนา
การไปถึงสัมผัสเนียนนุ่มของเนื้อแน่นที่อยู่ภายใต้ยกทรงตัวจิ๋วนั้นไม่ได้ และคนที่จะตื่นเต้นที่สุดก็คงจะไม่พ้นอาจารย์พิชัย
ผู้คิดแผนการณ์นี้ แผนการณ์ที่ยอกย้อนวกไปวนมาอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน แต่มันจะเป็นแผนการณ์ที่ทำให้เขาได้ครอบ
ครองทั้งร่างกาย และจิตใจของนางฟ้าเดินดินคนนี้ได้อย่างแน่ ๆ อย่างน้อยที่สุดเขาคนนึงล่ะที่คิดเช่นนั้น

เหมือนทั้งห้องจะเงียบกริบไร้สุ้มเสียงใด ๆ เมื่อร่างงามราวสวรรค์สร้างนั้นขยับมานั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าท่อนเนื้อ
ตะปุ่มตะป่ำน่าเกลียดน่ากลัวประหนึ่งวัตถุจากขุมนรก เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อได้กลิ่นอับชื้นโชยมาเข้าจมูก สิ่งนั้นของ
อาจารย์พิชัยมันแลดูน่าครั่นคร้ามอย่างบอกไม่ถูก เธอจำได้ดี วันนั้นที่เธอโดนอาจารย์วางยาปลุกอารมณ์ เธอเองก็เคยลูบไล้
สัมผัสท่อนเอ็นของอาจารย์มาแล้ว ด้วยฤทธิ์ยาวันนั้นเธอสัมผัสมัน เธอจับมันใส่เข้าไปในปากอย่างหิวโหยเสียด้วยซ้ำ และ
หากไม่มีโชคช่วยล่ะก็ เธอก็คงจะโดนอาจารย์หื่นกามคนนี้ยัดเยียดความเป็นสามีให้กับเธออีกคนไปเสียแล้ว

สำหรับเธอแล้ววันนั้นคือวันอันแสนเคราะห์ร้ายสำหรับ

*

Offline LAMBERG

  • *
  • 1404
  • 35
  • คุณอยากได้อะไรมากที่สุด...?
    • View Profile
สำหรับเธอแล้ววันนั้นคือวันอันแสนเคราะห์ร้ายสำหรับเธอวันหนึ่ง แต่เธอไม่นึกเลยว่ามันจะเกิดเหตการณ์แบบ
เดียวกันซ้ำสองอีก แถมวันนี้เธอยังต้องทำเรื่องบัดสีแบบนี้ต่อหน้ากล้องนับสิบตัว เหมือนกับว่าเธอเป็นดาราหนังผู้ใหญ่ เธอได้
แต่พัดพ้อต่อโชคชะตาของตัวเองที่จะต้องมาเจอะเจอแต่กับเรื่องเลวร้ายแบบนี้อย่างหลีก
เลี่ยงไม่ได้

"อูยยย อืมมมม ซี้ดดดสสส" อาจารย์หนุ่มสะดุ้งตัวร้องครางเบา ๆ ทำลายความเงียบในห้องด้วยความรู้สึกดี ๆ
เมื่อท่อนเอ็นที่บวมเป่งจนแทบระเบิดนั้นโดนมือนุ่มนิ่มบีบคลึงไปมาเบา ๆ ใบหน้าสวยใสประหนึ่งนางฟ้านางสวรรค์ของ
นักศึกษาสาวอยู่ห่างจากความเป็นชายของเขาเพียงแค่ไม่กี่คืบ ใจนึงเริ่มรู้สึกว่าไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไป อยากจะจับเธอคน
นี้มากระเด้าให้จบ ๆ เรื่องไป แต่อีกใจก็ต้องพยายามข่มใจทำไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งเหลืออีกเพียงนิดเดียว มันก็เชื่อว่า
มันจะสามารถครอบครองได้ทั้งร่างกาย และจิตใจของน้องหญิงนางฟ้าคนสวยคนนี้ได้แล้ว

"อะ อูยยย เสียว น้องหญิง อูยยยย" อาจารย์หนุ่มอยากจะร้องตะโกนออกมาดัง ๆ ด้วยคำหยาบคายกว่านี้เพื่อระบาย
ความเสียวที่ล้นอก แต่ก็ทำได้แค่เก็บเสียงร่ำร้องนั้นเอาไว้ในใจ ท่อนเอ็นดุ้นใหญ่ของเขาบัดนี้โดนสองมือนุ่มนิ่มบีบกำพอกระชับ
มือนุ่มนั้นสั่นน้อย ๆ และทำเพียงสัมผัสเบา ๆ ในตอนแรกอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ จนเขาหงุดหงิด แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักครู่ ลูกศิษย์
คนสวยก็เริ่มรูดเข้ารูดออกเป็นจังหวะอย่างมีชั้นเชิง มือข้างหนึ่งรูดไปเรื่อย ๆ ใ นขณะที่อีกข้างก็มาลูบไล้สัมผัสที่ปลายหัวหยักสลับ
กับลูบไล้พวงไข่ที่ห้อยต่องแต่งนั้นอย่างเแผ่วเบา ความเสียวแปลบปลาบในช่วงหลังนี้เองที่ทำเอาท่อนลำของอาจารย์หื่นเกร็งกระตุก
แล้วกระตุกอีกแทบจะกระฉูดอยู่รอมร่อ

"เฮ้ย อย่าใช้แต่มือซิวะ ปากน่ะใช้เป็นหรือเปล่า อีคุณหนูคนสวย อมเข้าไปทั้งดุ้นน่ะแหละอร่อยนะเว้ย" ไอ้ชดพูด
เชียร์เสียงหื่นดังลั่นห้องด้วยความคึกคะนองในความหื่นกาม

"....." น้องหญิงเริ่มรู้สึกสับสนในตัวเองไม่น้อย แม้จะเป็นไปอย่างช้า ๆ แต่อารมณ์ของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไป จาก
หวาดกลัวเป็นกังวล และรังเกียจ กลับกลายเป็นอารมณ์ของอะไรบางอย่างที่อยู่อีกด้าน ลมหายใจเริ่มรุนแรงและร้อนขึ้นเรื่อย ๆ
รู้สึกว่าเลือดลมตัวเองเริ่มสูบฉีดจนร้อนผ่าวไปทั้งตัว ความรู้สึกรังเกียจท่อนเอ็นเบื้องหน้าในตอนแรกดูจะเปลี่ยนไป ตอนนี้เธอ
รู้สึกสยิวมือทุกครั้งที่รูดมือบนท่อนเอ็นตะปุ่มตะป่ำดุ้นใหญ่นั้น ความรู้สึกเสียววูบวาบเริ่มแล่นพล่านไปทั่วทั้งตัว เธอค่อนข้าง
จะคุ้นเคยกับความรู้สึกนี้ มันคือความรู้สึกทางเพศ ความรู้สึกที่อยากจะสัมผัส อยากจะลูบไล้ อยากจะกลืนกิน และอยากจะให้
มันชอนไชเข้ามาอยู่ในร่างกายของเธอ และโดยไม่รู้ตัวกางเกงในตัวสวยนั้นก็เปียกชุ่มด้วยน้ำเสียวของวัยสาวจนชุ่มเสียแล้ว

เพียงครู่เดียวหญิงสาวก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความร้อนรุ่มและเปียกชื้นที่บริเวณเบื้องล
่างได้อย่างชัดเจน ตอนนี้เสียงร้อง
ครวญครางของอาจารย์พิชัยเหมือนจะยิ่งปลุกเร้าอารมณ์เบื้องลึกของเธอให้ตื่นขึ้นมาเร็
วขึ้น และเร็วขึ้น โดยไม่รู้ตัวเธอขยับตัว
เข้าไปใกล้กว่าเดิมเรื่อย ๆ จวบจนปลายหัวบานนั้น สัมผัสกับริมฝีปากของเธอ และแล้วในที่สุด ปลายหัวบานสีแดงคล้ำนั้นก็
โดนริมฝีปากบางอ้าอมหายเข้าไปในโพรงปากอุ่นนุ่มและเปียกชื้นนั้นจนได้

"โอยยยย ซี้ดดดสสสส เสียววว อูยยย น้องหญิง น้องหญิง" อาจารย์หนุ่มที่แอบลุ้นอยู่ถึงกับเกร็งสุดตัว สัมผัสนุ่ม
นิ่มอุ่น ๆ ชื้น ๆ ในโพรงปากนั้นทำเอาเขาแทบบ้าเสียให้ได้ สัมผัสเสียวซ่านระริกจากปลายหัวบานที่อยู่ในปากสวย ๆ นั้น
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นลิ้นของหญิงสาวนั่นเองที่เลียไล้วนไปมาไม่หยุด และนี่แหละคือสัมผัสที่เขาเฝ้าฝันและครวญคิดถึงจน
แทบจะนอนไม่หลับอยู่นานวัน แม้จะผ่านผู้หญิงมานับร้อยนางก็ไม่มีใครเลยที่จะโลมเลียปลุกระดมอารมณ์ของเขาได้เก่ง
ขนาดนี้ สัมผัสนี้แหละที่เขาใฝ่หา สัมผัสที่เสียวซ่านไปถึงจิตวิญญาณแห่งความเป็นชาย สัมผัสที่สุขล้นจนแทบสำลัก และ
สัมผัสที่เหมือนจะพาเขาไปสู่สรวงสวรรค์ได้อย่างรวดเร็วหากเขาไม่ฝืนอารมณ์ตัวเองเอาไ
ว้

"อูยยย แม่งอยากโดนดูดบ้างโว้ย ไม่เคยเห็นนายทำหน้าเสียวแบบนี้มาก่อนเลย อยากลองชิบหายว่าปากอี
นางฟ้านั่นจะเด็ดขนาดไหน ซี้ดดสสส แม่งกูจะกระเด้าแตกคาปากมันซักที อูยยยย ซี้ดดสสส" ไอ้ชดร้องครางซี้ดซ้าด
ไม่ขาดปาก ขณะทำหน้าที่เป็นผู้กำกับมองดูภาพฉากรักนั้นผ่านกล้องที่ซูมเข้าไปจนเห็นอย่างชัดเจน
เต็มสองตา มันอด
ไม่ได้ที่จะลูบไล้ท่อนควยอันยาวใหญ่ของตัวเองไปมาหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งยังแอบคิดไม่ได้ว่าฉากเบื้องหน้านั้น
เร้าอารมณ์กว่าหนังเอ็กซ์ที่มันเคยดูเป็นร้อยเป็นพันเท่า

เพียงเวลาไม่นานนักน้องหญิงนักศึกษาคนสวยก็สติเลอะเลือน หัวสมองขาวโพลนไปหมด ร่างกายวัยสาว
สะพรั่งร้อนวูบวาบจนเธอขนลุกซู่ สมาธิของเธอง่วนอยู่แต่กับการสยบดุ้นเอ็นเบื้องหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เธอลืม
ไปแล้วด้วยซ้ำว่าตอนนี้เธออยู่ในสถานะเหยื่อที่โดนข่มขู่ และการกระทำของเธอนั้นช่างน่าละอายเหมือนผู้หญิงขาย
บริการร่านสวาทข้างถนน แต่กระนั้นเธอก็ไม่อาจจะหยุดยั้งความต้องการของเรือนกายและเลือดเนื้อที่เพียบพร้อม
ไปด้วยความใคร่และไวต่อรสชาตสวาทได้ เธอรูดมือใส่ท่อนลำยาวใหญ่และขรุขระนั้นด้วยความสยิวมือ ขณะเดียว
กันก็โลมเลียส่วนปลายดุ้นที่ทิ่มแทงอยู่ในปากอย่างหิวโหยในอารมณ์ ปลายลิ้นนั้นตวัดระรัวด้วยความใคร่ พร้อมกับ
ออกแรงดูดดุนเสียงดัง ซร๊วบ ซร๊วบ จนแก้มสีขาวอมชมพูนั้นลีบตอบ

"โอะ โอยยย เสียว โอยยย น้องหญิง ซี้ดดดสสสส " อาจารย์หนุ่มร้องครางลั่นห้อง หากไม่ติดว่ามือโดน
ล่ามโซ่อยู่ไว้ล่ะก็ เขาคงจะจับกดหัวเธอไว้แล้วกระเด้าเอวใส่ให้น้ำแตกโดยเร็วไปแล้ว แต่เมื่ออยู่ในสภาพนี้ก็ทำได้เพียง
แค่กระดกแอ่นเอวส่งท่อนควยให้เข้าไปในโพรงปากที่เป็นประหนึ่งประตูสวรรค์นั้นให้ลึกก
ว่าเดิม ส่งเข้าไปให้มันแนบ
กระชับกับเนื้อสาวมากที่สุด

"อืมมม อืออออ อือออ" สาวสวยครางอือ เพราะความเสียวซ่านที่โดนท่อนเอ็นนั้นขับครูดคราดไปมาในช่อง
ปาก เธอหลับตาพริ้มผงกหัวเข้าออกอย่างรวดเร็วถี่ยิบจนผมเผ้ากระเซอะกระเซิง อารมณ์ที่พลุ่งพล่านจนยากห้ามใจนั้นทำ
ให้ตอนนี้เธอไม่ได้รู้สึกถึงความอดสูใจ หรือความยับยั้งชั่งใจแม้แต่น้อย เธอรู้สึกได้แต่เพียงความเสียวกระสัน และความสะใจ
ซะมากกว่า

"อะ โอยยย ซี้ดดดสสส น้องหญิง โอยย น้องหญิง จะเสร็จแล้ว โอยยย ซี้ดดสสส อ๊าาาา" ชายหนุ่มแอ่นกระเด้าเอว
ใส่ปากสวยอีกไม่กี่ครั้งก็รู้สึกตัวเกร็ง หน้าตาบิดเบี้ยวเหยเก ท่อนเอ็นที่พองตัวเป่งแทบระเบิดนั้นกระดกหงึก ๆ ฉีดพ่นน้ำเงี่ยน
อัดเข้าไปเต็มปากสาวสวย และเหมือนจะรู้ใจลูกศิษย์สาวกดใบหน้าของเธอเข้าหาตัวตัวเขาจนเขารู้สึกได้ว่าปลายดุ้
นที่บานร่า
นั้นมุดเข้าไปชนเข้ากับผนังในปาก จากนั้นปากสวย ๆ นั้นก็ออกแดงดูดเอาน้ำกามร้อนผ่าวกลืนผ่านลำคอเข้าไปเหมือนกับ
อาหารเลิศรสที่เพิ่งออกจากเตา

เธอกลืนน้ำเงี่ยนชุดสุดท้ายที่อัดแน่นอยู่เต็มปากลงคอไปอย่างเอร็ดอร่อย จากนั้นก็อ้าปากปล่อยท่อนเอ็นที่เปียก
ชุ่มออกมาภายนอก แล้วใช้ปากและลิ้นสีชมพูอ่อนนั้นทำความสะอาดโลมเลียไปทั่วท่อนลำอย่างหิวกระหายจนสะอ
าดสะอ้าน
และเมื่อเธอละออกมาจากดุ้นเอ็นของอาจารย์ ดวงตาฉ่ำเยิ้มของเธอก็จ้องมองไปยังใบหน้าของอาจารย์ด้วยอารมณ์ที่เปี่ยมไป
ด้วยความต้องการของรสรักชั่วครู่หนึ่ง ก่อนที่จะก้มหน้าหลบต่ำลงเบื้องล่างด้วยความรู้สึกอดสูเมื่อภาพของเอกแฟนหนุ่มแวบ
เข้ามาหัวสมอง

หญิงสาวที่เริ่มมีสติกลับมาบ้างนั่งตัวสั่นระริก หายใจกระเส่าด้วยเพลิงไฟแห่งราคะ เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะข่มใจ
ดับไฟแห่งความใคร่ที่ลุกโชนอยู่ แต่ไม่ทันที่จะทำอะไรได้ ดุ้นเอ็นอีกอันที่ขนาดไม่แพ้กันก็มาจรดจ่ออยู่ที่แก้มนุ่มของเธอแล้ว
และเจ้าของดุ้นนั้นไม่ใช่ใครอื่น นอกเสียจากไอ้ชดที่นั่งดูจนทนไม่ไหวแล้วนั่นเอง มันหันไปสบตากับผู้เป็นนายที่จ้องมองตอบ
เหมือนจะเอาเรื่องอย่างไม่แยแสอะไร มันไม่สนใจก็เพราะเตรียมใจมาก่อนอยู่แล้ว อีกทั้งนายของมันก็โดนมัดอยู่แน่นหนา
ส่วนอีฮันนี่กระเทยควายก็โดนมันไล่ให้ไปอยู่นอกห้องแล้ว บัดนี้ เวลานี้ ณ ที่แห่งนี้ มันเป็นฝ่ายคุมเกมเพียงคนเดียว

ไอ้ชดไม่พูดไม่จา มันจับร่างสวยนั้นหันหน้ามาทางมัน ก่อนใช้มือรั้งจิกที่หลังหัวของหญิง แล้วขยับตัวเสยเอาท่อน
ควยสีดำคล้ำนั้นกดไปที่ริมฝีปากแล้วกดหัวเธอเข้าหาท่อนควยสุดแรงจนดุ้นเอ็นนั้นไปสะด
ุดกึกเข้ากับผนังด้านในโพรงปาก
กิริยารุนแรงดิบเถื่อนแบบที่ไม่ทันได้ตั้งตัวนี้ทำเอาคุณหนูคนสวยถึงกับสำลัก จนน้ำหูน้ำตาไหลพราก

"อื๊ออออ" หญิงเอาสองมือมายันหน้าขาของไอ้ชด พยายามออกแรงผลักตัวเองออกไปเพื่อสูดอากาศ แต่ก็สู้แรงไม่ได้
เธอรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกจนแทบจะขาดใจตาย อีกทั้งกลิ่นอับชื้นที่ไม่เหมือนกับท่อนเนื้ออันก่อนหน้าส่งกลิ่นอบอวลยิ่งทำ
ให้เธออยากสำลักมากขึ้นไปอีก

"ซี้ดดสสส แม่งมันชิบหาย ปากอีนี่นุ่มน่าดู" ไอ้ชดไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะเป็นยังไงทั้งสิ้น มันใช้มือดึงหัวเธอออกนิด
หน่อยแล้วดึงเข้าหาตัวพร้อมกับเด้งสวนเอวส่งท่อนเข้าไปใหม่รอบแล้วรอบเล่า จนแท่งเนื้อของมันเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายของนัก
ศึกษาสาวดาวเด่นมหาวิทยาลัยชื่อดัง

"แค่ก ๆ ... อุ๊บ อื้อออ อื๊อออ" หญิงไอสำลักจนน้ำตาไหลเมื่อมันยอมปล่อยโอกาสให้เธอได้หายใจหายคอบ้าง แต่
แค่เพียงไม่กี่วินาที มันก็กดหลังคอของเธอแล้วกระเด้าเอวส่งดุ้นเอ็นมุดเข้าไปในโพรงปากชุ่มชื้นใหม่จนเสีย
งดังกึกอีกครั้ง

แม้ว่าคุณหนูคนสวยจะเคยใช้ปากกับแฟนบ่อย ๆ แต่เธอก็ไม่เคยโดนทำอะไรรุนแรงขนาดนี้มาก่อน
เธอสำลักรอบแล้วรอบเล่าไปกับความดิบเถื่อนของไอ้ชด ความรู้สึกต่อต้านทำให้เธอไม่ต้องการทำอะไรให้จึงได้แต่
เพียงพยายามฝืนกล้ำกลืนอดทน แต่เพียงไม่นานนัก ไม่รู้ว่าเป็นพรสวรรค์ที่แฝงเร้นมากับเรือนร่างงามดุจนางฟ้า
หรือสิ่งใดมาดลใจ เมื่อเวลาผ่านไปสักพักเธอก็เริ่มปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะเจาะ เธอใช้มือไปจับ
ที่โคนท่อนเอ็นไว้เพื่อประคองไม่ให้สิ่งนั้นกดลึกเข้ามาในปากของเธอมากเกินไป จากนั้นก็ใช้มือออกถอกเข้าถอก
ออกแรง ๆ ไปพร้อมกันกับจังหวะที่เขากระเด้าเอวใส่

"โอยย เรียนรู้เร็วนี่หว่า ซี้ดดดสสส ดูดซะกูเสียวเลย แม่งเสียวกว่าตอนเปิดซิงอีหมวยเมื่อเดือนก่อนนั่นอีก
เสียวโว้ย ซี้ดดสสส" ไอ้ชดสบถครางอย่างพอใจในคุณภาพคับแน่นของวัตถุแห่งความใคร่เบื้องหน้า มันแอบคิดในใจ
ว่านางฟ้าคนนี้ไม่ได้มีดีแค่สวย น่ารัก และหุ่นดีเสียแล้ว มันไม่เคยเจอใครที่จะรับบทรักหนัก ๆ ของมันได้แบบนี้เลย
แม้แต่คนเดียว แม้แต่พวกกะหรี่ประสบการณ์สูงก็เถอะ แต่เธอคนนี้เหมือนจะตอบสนองความแรงของมันได้เป็นอย่างดี
โดยที่ไม่ต้องเรียนรู้มาก่อน แต่เพิ่งมาเป็นเอาตอนนี้หยก ๆ มันเริ่มจะติดใจสาวสวยคนนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ เสน่ห์ของเธอ
มากล้นจนมันรู้สึกเหมือนกับว่าหญิงสาวเป็นคนรักของมัน คนรักที่มันจะปรนเปรอสนองรสกามให้อย่างถึงใจ

หญิงสาวเริ่มชินกับจังหวะแห่งเกมกามอันหนักหน่วงนี้แล้ว เธอผงกหัวหงึก ๆ ดูดอมท่อนเอ็นสีคล้ำนั้นอย่าง
ตั้งอกตั้งใจ ท่อนสีดำมะเมื่อมวิ่งเข้าวิ่งออกรอบแล้วรอบเล่าจนเปียกชุ่มฉ่ำไปทั้งลำลึงค์ น้ำลายและน้ำหล่อลื่นไหลเอ่อจนชุ่ม
และไหลย้อยออกมาทางมุมปากของสาวสวย ขับให้เธอยิ่งแลดูเซ็กส์ซี่น่าฟัดเข้าไปใหญ่ ความกระสันที่วิ่งพล่านไปทั่วร่างทำ
ให้เธอลืมไปเสียแล้วว่าเธอมาที่นี่ได้ยังไง เธอรู้แต่เพียงว่าเธออยากดูดไอ้เจ้าท่อนเนื้อน่าเกลียดน่ากลัวอันนี้ และที่สุดแล้ว
เธออยากเอามันใส่เข้าไปในร่างกายเพื่อดับความร้อนรุ่มที่ตรงหว่างขาให้หายไปเสียที

"ซี้ดดสสส เกือบแล้วกู ดูดแรงชิบ อูยยยย โอยยยย ดูดควยกูแรงอีก แล้วก็แดกน้ำกูให้หมดด้วย โอยย เสร็จแล้ว
โว้ยยย อ๊ากกก" ไอ้ชดกระดกเอวรัวและเร็วเท่าที่จะทำ ก่อนที่จะออกแรงดึงรั้งศรีษะของหญิงเข้าหาตัวจนสุดแรงเพื่อเสยท่อน
เอ็นให้ทะลวงเข้าไปให้ลึกที่สุด และเมื่อถึงจุดนั้นมันก็แหกปากร้องออกมาเสียงดัง เนื้อตัวกระตุกเกร็ง ใบหน้าบิดเบี้ยวไปด้วย
ความเสียวขั้นสุดยอด

มันแอ่นเอวกระแทกแรงขึ้น แต่หญิงสาวที่อารมณ์กระเจิดกระเจิงก็รอรับสิ่งนั้นอยู่แล้ว เธอใช้มือรูดถอกเหมือนจะ
รีดเร้นเอาน้ำกามออกมาให้หมดหลอด ขณะที่ปากก็ออกแรงดูดกลืนน้ำรักที่เอ่ออยู่เต็มปากนั้นลงคออึกอึกเหมือนกระหายน้ำ
มานานวัน

ไอ้ชดยืนมองสภาพของนักศึกษาสาวที่เพิ่งใช้ปากให้เขาไปอย่างลุ่มหลง แม้ว่าใบหน้าสวยบางส่วนนั้นจะเลอะ
ไปด้วยน้ำกามที่ไม่รู้ว่าเป็นของมัน หรือของนายมัน แต่เธอก็ยังคงดูสวยและบริสุทธิ์เฉกเช่นเดิม อีกทั้งกลิ่นกายที่หอมหวล
อบอวนไปทั่วห้องนั้นเหมือนจะเปลี่ยนห้องเล็ก ๆ นี้เป็นสวนดอกไม้ก็ไม่ปาน สำหรับมันแล้วสภาพที่มีน้ำกามเปื้อนใบหน้า
แบบนี้ยิ่งทำให้เด็กสาวคนนี้มีเสน่ห์น่าย่ำยีมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ มันฉุดร่างของหญิงสาวให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจ้องมองเรือน
ร่างสวยอวบอัดเต็มไม้เต็มมือด้วยสายตาลุกวาว สายตานั้นไม่ผิดอะไรกับนักล่าที่กำลังคิดว่าจะเริ่มชิมรสเหยื่ออันโอชะจาก
ส่วนไหนดี

"ไอ้ชด หยุด จะทำอะไรวะ" อาจารย์พิชัย นายของมัน อดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป เมื่อเห็นว่าเหตการณ์เริ่มจะ
เกินเลยถึงกับตะโกนขู่ตะคอกเสียงดัง แต่ไอ้ชดยักไหล่ทำเป็นไม่สนใจ มันยลโฉมเรือนร่างขาวผ่องอีกครั้งอย่างเต็มตา อก
ตูม ๆ ตอนนี้มีเพียงยกทรงสีสวยปกปิดไว้เท่านั้น ส่วนโคกสวรรค์โหนกนูนเบื้องล่างก็ไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะมีเพียง
กางเกงในบาง ๆ ที่เปียกชุ่มปกปิดอยู่ ไอ้ชดจ้องมองจนตาค้างรู้สึกน้ำลายเอ่อไหลออกมาไม่หยุดจนมันต้องกลืนลงคอไป
อารมณ์ดิบหื่นกระสัน ของมันโดนเสน่ห์ของเรือนร่างนี้โหมกระพือให้ลุกโชนหนักขึ้นทุก ๆ ที จนมันรู้สึกเหมือนกำลังจะ
คลั่งตายอยู่รอมร่อ

"ไอ้เหี้ยชดหยุดนะโว้ย มึงกล้าทำแบบนี้กับกูเหรอวะ" อาจารย์พิชัยรู้สึกโกรธจนเดือดปุด ๆ เส้นเลือดบนใบ
หน้านั้นปูดโปนจนแดงก่ำ พยายามดิ้นพราด ๆ เพื่อปล่อยตัวเองจากพันธนาการที่รั้งตัวเองเอาไว้จนเสียงโซ่กระทบฝาห้อง
ดังเคล้ง ๆ มันเป็นความรู้สึกคลั่งของความหึงหวง อารมณ์ที่มันไม่เคยรู้สึกมาก่อน อารมณ์ที่อยากปกป้องความบริสุทธ์เบื้อง
หน้า อารมณ์ที่คิดไปเองว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของเขาเท่านั้น เขาคนเดียวที่มีสิทธิไม่ใช่ไอ้ลูกน้องกระจอก ๆ คนนี้

ด้วยอารมราคะที่อัดแน่นอยู่เต็มอกไอ้ชดหันไปมองหน่อยหนึ่งก่อนที่จะปล่อยหมัดใส่หน้า
คนที่มันเคยเรียก
ว่านายเสียงดังปั้ก จนนายของมันหน้าหัน จากนั้นมันก็ซัดต่ออีกหลายปั้กด้วยความสะใจ และเหมือนจะได้ผล นายของมัน
เลือดกลบปากจนต้องหุบปากเงียบ แต่ยังคงมองมันด้วยสายตาอาฆาตเคืองโกรธราวกับจะฆ่าจะแกงก็มิปาน

"มึงเงียบไปเลย วันนี้กูไม่เป็นลูกน้องของมึงอีกแล้ว กูจะเย็ดอีนักศึกษาคนสวยหน้าโง่ที่หลงคิดว่ามึงเป็นคนดี
ให้สมอยาก มึงฟังไว้นะจะทำให้ผู้หญิงที่มึงฝันหาทุกวันมาเป็นกะหรี่ส่วนตัวต้องคลานให้กูเย็ดทุ
กวันให้ดู ตัวมัน ร่างกายมัน
เงินมันกูจะเอาให้หมด มันต้องเป็นของกูคนเดียวเท่านั้น" ไอ้ชดพูดเสียงดังพลางยิ้มเยาะใส่อดีตนายที่มีสภาพเลือดกลบปาก
แล้วก็หันมามองดูเหยื่อสวาทของมันที่กำลังทำหน้างง ๆ ต่อเหตการณ์

"ไม่ต้องทำหน้างงหรอก อีกเดี๋ยวมึงก็จะต้องเป็นเมียกูแล้ว ฝันอยากเย็ดดาวมหาลัยสวย ๆ แบบนี้มานานแล้วโว้ย"
มันพูดจบก็ออกแรงกระชากร่างบางนั้นมาอย่างแรง ร่างอวบนั้นพลันถลันเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอันแข็งแกร่งของมัน มันซุกใบหน้า
โลมเลียไปทั่วซอกคอขาวผ่องนวนเนียนนั้นอย่างหิวกระหาย มือหยาบกร้านสองข้างคว้าสัมผัสเปะปะบีบเคล้นไปทั่วเนื้อตัวบอบ
บางนั้นรุนแรง มันลูบไล้จากไหล่ผ่านเอวลงไปที่หนาท้องเรียบเนียนของเธอ ทุกสัมผัสหนักแน่นนั้นทิ้งรอยสีแดงจ้ำ ๆ ไว้บนเนื้อ
เนียนขาวทั่วทั้งตัว นิ้วทั้งสิบบีบกระชับขย้ำรีดเร้นไปตามเนื้อนวลอย่างสะใจในอารมณ์ สัมผัสความนุ่มนิ่มและหอมกรุ่นของเนื้อ
สาวทุกตารางนิ้วรุกเร้าอารมณ์หื่นของมันมากขึ้นและมากขึ้นเรื่อย ๆ ท่อนควยที่คร่าความสาวของเหยื่อสวาทมาแล้วนักต่อนักบวม
เป่งด้วยความตื่นเต้นจนแทบจะระเบิดออก

น้องหญิง นักศึกษาเฟรชชี่สาวสวยดาวเด่นอันดับหนึ่งหัวสมองเบลอไปหมด คำพูดทุกคำที่มันพูดเธอได้ยินเต็มสองหู
แต่หัวสมองไม่ทำงานใด ๆ อีกทั้งยังไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก นอกจากพยายามขืนตัวดิ้นสู้กับสัมผัสที่ตะปบตะโปมไปทั่วเรือน
ร่างของเธออย่างมูมมาม สัมผัสแล้วสัมผัสเล่าที่โจรสวาทแปะป่ายสร้างความสยิวให้กับเธอจนเกิดอารมณ์ใคร่ปราถน
าจนห้ามใจไม่อยู่

ร่างกายวัยสาวสะพรั่งที่เปี่ยมไปด้วยเนื้อหนังมังสาเต่งตึงนั้นเหมือนจะมีพลังเหนือก
ารสั่งการใด ๆ จากสมอง เพียงครู่
เดียวร่างกายของเธอก็บิดเร่า ๆ ส่งเสียงร้องครางในความเสียวอย่างไร้ยางอาย เธอหอบหายใจถี่กระชั้นไม่หยุด ใบหน้าของเธอร้อน
ผ่าวด้วยเลือดฝาดจนเป็นสีชมพูสวย นัยย์ตาของเธอเหม่อลอยหยาดเยิ้มด้วยอารมณ์ใคร่ การเล้าโลมอย่างถึงเนื้อถึงตัวที่หนักหน่วง
รุนแรงแม้จะทำให้เธอเจ็บแปลบ แต่ความรู้สึกแปลบปลาบจากสัมผัสนั้นก็ป้อนความสุขให้กับเธอจนอยากจะขัดขืนด้วยเช่นกั


"ซี้ดดดสสสส อืมมมม ... โอววว ... ซี้ดดสสส" ทุกสัมผัสหยาบกระด้างของมือที่บีบเคล้นสองเต้า ทุกสัมผัสนุ่มนิ่มของ
ปลายลิ้นที่โลมเลียไปทั่วซอกคอทำให้เธอเสียวสยิวแล้วสยิวอีก ร่างกายวัยสาวสะพรั่งนั้นตอบสนองเป็นอย่างดีต่อความกระสันที่ได้รับ
แม้กระนั้นในใจลึก ๆ ของเธอ ก็ร่ำร้องอยู่เงียบ ๆ เธอร่ำร้องให้มันหยุดการกระทำ เธอเรียกร้องหาคนรัก เรียกร้องให้เขามาปลดปล่อย
เธอจากสภาพแห่งหญิงสาวร่านสวาทแบบนี้เสียที แต่เสียงเรียกร้องนั้นไม่สามารถหลุดออกมาจากเรียวปากบางนั้นได้ เสียงที่หลุดออก
มาตอนนี้มีแต่เพียงเสียงร้องซี้ดซ้าดแห่งความเสียวกระสันที่ดังขึ้นอย่างไม่ขาดปาก และเมื่อเธอโดนริมฝีปากหนา ๆ ของอีกฝ่ายบดขยี้
จูบใส่ริมฝีปากบางของเธอ กลับเป็นปลายลิ้นของเธอเสียอีกที่แลบออกไปโลมเลียพัวพันกับลิ้นของอีกฝ่ายอย่างกระหา



ไม่มีวี่แววใด ๆ ที่บ่งบอกได้แม้แต่น้อยว่านักศึกษาสาวแสนสวยที่ตกอยู่ในบ่วงกามจะรอดพ้นไปจากคราเครา
ะห์ครั้งนี้
ได้อย่างไร เรือนร่างบริสุทธิ์ผุดผ่องแสนหวานนั้นจะโดนคนอื่นกระทำย่ำยีสร้างมลทินอย่างไรก็เรื่
องหนึ่ง แต่หญิงสาวแสนดีผู้เปี่ยม
ด้วยบุญญาธิการนี้ จะไม่มีวันพรุ่งนี้อีกต่อไปด้วยผลแห่งกรรมแต่ชาติปางก่อนจริงอย่างที่นางตะเคียนได้ก
ล่าวไว้อย่างนั้นหรือ ...

.................................................................

*

Offline LAMBERG

  • *
  • 1404
  • 35
  • คุณอยากได้อะไรมากที่สุด...?
    • View Profile
คุยก่อนอ่าน

กราบสวัสดีพ่อแม่พี่น้องทุกท่าน กลับมาอีกครั้งหลังจากหายหน้าไปเกือบเดือน (ตามปกติ)

ตอนนี้จะเสียวน้อยหน่อยนะครับ (อีกแล้ว) เพราะใส่แต่บทผีตบตีกันเป็นหลัก
ตาม concept ไม่ต้องการเหตผล ไม่ต้องการการเข้าใจ ขอแค่ได้ออกทะเลก็เป็นพอ

* หากผิดพลาดประการใด ก็กราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

รักยม ตอนที่ 48 - พลังที่ฟื้นตื่น
Assasin008

......................................................................

"นี่อีฮันนี่ ... มึง ... เมายาเหมือนกูหรือเปล่าวะ ... เดี๋ยวก็ยิ้มเดี๋ยวก็หัวเราะ ..." ชายศรีษะล้านผอมบางท่าทาง
ขี้ยามองร่างใหญ่ยักษ์แต่เต็มไปด้วยความตุิ้งติ้งของคู่สนทนาที่นั่งตรงข้าม พลางดูดบ้องกัญชาอัดควันขาว ๆ แสนหอมหวาน
เข้าไปจนเต็มปอดแล้วปล่อยควันปุ๋ย ๆ ออกมาก่อนหัวเราะคิกคักตาปรืออย่างสบายอารมณ์

"แหม ... ยาอะไรพวกนี้ฮันนี่ไม่สนหรอกเดี๋ยวไม่สวย อีกอย่างคนสวยอย่างฮันนี่ก็ต้องอารมณ์ดีบ้างซิยะ
เครียดบ่อย ๆ เดี๋ยวหน้าแก่หมดสวยกันพอดี" ฮันนี่ชายประเภทสองเจ้าของร่างใหญ่ยักษ์ อมยิ้มทำท่าทางกระแดะ
หัวเราะคิกคักอย่างสบายอารมณ์ตามไอ้ขี้ยาไปด้วย

"... นี่ไอ้แห้ง ... วันก่อนผู้หญิงที่โดนยาปลุกเซ็กส์ตัวใหม่เป็นยังไงบ้างล่ะ" ฮันนี่มองหลอดแก้วยาอันว่าง
เปล่าในมือแล้วยิ้มอีกครั้งก่อนเว้นระยะเอ่ยถามคู่สนทนา

"โอย อย่าให้พูดเลย โคตรเด็ดสุด ๆ อีเด็กสาวสองคนนั่น โดนพวกกูรุมตั้งเป็นสิบคนน้ำแตกใส่ไม่รู้กี่รอบ
ต่อกี่รอบจนพวกกูเพลีย ... แม่งก็ยังแหกขารอเรียกหาให้พวกกูไปเป็นผัวอยู่ได้ ... ตอนแรกทำเป็นเล่นตัว พอโดนยา
เข้าหน่อยยิ่งกว่าหมูตัวเมียติดสัดอีก ... แต่แม่งพูดไปก็เสียดายว่ะ ... ไม่น่าเล้ย" ไอ้ขี้ยาส่ายหัวด้วยอารมณ์เสียดาย

"เสียดายอะไรล่ะ ได้โทรมหญิงจนสะใจแล้วนี่" ฮันนี่หัวเราะถูกใจเพราะรู้คำตอบอยู่แล้ว

"... แหม่ ก็พออีกสองสามวันยาหมด พวกมันน้อยใจหนีไปผูกคอตายในห้องเฉยเลย ... เสียดายคนสวย ๆ
... ตอนนี้เลยต้องไปนอนเน่าอยู่ในสวนโน่นแน่ะ" ชายศรีษะล้านพูดพลางมองไปทางสวนหลังบ้านด้วยใบหน้าเรียบเฉย
อย่างไม่รู้สึกรู้สาในความผิดบาปที่ได้ก่อไว้

บริเวณที่มันชี้ไปนั้นไม่มีหญ้าปกคลุม ลักษณะเหมือนเป็นรอยดินที่เพิ่งโดนขุดขึ้นมาใหม่ ๆ มันเป็น
รอยดินที่กลบร่างไร้ชีวิตของสองเด็กสาวเหยื่อสวาท ไปพร้อม ๆ กับฝังกลบปิดอนาคตอันสดใสของพวกเธอไปตลอดกาล

"อื้ม สรรพคุณใช้ได้นี่นา ... แล้วรู้มั้ยว่าคราวที่แล้วน่ะ ฮันนี่ใส่ยาให้แค่คนละไม่ถึงครึ่งหลอด แค่นั้นก็
ร่านไปได้สองสามวัน ... แต่ ... อีผู้หญิงที่อยู่กับนายวันนี้ซิ โดนฮันนี่แอบกรอกเข้าไปเต็ม ๆ เลยทั้งหลอด ... ฮิ ฮิ ...
ให้มันร่านให้ตายไปเลยอยากมาหว่านเสน่ห์ใส่พี่พิชัยของฮันนี่ดีนัก" กระเทยควายผู้หลงไหลในตัวอาจารย์พิชัยยิ้ม
อย่างเหี้ยมเกรียมดุดัน ก่อนโยนหลอดแก้วอันว่างเปล่าที่เคยบรรจุยาปลุกเซ็กส์ราคาแพงนั้นทิ้งไปจนแตกกระจาย

"เฮ้ย ... คนนี้นายบอกว่าห้ามวางยาเด็ดขาดไม่ใช่เรอะ ... เห็นว่าคนนี้ไฮโซน่าดู แถมยังสวยเซ็กส์กว่าใคร
นายคงอยากได้เก็บไว้เป็นเมีย ... เอ ... แต่ว่า .... ถ้ามึงช่วยแบบนี้ท่าทางกูคงได้มีส่วนร่วมซะแล้วล่ะมั้ง หึ หึ"ไอ้คนหัว
ล้านตาลุกวาว แลบลิ้นเลียรอบปากกลืนน้ำลายสอ ขณะนึกภาพไปถึงภาพร่างบาง ๆ กับนมโต ๆ ของนักศึกษาสาวแสน
สวยที่ผู้เป็นนายเพิ่งจะอุ้มเข้าบ้านไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว

"เดี๋ยวกูจะพยายามเปิดทางให้ พวกมึงเอาให้หนัก ๆ ไปเลยนะ โดนยาเข้าไปแบบนั้นนายคนเดียวเอาไม่
อยู่หรอกยังไงนายก็คงไม่กล้าเอาผู้หญิงที่โดนรุมโทรมแบบนั้นมาเป็นเมียหรอก ... อ้อ แล้วก็อย่าปล่อยให้มันฆ่าตัว
ตายแบบอีสองคนก่อนอีกล่ะ กูอยากให้มันมีความสุขกับพวกมึงไปนาน ๆ ... เอ๊ะ ... เสียงรถมาที่หน้าบ้าน ... ใครมา"
กระเทยควายพูดอย่างสะใจในอารมณ์ ก่อนหันไปเงี่ยหูฟังเสียงเครื่องยนต์ที่ดังมาจากทางหน้าบ้าน

"ไม่ต้องไปสนใจร้อก ก็คงพวกกันเองนี่แหละ ใครที่ไหนมันจะมาที่เปลี่ยว ๆ แบบนี้ ก็ดีมากันเยอะ ๆ กู
อยากรุมโทรมพวกคุณหนูไฮโซสวย ๆ มานานแล้ว อยากรู้ว่ามันจะเด็ดยังไง" ไอ้คนหัวล้านหื่นกามพูดก่อนชะเง้อมอง
ไปยังหน้าต่างของห้องเชือดที่ปิดทึบด้วยอารมณ์ที่คุโชนไปด้วยความกระสัน

ฮันนี่กระเทยควายร่วมหัวเราะด้วยเสียงทุ้มต่ำน่ากลัวไปอีกคน โดยที่พวกมันสองคนไม่ได้รู้แม้แต่น้อยว่าเจ้า
ของรถที่มันได้ยินเสียงนั้นหาได้เป็นพวกมันไม่

ที่หน้าบ้านหลังใหญ่ ร่างบางที่มีหมวกกันน๊อคปิดบังอยู่จ้องมองรถตู้ที่จอดนิ่งสนิทอยู่หน้าบ้านอย่างครุ่
นคิด
ก่อนตัดสินใจหยิบจับเอาท่อนไม้ขนาดพอดีมือที่อยู่ข้างทาง แล้วเดินเข้าไปในตัวบ้านด้วยท่าทางระแวดระวังภัยอย่างเต็มที่

................................................................................
....................

เวลาเดียวกัน ใต้ต้นตะเคียนใหญ่ที่สูงประหนึ่งจะค้ำฟากฟ้าเอาไว้

"ข้าทำไปก็เพราะว่า ข้ามองเห็น ... วันพรุ่งจะไม่มีผู้หญิงคนนี้อีกต่อไป เธอจักจากไปอย่างที่เจ้ามิอาจจะช่วย
เหลือสิ่งใดได้ ... " นางตะเคียนพูดทิ้งท้าย แม้จะเป็นใบหน้าเดียวกันกับน้องหญิงที่สวยงามบริสุทธิ์เหมือนนางฟ้า แต่รอย
ยิ้มบนใบหน้านั้นกลับเหี้ยมเกรียมราวกับปีศาจร้าย

"... หมายความว่ายังไง ... ท่านเห็นอะไร ..." ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคู่สนทนาพูดเสียงสั่นด้วยความรู้สึกใจ
หายวูบไปกับแววตาที่ร้ายกาจนั้น

"พวกหนูยังจับอะไรไม่ได้เลยพ่อจ๋า ถ้าแม่มีอันตราย พวกหนูต้องรู้ตัวก่อน ... ยายป้าคนนี้คงจะขู่มากกว่า"
เด็กน้อยรักยมทั้งสองที่คอยระวังอยู่ด้านข้างพูดเสียงเจื้อยแจ้วด้วยจังหวะพร้อมกันจ
นแทบจะแยกไม่ออก ว่าเป็นเสียงของ
สองวิญญาณที่พูดพร้อมกัน

"เด็กเอ๋ยเด็กน้อย ... แม้นจะทรงฤทธามหาศาล ... แต่ก็ยังคงไร้เดียงสานัก ฮิ ฮิ" นางตะเคียนหัวเราะร่วน

"อย่ามาขู่ดีกว่าน่าป้า ถึงพวกหนูจะยังไม่แก่เหนียงยานเหมือนป้า แต่พวกหนูก็ไม่กลัวหรอกนะ ... แม่ไม่
เป็นอะไรหรอก พวกหนูคอยระวังอยู่แล้ว พวกหนูสัมผัสอันตรายไม่ได้" รักยมด่ากระทบนางตะเคึยนต่อ

"เรียกป้า เรียกยายไปเถอะ ... คอยดูเถอะข้าจะทำให้พวกแกเรียกข้าเป็นแม่ให้ได้ ..."

"ไม่มีทางหรอก พวกหนูมีแม่คนเดียว แม่พวกหนูสวยและใจดีที่สุด ไม่ใจร้ายแล้วก็แก่เหมือนยายหรอก"

"ไอ้พวกเด็กเหลือขอ ... อยู่ใต้อาณาเขตของข้าจนรับรู้ภายนอกไม่ได้แล้วยังกล้าปากดีอีก ข้าจะบอกให้
อีกไม่นานหรอก แม่คนดีของพวกเอ็ง ก็จะต้องตายแล้ว" นางตะเคียนพูดเสียงดังอย่างโกรธจัด พลังอำนาจที่เปี่ยมล้น
นั้นทำเอาต้นตะเคียนใหญ่สั่นสะเทือนจนส่งเสียงร้องเกรียวกราว

"จริงเหรอลูก ..." เอกหันไปถามสองเด็กน้อยที่กำลังหันซ้ายหันขวาด้วยท่าทางตื่นตระหนกเหมือนเพิ่งจะ
นึกอะไรขึ้นได้ สีหน้าไม่มั่นใจของรักยม และเสียงหัวเราะอย่างสาแก่ใจของนางตะเคียน ทำให้เขาตื่นตระหนกมากขึ้น

ด้วยความเป็นห่วงอย่างเหลือล้น และแววตาอันไม่น่าไว้วางใจของนางตะเคียน ทำให้เขาเชื่อในสัญชาต
ญานของตนเองที่กำลังบอกว่าให้ออกไปจากที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด เขาหมุนตัวกลับหันหลังให้กับนางตะเคียน ก่อนพุ่งตัว
วูบวิ่งออกไปในทิศทางตรงข้ามกับต้นตะเคียนใหญ่ด้วยความรวดเร็วเหนือมนุษย์

การกระทำนั้นเสมือนจะเป็นการลั่นสัญญาณกลองรบ วินาทีเดียวกันนั้นดวงตาของนางตะเคียนทอประกาย
แวววาวเจิดจ้า พร้อมกันกับที่เถาวัลย์เส้นใหญ่ห้าเส้นพุ่งสะบัดขวับแหวกอากาศลงมาจากต้นตะเคียนใหญ่
ราวกับแส้
โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ชายหนุ่มผู้ที่นางพึงใจ

เอกพุ่งตัวหลบอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณเมื่อได้ยินเสียงแหวกอากาศดังฟุ่บมาจากด้านหล
ัง การเปลี่ยน
ทิศกระทันหันทำให้ร่างกำยำนั้นเซถลาเล็กน้อยจนเกือบล้มลงไปกับพื้น เขาเหลือบตามองดูเถาวัลย์กลุ่มใหญ่ที่พุ่งวืดผ่าน
ตัวเขาไปม้วนพันเข้ากับต้นกระบากขนาดเท่าลำแข้ง ก่อนที่มันจะกระชากดึงต้นไม้ต้นนั้นหลุดออกมาจากดินเสียงดังปึด
เศษดินแห้ง ๆ ที่เกาะตามรากไม้นั้นร่วงหล่นไปกระทบพื้นเสียงดังกราว พลังอันมหาศาลของเถาวัลย์ใหญ่ทำเอาเอกถึงกับ
ต้องชะงักมองด้วยความตกใจ

เมื่อนึกได้จึงรีบดีดตัวส่งตัวเองพุ่งแหวกอากาศไปด้านหน้าอย่างสุดกำลัง แต่เขาช้าไปแล้วหนึ่งก้าว อาการ
ชะงักงัน ทำให้เขาโดนเถาวัลย์กลุ่มใหม่พุ่งเข้ารัดพัวพันแขนและขาของเขาราวกับอสรพิษที่มีชีวิ
ต พลังมหาศาลของเถาวัลย์
ทำเอาร่างกำยำที่พุ่งไปด้วยความเร็วพลันสะดุดกึกหยุดนิ่งเหมือนถูกมือยักษ์ฉุดกระชาก
ไว้

สองเด็กน้อยรักยมสบตากันแว้บหนึ่ง ก่อนที่ร่างวิญญาณร่างหนึ่งจะพุ่งไปช่วยเหลือเอกผู้มีศักด์เป็นเจ้านาย
และพ่อของพวกเขา ในขณะที่ร่างวิญญาณอีกร่างหนึ่งก็พุ่งวูบดิ่งเข้าไปหาร่างของนางตะเคียนที่กำลังสวมบ
ทนางมารร้าย
สองร่างวิญญาณเคลื่อนไหวพร้อมกันประหนึ่งประสานหัวใจเป็นหนึ่งเดียว

ดวงตาของรักยมที่พุ่งเข้าหานางตะเคียนเปล่งเป็นประกายเจิดจ้าวาวโรจน์ด้วยพลังแห่งมน
ตราและความ
เคืองแค้น นางตะเคียนลอยวูบไปด้านหลังด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่มีอาการตื่นตระหนกใด ๆ เหมือนได้ตระเตรียมการ
ไว้แล้ว พริบตาต่อมาเถาวัลย์ขนาดใหญ่นับสิบเส้นก็พุ่งสะบัดฟุ่บลงมาพร้อมกันกับกิ่งไม้ขนาดให
ญ่เท่าตัวคน พวกมัน
พุ่งใส่รักยมอย่างรวดเร็วราวงูฉก

วิญญาณของเด็กน้อยรักยมขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเล็กน้อย หากเป็นเถาวัลย์ทั่วไปคงไม่อาจสัมผัสร่าง
วิญญาณของเขาได้ หากปล่อยให้ผ่านตัวไปก็คงไม่เกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อคิดดูแล้วต้นตะเคียนที่ไม่ธรรมดานี้ ย่อมไม่
เหมือนต้นไม้ทั่วไป พวกมันน่าจะสามารถสัมผัสกับร่างวิญญาณได้ ไม่เช่นนั้นนางตะเคียนคงจะไม่ใช้พวกมันโจม
ตีเป็นแน่

แต่กระนั้นรักยมก็หาได้เกรงกลัวไม่ ดวงตาสุกใสแวววาวของเด็กน้อยยังคงจับจ้องไปเบื้องหน้า ร่างวิญญาณ
สีขาวลอยวูบหลบซ้ายหลบขวาอย่างคล่องแคล่วว่องไว หมู่เถาวัลย์กลุ่มใหญ่จึงทำได้เพียงคว้าจับวูบกับอากาศอันว่างเปล่า
หากแต่พวกมันยังคงไม่ละความพยายาม เมื่อมันพลาดหมู่เถาวัลย์เหล่านั้นก็สะบัดตัวย้อนกลับมาทางรักยมอีกครั้งหนึ่ง
เด็กน้อยที่จับจ้องการเคลื่อนไหวนั้นอยู่แล้ว พูดพึมพำบริกรรมคาถาก่อนที่สองมือจะส่องประกายวาววับ และขยับใช้มือ
น้อย ๆ เริ่มทำการฟาดฟันเชือดเฉือน สับใส่หมู่เถาวัลย์ที่พุ่งเข้าใส่ตน

เสียงแคว้กคว้ากดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเถาวัลย์เหล่านั้นโดนฟาดฟันจนขาดสะบั้นเป
็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เพียงพริบตาหมู่เถาวัลย์นับสิบก็หล่นร่วงลงไปกองอยู่กับพื้นดินอย่างไร้สภาพ พริบตาต่อมาเถาวัลย์ด้านบนเหวี่ยงสะบัด
เอากิ่งไม้ใหญ่ขนาดเท่าตัวคนแหวกอากาศมาทางรักยมอย่างน่ากลัว

ดวงตาของรักยมฉายประกายแวววาวอีกครั้ง เด็กน้อยบริกรรมคาถาสั้น ๆ ที่ต่างไปจากเมื่อครู่ จากนั้นมือ
เล็ก ๆ ก็กำหมัดแน่นแล้วต่อยเข้าชนกับกิ่งไม้ใหญ่อย่างไม่กลัวเกรงจนเกิดเสียงดังตูมสนั่น กิ่งไม้ใหญ่ขนาดเท่าตัวคน
แตกหักกระจุยกระจาย ก่อนลอยละลิ่วปลิวกระเด็นไปข้างทางเหมือนกิ่งไม้เล็ก ๆ ไร้น้ำหนัก ขณะที่ร่างวิญญาณเล็กจิ๋ว
อันทรงพลังของรักยมยังคงพุ่งตรงดิ่งไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ร่างวิญญาณของนางตะเคียนไม่มีทีท่าตระหนกใด ๆ ในอิทธิฤทธิ์ของรักยม เธอยังคงพุ่งถอยวูบไปด้านหลัง
ขณะที่ร่างวิญญาณของรักยมพุ่งตามใกล้เข้ามา ... สองร่างนั้นค่อย ๆ ใกล้เข้าหากันเรื่อย ๆ และแล้วเมื่อร่างทั้งสองอยู่ห่าง
กันเพียงช่วงลำตัว หมู่เถาวัลย์ชุดใหญ่อีกชุดก็พุ่งสะบัดฉกใส่ร่างวิญญาณของรักยมเหมือนแส้อีกครั้ง

รักยมที่เพิ่งฟาดฟันเถาวัลย์จนขาดสะบั้นคามือไม่ได้รู้สึกหวั่นเกรงต่อกลุ่มเถาวัลย์
ชุดใหม่แต่อย่างไร ดวงตา
ยังคงจับจ้องเบื้องหน้า สองฝ่ามือส่องประกายเจิดจ้ามากกว่าเดิม เด็กน้อยมั่นใจว่าเพียงตัดเถาวัลย์ชุดนี้ให้ขาดอีกครั้ง ก็จะ
พุ่งเข้าไปถึงตัวของนางตะเคียนได้ จากนั้นจะเป็นเวลาลงโทษยัยป้ามหาภัยให้สาสม

เด็กน้อยที่กำลังเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ไม่ทันที่จะได้สังเกตเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของนางตะเคียน
มือน้อย ๆ นั้นเงื้อฟันฉับเข้าไปยังเถาวัลย์ที่พุ่งเข้ามาใส่อีกครั้ง หากแต่เพียงว่าคราวนี้มันกลับไม่ขาดสะบั้นอย่างที่ควรจะ
เป็น ดวงตาน้อย ๆ ที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจนั้นเปิดกว้างอย่างตื่นตระหนก ขณะที่เถาวัลย์เส้นใหญ่นับสิบเส้นที่ไม่อาจ
ทำลายทิ้งได้นั้นกำลังเลื้อยพัวพันรัดไปรอบร่างของเด็กน้อยอย่างรวดเร็ว เด็กน้อยพยายามออกแรงฝืนตัวดิ้น แต่กลับไม่
สามารถกระทำได้ พลังมนตราทั่งร่างเหมือนโดนรบกวนจนไม่อาจจะรวบรวม และเพียงชั่วพริบตาร่างวิญญาณของเด็กน้อย
ก็โดนกลุ่มเถาวัลย์พัวพันใส่จนไม่สามารถแม้แต่จะกระดิกกระเดี้ยวตัวเอง

ส่วนเด็กน้อยรักยมอีกหนึ่งก็กำลังตื่นตระหนกเช่นเดียวกัน มือที่อัดไปด้วยพลังเวทย์มนต์จนเปล่งประกายจ้า
ไม่อาจที่จะฟาดฟันเถาวัลย์ที่พัวพันรัดร่างของชายหนุ่มผู้เป็นพ่อให้ขาดออกได้แม้แต่
เส้นเดียว ดวงตาที่ทอประกายวาว
โรจน์นั้นเบิกตาโพลงเมื่อสังเกตเห็นเชือกเส้นเล็ก ๆ สีขาวหม่นพัวพันอยู่กับเส้นเถาวัลย์ เชือกเส้นเล็ก ๆ นั้นเปี่ยมไปด้วย
คาถาอาคมอันบริสุทธ์ เชือกเส้นเล็ก ๆ ที่ถูกปลุกเสกในพุทธพิธี เชือกเส้นเล็ก ๆ ที่ไม่มีอำนาจอันใดนอกเหนือไปจากการ
ใช้สำหรับป้องกันภูติผี และแม้นว่ารักยมจะมีฤทธามากมายเพียงใด ก็ไม่อาจจะหนีพ้นความจริงที่ว่า พวกเขาคือภูติผีไปได้

เด็กน้อยหันไปมองร่างวิญญาณของคู่แฝดที่กำลังโดนพัวพันด้วยเถาวัลย์อย่างตื่นตระหนก เด็กน้อยรู้แล้วว่า
เหตใดคู่แฝดของเขาจึงได้เพลี่ยงพล้ำ และไม่ทันที่จะได้คิดกระทำการสิ่งใด รากไม้เบื้องล่างก็พุ่งพรวดโผล่ออกมาจากผืนดิน
มันพุ่งเข้ามารัดพัวพันขาสั้น ๆ ของเด็กน้อยรักยมอย่างรวดเร็ว

เด็กน้อยพยายามรวมกำลังดิ้นกระชากให้มันขาดออก แต่ก็เป็นเพียงการกระทำที่เปล่าประโยชน์ในเมื่อราก
ไม้นั้นก็มีสายสิญจน์สีขาวหม่นพัวพันรัดอยู่เช่นเดียวกันกับเถาวัลย์ที่เด็กน้อยไม่อ
าจจะตัดให้ขาดได้ เด็กน้อยรักยมทำได้
เพียงปล่อยให้รากไม้นั้นเลื้อยพัวพันตัวเองอย่างช้า ๆ ด้วยอารมณ์เคืองแค้น

"ปล่อยยย" เอกผู้ซึ่งได้ครอบครองพลังอันเหนือผู้คนธรรมดาเมื่อได้เห็นว่ารักยมที่เขาถือเสมือนว
่าเป็นลูก
กำลังพลาดพลั้งก็เกร็งกล้ามเนื้อทั่วร่างอย่างสุดตัว เขาออกแรงดึงดันกระชากแขนฝืนแรงของเถาวัลย์ที่เหนียวและแข็งแรงพอ
ที่จะกระชากต้นไม้ขนาดเล็ก ๆ ไว้ได้ เสียงแคว้กดังขึ้นเบา ๆ เมื่อเถาวัลย์ทรงพลังนั้นไม่อาจต้านทานพลังของเขาได้ มัน
ค่อย ๆ ขาดไปทีละเส้นสองเส้นจนแขนขวาของเขาเป็นอิสระ เขาสะบัดตัวพยายามดึงรั้งแขนอีกข้างเพื่อปล่อยตนเองให้พ้น
จากพันธนาการ ... แต่แล้วเถาวัลย์กลุ่มใหม่ ก็พุ่งเข้ามาพัวพันรัดตัวเขาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว และคราวนี้มันพัวพันรัดแน่น
แข็งแรงเสียจนเขาไม่สามารถขยับตัวได้แม้แต่น้อย

"โอ ... ต้องแข็งแรงเยี่ยงนี้ซิ จึงสมกับเป็นผู้ชายของข้า ... " นางตะเคียนเบิกตาโพลงระคนไปด้วยความ
ตื่นตกใจ และความชื่นชมในตัวชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งเวทย์มนต์คาถา และพละกำลังทางร่างกายอย่างน่า
หลงไหล

"ยายตะเคียนขี้โกง แน่จริงอย่าใช้สายสิญจน์มาสู้กันซิ" สองเด็กน้อยรักยมร้องตะโกนประท้วงอย่างเคืองแค้น

"ฮึ ฮึ เจ้าคงไม่คิดว่าข้าจะโง่สู้กับผีที่ทรงฤทธิ์อย่างพวกเจ้าตรง ๆ หรอกนะเด็กน้อย อีกอย่างพวกเจ้ามีกันถึง
สาม ข้าจักขอใช้ตัวช่วยสักหน่อยคงไม่ผิดกระมัง ... อย่างไรเสีย ภายใต้ต้นตะเคียนใหญ่นี้ ตัวข้าก็ถือเป็นเทพารักษ์ มิใช่
ภูติผีเช่นเจ้า ... ตัวข้าจึงมิได้รับผลกระทบใด ๆ จากสายสิญจน์เก้าวัดนี้แม้แต่น้อย ... ส่วนพวกเจ้า ต่อให้แก่กล้ายังไง ก็มิ
อาจสู้อำนาจอันบริสุทธิ์แห่งพระพุทธคุณได้หรอก"

.... และแล้วสุ้มเสียงทุกอย่างก็เงียบงันลง มีแต่เพียงเสียงสายลมพัดผ่านอย่างบางเบา และเสียงหัวเราะสดใส
ของนางตะเคียน... มันเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าการสู้รบครั้งนี้จบลงแล้วอย่างรวดเร็ว ... และเป็นการจบลงด้วยชัยชนะ
อันหมดจดของนางตะเคียนทองเสียด้วย

....................................................

*

Offline LAMBERG

  • *
  • 1404
  • 35
  • คุณอยากได้อะไรมากที่สุด...?
    • View Profile
ใต้ต้นตะเคียนใหญ่ นางตะเคียนทองผู้อยู่ในคราบเรือนร่างเปล่าเปลือยอันแสนเย้ายวนของหญิงแฟนสาว
ของเอก กำลังเดินเยื้องย่างหัวเราะอย่างสบายอารมณ์ เธอมองร่างเด็กน้อยสองร่างที่โดนพันธนาการอย่างแน่นหนาด้วย
แววตาของผู้ชนะ ก่อนที่จะหันไปมองร่างกำยำของเขาที่โดนพันธนาการด้วยเถาวัลย์อยู่เช่นกันเพียงแต่มีจ
ำนวนน้อยกว่า

เธอสั่นสะท้านไปทั้งตัวด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาดเมื่อได้ประสานสบกับสายตาที่เต็
มไปด้วยความ
ขุ่นเคืองของเขา เมื่อครู่นี้สายตาของเขายังคงฉายแววของเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยความเจ้าชู้ และความอยากรู้อยากเห็น
อยู่แท้ ๆ หากแต่ตอนนี้แววตานั้นดูลึกล้ำขุ่นเคืองและเปี่ยมไปด้วยพลังด้านมืดอันเหนือล้ำจนมีแ
รงดึงดูดมากยิ่งกว่า
ชายใด ๆ ที่เธอเคยประสบพบเจอในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา

"ปล่อยนะ ผมต้องไปช่วยน้องหญิง" เอกพูดเสียงดังขณะเริ่มสะบัดตัวแรง ๆ อีกครั้ง จนตัวเขาที่โดนแขวน
อยู่กับเถาวัลย์โยกไหวไปมา

"ยายตะเคียนแก่งั่ก ขี้มุสา ไหนบอกว่า จะไม่ทำร้ายพ่อพวกหนู" รักยมที่โดนเถาวัลย์และสายสิญจน์ห่อ
ตัวจนแทบไม่มีช่องว่างยกเว้นเพียงแต่สองตาและปากร้องตะโกนด่าทอนางตะเคียนอย่างโกรธแ
ค้น

"... เด็กน้อยเอ๋ย ... ข้าก็กระทำตามวาจาข้าแล้ว ข้าได้ทุบตีทำร้ายพ่อของเจ้าเมื่อไหร่รึ ... ข้าก็เพียงจับ
ตัวเขาไว้ไม่ให้ไปไหนแค่นั้นเอง ... มิได้ทำให้เสียเลือดเสียเนื้อใด ๆ เลยแม้แต่น้อย" นางตะเคียนพูดเล่นลิ้นพลาง
ยิ้มเยาะใส่รักยมที่มองมาอย่างเคืองแค้น

"เอาล่ะ ... ข้าว่า เราสมควรมาเจรจาพาทีกันสักหน่อยดีกว่านะพ่อหนุ่มน้อย ... หากตกลงกันได้ ข้าจะ
ปล่อยเจ้าไปก็ได้" นางตะเคียนยิ้มอย่างยั่วยวนขณะเดินเยื้องย่างพาเรือนร่างเปลือยเปล่านั้นเข้าไปแทบปร
ะชิดกับ
เรือนร่างกำยำของเอก ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเธอเองก็อยากจะใคร่สัมผัสกับร่างกายอันแข็งแกร่งของเขาอีกครั้ง หากแต่จนใจ
ที่ตอนนี้ร่างวิญญาณของเธอมิอาจทำได้

"เจรจา ? ท่านต้องการอะไรจากผมกันแน่" เอกพยายามข่มกลั้นลดระดับอารมณ์ลงมาเพื่อพูดคุย

"ไม่เอา ... เรียกข้าว่าพี่สาวเหมือนเมื่อกี้ซิ ... หรือจะเรียกข้าว่ายอดรัก หรือที่รัก อย่างที่เจ้าเรียกหาแฟน
ของเจ้าก็ได้" นางตะเคียนพูดเสียงสั่นเมื่อเธอเข้าใกล้จนได้กลิ่นกายของชายหนุ่มผู้นี้ กลิ่นกายที่ชวนหลงไหล

"เอาล่ะ ... พี่สาว ต้องการอะไร" เอกพยายามพ่นลมออกจากปากเพื่อระบายอารมณ์โกรธออก ก่อนจะยอม
เรียกพี่สาวตามข้อเรียกร้องของนางตะเคียน ผู้ที่กำลังกุมอำนาจต่อรอง

"ความปราถนาของข้ามีเพียงสามเรื่อง .... หนึ่ง ให้ข้าเป็นผู้หญิงของเจ้า ... ให้ข้าได้อยู่คู่กับเจ้า ห้ามทอด
ทิ้งข้า ..." นางตะเคียนใบหน้าแดงซ่านขณะพยายามใช้มือลูบสัมผัสแผงหน้าอกของเอก แม้จะสัมผัสไม่ได้แต่ดวงตา
ของเธอก็ฉ่ำเยิ้มเต็มไปด้วยอารมณ์แห่งรัก อารมณ์แห่งตัณหา และราคะ

"ข้อแรกข้าคิดว่าเจ้าคงจะยอมรับได้กระมัง ... แต่ข้อที่สองนี่ซิ ... เจ้าจะต้องช่วยให้ข้าหลุดบ่วงกรรม
ช่วยให้ข้าหลุดออกจากการจองจำ หลุดออกจากการถูกผูกมัดอยู่กับต้นตะเคียนใหญ่ต้นนี้" นางตะเคียนเว้นระยะ
ก่อนพูดต่อด้วยแววตาเศร้าสร้อย

"ต้องทำยังไง ถึงจะช่วยท่าน ... เอ่อ ... พี่สาวได้"

"เมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว มีพระป่าตาบอดธุดงค์มาพบข้า ข้าขอร้องให้ท่านช่วยเหลือ ให้ข้าพ้นเวรพ้นกรรม
แต่ท่านก็บอกเพียงว่า ให้ข้าตั้งจิตอธิษฐานแผ่เมตตารอเวลา แล้ววันหนึ่งจะมีคนมาปลดปล่อยข้า ก่อนจากไปท่าน
ได้ฝากบทกลอนนี้ไว้ให้ข้า ... บทกลอนที่ข้าท่องจำหลายสิบหมื่นครั้ง บทกลอนที่ข้าเฝ้ารอคอยมาตลอดเวลา...."
นางตะเคียนเว้นช่วงนิดหน่อยก่อนพูดต่อด้วยสุ้มเสียงไพเราะน่าฟัง


"เจ้าจักหลุด พ้นกรรม แต่ปางก่อน เมื่อได้ถอน ต้นไม้ยักษ์ ให้หักล้ม
ผู้รื้อถอน เป็นมนุษย์ ผู้ตรอมตรม ร่ายอาคม ถล่มสิ้น ซึ่งบ่วงกรรม ..."


เอกทบทวนเนื้อหาของบทกลอนนั้น ก่อนมองโคนต้นตะเคียนขนาดหลายสิบคนโอบ แล้วแหงนหน้าขึ้น
ไปมองยอดต้นตะเคียนใหญ่ที่สูงชะลูดประหนึ่งจะค้ำยันฟากฟ้าเอาไว้ ... นี่จะให้เขาถอนต้นไม้ต้นใหญ่ยักษ์ที่เหมือน
ภูเขาต้นนี้น่ะเหรอ ... ไม่มีทาง ....

"... ข้าเฝ้าครุ่นคิดเสมอมา ... ว่าพระธุดงค์ตาบอดรูปนั้นจะหลอกข้าหรือไม่ ... จะมีมนุษย์ที่ไหนกันเล่า
ที่จะมาถอนต้นตะเคียนต้นนี้ด้วยอาคมได้ ... และข้าก็คิดว่า ตัวเจ้าก็มิอาจทำได้ ..."

เอกหันไปมองรักยมด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยคำถาม ขณะที่สองเด็กน้อยก็ส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ

"... ข้าเฝ้าเพียรพยายามค้นหาความเป็นได้ ... จากดวงตาพิสุทธ์ที่ข้ามองเห็น ข้าเข้าใจว่าโลกของพวกเจ้า
ในตอนนี้พึงมีอาวุธสงครามร้ายแรงที่อาจจะกระทำได้ พลังที่ทำลายได้แม้แต่ภูเขา ทำลายได้แม้แต่ทะเล หรือทำลายได้
แม้แต่ชาตพันธ์ และโลกที่พวกเจ้าอาศัยอยู่ ... แต่นั่นก็มิใช่เวทย์มนต์คาถา ดังที่พระธุดงค์ท่านได้ชี้ทางไว้ ..."

"หลังจากที่ ... ข้าคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ ... ข้าจึงตรอมใจและนอนหลับไหลไปนานนับปีด้วยอารมณ์
หดหู่ ... จนกระทั่ง ... วันนั้น ... วันที่หมอผีเรืองอำนาจผู้หนึ่งได้ผ่านมา เขาได้ชี้ทางที่เป็นไปได้ให้แก่ข้า ...
เมื่อข้าบอกกลอนที่พระธุดงค์บอกข้า เขาก็บอกข้าว่าพระธุดงค์องค์นั้นบอกข้าไม่หมด ทางออกของบ่วงกรรมข้ามี
มากกว่านั้น .... เขาบอกข้าว่า" นางตะเคียนเผยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง



"เจ้าจักหลุด พ้นกรรม แต่ปางก่อน เมื่อได้ถอน ต้นไม้ยักษ์ ให้หักล้ม
ผู้รื้อถอน เป็นมนุษย์ ผู้ตรอมตรม ร่ายอาคม ถล่มสิ้น ซึ่งบ่วงกรรม ..

หรืออีกหนึ่ง ร่างงาม ผู้เปี่ยมรัก จงชวนชัก ชายหนุ่ม ให้ลุ่มหลง
เมื่อเขายก มอบให้ ร่างอนงค์ ได้แล้วจง จากไป ไร้โซ่ตรวน"



................................................................................
...............

"ผู้หญิงที่ว่าคือน้องหญิงอย่างงั้นเหรอ ... แล้วต้องการให้ผมยกน้องหญิงให้อย่างงั้นเหรอ" เอกพูดด้วย
น้ำเสียงแหบแห้งด้วยความกลัวที่เอ่อล้นอยู่เต็มอก

"ใช่แล้ว ... ผู้หญิงผู้นั้น ผู้ที่เปี่ยมไปด้วยรักที่มีต่อเจ้า ผู้ที่ผูกสัมพันธ์รักกับเจ้าทั้งร่างกายและจิตใจ
ผู้มีเรือนกายงดงามดั่งเทพธิดา ผู้มีบุญญาเปี่ยมล้น แต่กลับต้องทนทุกข์ด้วยหนี้กรรมเก่าจากภพภูมิที่แล้วมา ...
หากเพียงเจ้ายอมรับ ข้าจักครอบครองร่างนั้นได้ก่อนที่นางจะสิ้นลม ... จากนั้นข้าจะเป็นทาสรัก ทาสสวาทให้เจ้า
... ข้าจะทำให้เจ้าได้ครอบครองเหล็กไหล ให้เจ้าได้ครอบครองพลังอันยิ่งใหญ่เหนือผู้ใด ให้เจ้าได้มีความเป็นอมตะ
เมื่อถึงเวลานั้นไม่ว่าเจ้าต้องการสิ่งใด ก็จักใด้ ต้องการสตรีนางใด ก็สามารถหามาได้โดยง่าย แล้วเราสองคนก็จะได้
อยู่ด้วยกันตลอดกาลบนจุดสูงสุดเหนือกงกรรมกงเกวียนใด ๆ ... ข้าขอเพียงวันนี้ เจ้าจงตัดใจจากผู้หญิงของเจ้าซะ"

"ผมไม่อยากได้อะไรพวกนั้นหรอก ... ผมเป็นแค่คนธรรมดาที่บังเอิญมีรักยมเท่นั้นเอง ... ปล่อยผม
ไป แล้วไปหาคนอื่นเถอะ ... ผมต้องรีบไปช่วยน้องหญิง"

"คนธรรมดางั้นรึ ... ฮึ ฮึ ... หนุ่มน้อยสุดที่รักของข้า ... เจ้าอาจจะไม่รู้ตัว และอาจจะไม่มีผู้ใดบอก...
แต่ว่าเจ้าน่ะห่างไกลกับคำว่าคนธรรมดามากนัก ..." นางตะเคียนพูดเว้นระยะรอให้เอกมองด้วยความสงสัย

"รักยม มิใช่สิ่งที่ผู้ใดก็ครอบครองได้ ... รักยมเป็นสิ่งอัศจรรย์ที่เลือกผู้ถือครอง ... พวกมันมิได้มีพลัง
อำนาจด้วยตนเอง ... พวกมันมีเพียงองค์ความรู้แห่งเวทย์มนต์คาถาอันยิ่งใหญ่เหนือตำราหรือคัมภีร์เวทย์มนต

ใด ๆ ... หากแต่พวกมันไม่สามารถใช้คาถาเหล่านั้นได้ด้วยตนเอง ... พวกมันต้องการเจ้าของที่เปี่ยมไปด้วยพลัง
แห่งมนตรา เจ้าของที่มีพร้อมซึ่งพลังอำนาจและดวงชะตาที่ต้องกัน ... หากพวกมันอยู่กับคนธรรมดา พวกมันก็
เป็นได้เพียงตุ๊กตาไม้ไร้ค่า ไร้ราคาตนหนึ่ง ... แต่เมื่ออยู่กับคนพิเศษ ... คนที่เปี่ยมด้วยพลังอันซ่อนเร้นเช่นเจ้า
... พวกมันก็จักกลายเป็นวิญญาณที่เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจ"

"ผมไม่เข้าใจ ... " เอกแม้จะพอจับใจความในนั้นได้ แต่ก็ไม่อาจจะยอมรับได้ เขาน่ะเหรอมีพลัง

"... เจ้าไม่ต้องรีบเข้าใจหรอกหนุ่มน้อย ... สักวันหนึ่งเจ้าจะเข้าใจ ... เข้าใจถึงพลังที่แท้จริงในตัวเจ้า
แต่หากเจ้าไม่เชื่อวาจาของข้า ก็ลองถามเจ้าเด็กรักยมสองตัวนั่นก็ได้ ..." นางตะเคียนพูดตอบเสียงหวาน

"รักยม ..." เอกหันไปขอความเห็นจากรักยม

"จริงจ้ะ ... ที่พวกหนูปรากฎตัวออกมาได้ ที่พวกหนูใช้เวทย์มนต์คาถาได้ ก็เป็นการดึงเอาพลังแฝง
ของพ่อออกมาใช้ตามที่พ่อต้องการเท่านั้นเอง ..." เด็กน้อยตอบ

"พลังเริ่มต้นของเจ้านั้นแม้จะมีอยู่ แต่ก็ไม่ได้มากเช่นตอนนี้ ... วันที่เจ้าใช้พลังไปปราบโจรร้ายที่
บ้านของคนรักของเจ้าและถูกยิงจนเกือบตายนั้นเจ้ายังมีพลังเพียงน้อยนิด หากเป็นคนธรรมดาเจ้าคงจักต้องสิ้นลม
ไปแล้ว ด้วยบาดเจ็บทางร่างกาย และไร้สิ้นซึ่งพลังมนตรา ... แต่ด้วยบุญญา และชะตาของเจ้า ทำให้เจ้าได้พานพบ
กับสิ่งอัศจรรย์ ... สิ่งที่พ่อมดหมอผีทั่วหล้าต่างค้นคว้าและเรียนรู้ ... สิ่งที่เรียกว่า เวทย์เป็นตายฟื้นคืน ... เวทย์ที่ว่า
ด้วยการยอมให้ตนเองตาย เพื่อให้ตนเองได้สัมผัสกับพลังแห่งวิญญาณ และมนตราแห่งธรรมชาติ ... และเมื่อฟื้นตื่น
ขึ้นมาอีกครั้ง ผู้กระทำจักได้พลังแห่งเวทย์อันมากมายมหาศาลไว้ครอบครอง ... แต่น่าเสียดายที่สิ่งนี้มิได้เกิดขึ้นง่าย
นัก ... หมอผีนับสิบหมื่นอาจจะมีเพียงหนึ่งที่สามารถฟื้นตื่นขึ้นมาด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ได้ ... แต่เจ้าทำได้ ... แถมยัง
ทำถึงสองครั้งซะด้วยซิ ..."

"......." เอกรับฟังจนงุนงงพูดอะไรไม่ออก เป็นตายฟื้นคืนอะไรกันเขาไม่เห็นจะรู้เรื่องอะไรสักอย่าง
เท่าที่เขาเข้าใจพลังของเขาควรจะได้มาจากรักยมเท่านั้น ไม่ใช่พลังอะไรของเขาเสียหน่อย

"... ดวงตาข้าเห็นได้ว่าเจ้าผ่านความเป็นตายมาแล้วสองครั้ง ... แต่ไม่อาจจะเห็นได้ว่าเจ้าพบเจอกับอะไรมา
... แล้วเจ้าได้พบกับอะไรมาบ้างล่ะหนุ่มน้อย ... อะไรสักอย่างที่ยิ่งใหญ่ ที่แฝงตัวอยู่ในโลกแห่งวิญญาณที่เจ้าได้ผ่านไป"

"... ท่าน ... เอ่อ พี่สาวคงจะเข้าใจผิดแล้ว ... ตอนนั้นผมไม่เห็นว่าจะมีอะไรเลย ครั้งแรกมันมีแต่มืดแล้วก็
เงียบ ... ส่วนครั้งที่สองก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลย นอกจากเหมือนกับโดนดูดหมุนติ้วเหมือนอยู่ในพายุ" เอกนึกเหตการณ์
ที่เกิดขึ้นครั้งแรกนั้นเขาโดนยิงจนเกือบตาย ส่วนครั้งที่สองคงจะเป็นตอนที่ถอดวิญญาณไปช่วยปูคนไข้สาวของฝ้าย

"... เจ้าบอกว่าพายุงั้นรึ ... เจ้าอย่าโกหกข้าดีกว่า โลกวิญญาณที่ไหนจะมีลมได้ ... ลม ... พายุ ... เจ้าบอก
ว่าพายุงั้นรึ ...." นางตะเคียนพูดทำท่าครุ่นคิดเหมือนจะไม่เชื่อ

"เรื่องเป็นยังไงไม่รู้ ผมไม่สนใจหรอก แต่ผมต้องรีบไปช่วยน้องหญิง ผมไม่ตกลงเด็ดขาด ปล่อยผมไปเดี๋ยวนี้"
เอกเริ่มโวยวายอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเวลาเริ่มจะผ่านไปนานเกินไปแล้ว เวลาอันมีค่าที่จะช่วยคนที่เขารัก กำลังลดน้อยลงไปเรื่อยๆ

"... เจ้าไม่มีทางเลือกหรอกนะหนุ่มน้อย ... สิ่งที่ดวงตาข้าเห็น ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่เกิด แต่มันก็ต้องเกิดอย่าง
แน่นอน ในไม่ช้านี้ เจ้าจะโกรธ จะแค้นอย่างไร ก็เปลี่ยนแปลงมันไม่ได้หรอก คนเรามีกรรมของตนเองที่ต้องยอมรับ เจ้าควร
จะหมดรักนาง แล้วหันมาอยู่กับข้าจะดีกว่า" นางตะเคียนพยายามพูดโน้มน้าวเอกที่กำลังดิ้นรนจนร่างแกว่งไหวไปมา เธอ
เอาใบหน้าไปแนบกับใบหน้าของชายหนุ่มจนดวงตาของทั้งคู่แทบจะแนบชิดติดกัน

"หญิงสาวสวยประหนึ่งราชนิกูลผู้สูงส่ง เธอเกิดมาเปี่ยมไปด้วยบุญและวาสนานำพา แต่กระนั้นกรรมเก่าที่ติด
ตามแต่ภพชาติก่อน ก็ทำให้ความสวยนั้นเป็นกรรม ให้มีแต่ชายชั่วอยากครอบครองเป็นเจ้าของ หากเจ้าไม่ยอมตัดใจ ข้าก็
จะให้เจ้าได้เห็นในสิ่งที่ข้าเห็น มันเป็นสิ่งที่จะบังเกิดขึ้นจริง สิ่งที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้" ดวงตาเธอสว่างวาบแต่ไม่เจิดจ้าจน
แสบตา และเป็นอีกครั้งที่เอกโดนดึงดูดเข้าไปในดวงตานั้น สายตาของเขาเริ่มเห็นภาพมากมายวิ่งผ่านไปมาอย่างรวดเร็ว
อีกครั้ง และเมื่อผ่านไปช่วงเวลาหนึ่งภาพนั้นก็เริ่มช้าลงเรื่อย ๆ ช้าลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดลง

.......................................................................

*

Offline LAMBERG

  • *
  • 1404
  • 35
  • คุณอยากได้อะไรมากที่สุด...?
    • View Profile
เอกมองเห็นภาพอะไรบางอย่างในนั้น ภาพนั้นส่ายไหวไปมาเหมือนกับภาพบนกล้องวีดีโอที่ถ่ายทำไม่ค่อยดีนัก
อย่างช้า ๆ ภาพนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จนเขาเห็นได้ชัด ใบหน้านั้นเขาช่างคุ้นเคย สุ้มเสียงร้องไห้อย่างเจ็บปวดที่ถ่ายทอดผ่าน
ออกมานั้นราวกับจะเสียดแทงแก้วหูบาดลึกเข้าไปถึงจิตใจ เขาเห็นแล้ว เห็นอย่างชัดเจนที่สุด ภาพที่บาดลึกจนเขาเจ็บแปลบแทบ
ลืมหายใจ .... มันเป็นภาพร่างเปลือยของคนที่เขารักที่สุด

ในภาพนั้นร่างเปลือยขาวผ่องของน้องหญิงเด้งสะท้อนไปมาด้วยแรงกระแทกจากเบื้องล่าง ร่างดำ ๆ ของชายฉกรรจ์
แนบสนิทติดกับหว่างขาของเธอ ร่องสวรรค์ที่เขาจับจองเป็นเจ้าของมาตลอดบัดนี้กำลังโดนแท่งเนื้อสีดำคล้ำวิ่งเข้าวิ
่งออกอย่างไม่
หยุดยั้งจนกลีบเสียวยับย่นเข้าออกสลับไปมา

เธอร่ำไห้อย่างเจ็บปวดและอ้อนวอน แก้มขาวใสอมชมพูของเธอบัดนี้แดงก่ำ และมีรอยเลือดบริเวณริมฝีปาก เขาเห็น
มือหยาบใหญ่ข้างหนึ่งสะบัดเพียะตบไปที่แก้มนุ่มของน้องหญิงจนเธอหน้าหัน ได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของแฟนสาวดังมา
พร้อมกับเสียงหัวเราะหื่น ๆ อย่างสะใจของผู้ชายคนนั้น มันกระหน่ำตบซ้ำอีกหลายทีจนใบหน้าสวยนั้นแดงช้ำ

ร่างดำ ๆ นั้นอัดกระแทกซ้ำใส่ร่างอวบอัดไม่หยุดยั้ง ร่างขาว ๆ บอบบางยิ่งกระเด้งสะท้านไปมาเร็วและแรงขึ้นเรื่อย ๆ
สองเต้าอวบกลมโดนมือหยาบนั้นบีบขยี้เหมือนจะฉีกกระชากให้ขาดวิ่นออกมาเป็นชิ้น ๆ ภาพที่เห็นนั้นทำเอาเอกใจสลายไปแล้ว
นับสิบรอบ แต่กระนั้นก็ตามมันเทียบไม่ได้เลยกับภาพถัดมาที่ทำให้เขาแทบกรีดร้องออกมา

ในวาระที่มันเร่งเครื่องซอยกระเด้าเอวกระหน่ำอย่างสุดแรงใส่แฟนสาวของเขา สองมือหยาบใหญ่ของผู้ชายคนนั้นก็เอื้อม
ขึ้นไปบีบคอของน้องหญิงอย่างแรง เขาเห็นน้องหญิงพยายามร้องเอะอะ พยายามดิ้นขัดขืน แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ความสิ้นหวัง เต็มไปด้วยความเจ็บปวด และการรอคอยใครสักคนที่จะไปช่วยเหลือเธอจากสภาพการณ์นี้

แต่ที่แห่งนั้นไม่มีใคร ไม่มีใครทั้งสิ้น เอกเห็นสภาพดิ้นรนในยามที่น้องหญิงขาดอากาศอย่างชัดเจน เธอดิ้นรน เธอต่อสู้
เธออยากมีชีวิตอยู่ แต่ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันไม่สนใจใด ๆ มันเอาแต่กระแทกเอวใส่ร่างที่แทบขาดใจนั้นอย่างไม่รู้สึกรู้สาใด ๆ ... และผ่าน
ไปไม่นาน นักดวงตาสวยคู่นั้นก็หลับลงพร้อมกับอาการหยุดนิ่งของร่างกาย น้ำตาใส ๆ ของเธอไหลพรากลงมาจากสองตา สองตาที่ไม่มี
วันจะลืมตื่นขึ้นมาได้อีกครั้ง ริมฝีปากบางนั้นเผยอออกเบา ๆ พร้อมด้วยเสียงสุดท้ายอันเหนื่อยอ่อนของชีวิตที่กำลังหลุดออกจากร่าง
มันเป็นคำที่แทบจะกระชากใจของเขาออกมากองอยู่ตรงนั้น เขาได้ยินเสียงนั้นชัดเจนดังกึกก้องไปทั้งสองใบหู คำพูดสุดท้ายของเธอ
ที่เรียกหาชื่อของเขา

"... พี่เอก ..." เสียงนั้นแผ่วเบาแทบไร้สุ้มเสียง แต่น้ำเสียงสั้นกลับกรีดแทงเขาจนแทบปริขาดไปทั่วทั้งร่าง น้ำเสียงที่เปี่ยม
ไปด้วยความรักของผู้หญิงคนหนึ่ง มันเจ็บปวดจนจนเขาแทบจะขาดใจตายไปด้วย เจ็บปวดจนอยากจะฆ่าตัวเองสักร้อยสักพันครั้ง
อยากลงโทษตัวเองที่ไม่อาจปกป้องคนที่ตัวเองรักได้ เอกมองภาพน้องหญิงที่พยายามจะเผยอเปลือกตาออกมาเหมือนจะต่อสู้กับความตาย
... เขาบอกให้เธอสู้ บอกให้เธออย่าพิ่งทิ้งเข้าไป ... แต่เพียงครู่เดียวดวงตาสวยคู่ของคนที่เขารักก็ปิดสนิทลง ... และมันจะปิดสนิทไปตลอด
กาลอย่างไม่มีวันหวนกลับคืนมา


................................................................................
...............


"ข้าจะบอกย้ำอีกครั้งนะ ว่าดวงตาของข้า แม้จะต้องอาศัยมุมมองของคนอื่น แต่มันก็จะเป็นอนาคตที่ถูกลิขิตขีดเขียน
เอาไว้แล้ว ไม่ว่าเจ้าจะพยายามทำการสิ่งใด ก็ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงอนาคตได้ ... เอ้าตัดสินใจใหม่ซิ อย่างไรเสียผู้หญิงของเจ้าก็ต้องตาย
อยู่แล้ว ยกร่างของเธอให้ข้าคนนี้ดีกว่าน่า แล้วเราจะได้มีความสุขด้วยกัน" นางตะเคียนยืนมองร่างกำยำที่ถูกพันธนาการอย่างหนาแน่น
ด้วย ท่าทีของผู้ชนะ เธอพูดด้วยน้ำเสียงใสซื่อราวสาวน้อยบริสุทธิ์ หากแต่ว่าเสียงนั้นกลับให้ความรู้สึกเยือกเย็นราวเสียงของปีศาจร้ายจาก
ขุมนรกก็มิปาน

"... ปล่อย ..." เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอย่างแผ่ว แต่อะไรบางอย่างที่แฝงในนั้นสั่นสะเทือนอากาศไปทั่วทั้งบริเวณจนผู้ฟังสะท้าน

"หืม ? เจ้ากล่าวว่ากะไรนะ หนุ่มน้อย" นางตะเคียนเริ่มรู้สึกตระหนกเมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสแห่งพลังอันมหาศาล เธอเริ่ม
สัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลก ๆ ที่บังเกิดรอบข้างตน บรรยากาศที่ควรจะเงียบสงบบัดนี้ได้ยินเสียงเกรียวกราวของใบไม้และใบหญ้าแห้ง
ที่ลอยปลิวไปมาตามแรงลมอย่างไร้ที่มาที่ไป

"... บอกให้ปล่อย ..." เสียงทุ้มต่ำจากชายหนุ่มดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับร่างกำยำที่ขืนตัวฝืนแรงดึงรั้งของเ
ถาวัลย์ที่ยึดรั้ง
ร่างของเขาเอาไว้อยู่ คราวนี้อากาศทั่วทั้งบริเวณเหมือนจะสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นกว่าครั้งที่แล้ว แรงจนเธอรู้สึกสะท้านไปถึงหัวใจ
แรงเสมือนว่าแผ่นดินจะสั่นไหว รุนแรงจนใบไม้แห้งและใบไม้สีเขียวสดบางใบถึงกับต้องหลุดออกมาจากกิ่งไม้ก่อนเวลาอันค
วร

"ข้าบอกแล้วไงว่า จะอย่างไร เจ้าก็เปลี่ยนแปลงอนาคตไม่ได้หรอก" นางตะเคียนหันมามองร่างชายหนุ่มด้วยความรู้สึก
ที่บอกไม่ถูก ใบหน้าทะเล้นทะลึ่งตึงตังนั้นเคร่งขรึมจนเธอแทบจะนึกว่าเป็นคนละคนกัน รอยยิ้มซุกซนราวกับเด็กที่มีอยู่เสมอราว
จะเหือดหายไปหมด สองตาของเขาแดงก่ำ น้ำตาไหลนองหน้าเหมือนชายชาตรีผู้พ่ายแพ้ที่น่าสมเพศ แต่กระนั้นดวงตาดำของเขา
กลับดำสนิท มันดำมืดเหมือนหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง ไร้สิ้นซึ่งแสงใด ๆ พร้อมกันนั้นพลังแห่งมนตราที่หมุนเวียนรอบกายของเขายิ่งมา
ยิ่งรุนแรง ยิ่งลึกล้ำ ยิ่งบ้าคลั่ง และยิ่งหนักหน่วงมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ

"บอกให้ปล่อยยยยยยยยย" น้ำเสียงล้อเล่นของเขาแปรเปลี่ยนตะโกนก้องอย่างเป็นจริงจังหนักแน่น ห้วงพลังที่แฝงเร้น
อยู่ในน้ำเสียงนั้นถึงกับทำเอาต้นไม้ต้นหญ้ารอบข้างสั่นสะเทือนราวแผ่นดินไหว ไม่เว้นแม้แต่เจ้าแม่ตะเคียนผู้ทรงฤทธา พลังที่แผ่
พุ่งออกมาทำให้เธอเองก็ถึงกับต้องสะดุ้งถอยกรูดออกมาด้วยความหวาดหวั่น

กระแสมนตราไร้รูปนั้นแผ่ซ่านออกมาข่มกระแสมนตราของเธอเสียสิ้น มันเอ่อล้นพวยพุ่งทะลักออกมาจากร่างของชาย
หนุ่มเหมือนจะไม่มีหมดสิ้น พลังนั้นก่อกระแสรวมกัน หมุนวนไปในทิศทางเดียวกันอย่างรวดเร็วรุนแรง ยิ่งเวลาผ่านมันก็ยิ่งเร็วขึ้น
เร็วขึ้น และเร็วขึ้น และแล้วในที่สุดพลังนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นสายลมหอบใหญ่ที่หมุนวนกระหน่ำวนเวียนบ้าคลั
่งอย่างไม่หยุดยั้ง

เสียงลมพัดผ่านดังเฟี้ยวฟ้าววูบวาบราวโลกจะแตกสลาย ใบไม้ใบหญ้าบริเวณนั้นโดนกระแสอากาศรุนแรงหอบจน
หมุนคว้างเป็นเกลียวอย่างไม่อาจต้านทาน สิ่งของเล็ก ๆ ทั้งหลายลอยฟุ้งกระจายขึ้นไปบนท้องฟ้าเหมือนโดนมือใหญ่ยักษ์ที่มอง
ไม่เห็นหยิบจับขึ้นไปโยนเล่น รากไม้และเถาวัลย์ที่พัวพันกักร่างของเขาและสองรักยมไว้ค่อย ๆ ขาดกระจุยทีละเปาะ ๆ ประหนึ่ง
โดนมีดที่มองไม่เห็นฟาดฟันกระหน่ำใส่ ต้นไม้เล็กใหญ่รอบข้างนั้นเอนลู่ส่ายไปมาเหมือนจะหักโค่นลงด้วยไม่อาจต้านแรงลม

"... โอ ... ลม ... พายุ ... เวทย์ธรรมชาติแห่งสายลม ... นี่รึ ... คือสิ่งที่เจ้าพานพบ สิ่งที่หลับไหลอยู่ในตัวเจ้า" นาง
ตะเคียนจ้องมองตาค้างอย่างไม่เชื่อในสายตาพิสุทธ์ของตนเอง น้ำเสียงสั่นเครือนั้นได้ยินเพียงแค่ตนเอง ด้วยโดนกลบด้วยสุ้มเสียง
แห่งสายลมร้อนระอุที่ส่งเสียงหวีดหวิวไม่หยุด แรงลมที่ไม่ควรจะมีผลต่อร่างวิญญาณนั้นพัดฟาดฟันกระหน่ำ กรีดกรายไปทั่วอณู
วิญญาณของเธอจนต้องทรุดตัวลงไปนั่งจับอยู่กับรากไม้ของต้นตะเคียนใหญ่เอาไว้ นางตะเคียนสั่งการให้ไม้เลื้อยและเถาวัลย์ต่าง ๆ
มากันเลื้อยพันขึ้นมาเพื่อยึดเกาะร่างวิญญาณของเธอเอาไว้ ซึ่งหาไม่แล้วร่างอันเปี่ยมไปด้วยฤทธานั้นคงจะต้องปลิวกระเด็นหาย
ไปกับสายลมเหมือนว่าวที่เชือกป่านขาดเป็นแน่ มือเล็ก ๆ นั้น จับยึดที่พึ่งสุดท้ายไว้แน่น ด้วยหวังว่าพลังอันน่าสะพึงกลัวนี้จะหาย
ไปในไม่ช้า

แต่ไม่เลย ... สายลมที่ไม่ธรรมดานั้นไม่เพียงไม่หยุดยั้ง มันกลับหมุนวนเร็วและแรงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างบ้าคลั่งโดยมีร่าง
ของชายหนุ่มเป็นเสมือนศูนย์กลางที่ไม่ได้โดนผลกระทบอะไรเลย เด็กน้อยรักยมทั้งสองเดินมายืนเคียงข้างร่างของเขาที่ยืนสงบนิ่ง
ประหนึ่งขุนเขาใหญ่ที่ไม่อาจโยกคลอน ผมเผ้าสักเส้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะโดนกระแสลมแรงนั้นพัดผ่าน


บัดนี้ทั่วทั้งบริเวณที่ไม่ห่างไกลนัก ผู้คนต่างส่งเสียงร้องฮือฮาพากันจอดรถลงมายืนดูภาพปรากฎการณ์ที่พวกเขาไม่เคย
พบเจอมาก่อนด้วยความตื่นตะลึง รถยนต์หลายคันต่างพากันหยุดรถด้วยความตระหนก ขณะที่รถบางคันไม่ทันระมัดระวังก็ถึงกับ
ไปชนท้ายรถคันข้างหน้า และชนต่อเนื่องไปเป็นแถวยาว เหตการณ์นั้นสับสนอลหม่านอย่างที่สุด แต่กระนั้นทุกสายตาก็ยังคงโดน
ดึงดูดให้จับจ้องไปยังความมหัศจรรย์นั้น

เสียงฮือฮาดังมาจากผู้คนทั่วสารทิศที่สามารถพบเห็นเหตการณ์ได้ ผู้เฒ่าผู้แก่บางคนถึงกับต้องยกมือไหว้ขอให้พระคุ้มครอง
จากสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นเหตอาเภทนี้ ... เหตการณ์ที่ใครสักคนอาจจะไม่เคยเห็นแม้สักครั้งในช่วงชีวิต ... เหตการณ์ที่บังเกิดลมพายุหอบ
ใหญ่สูงเสียดฟ้าจนมองเห็นได้แม้จะอยู่ห่างออกมาหลายกิโลเมตร

................................................................................
.....

นางตะเคียนเมื่อเห็นว่าที่ชายหนุ่มยืนอยู่นั้นปลอดภัยก็พยายามฝืนแรงลมดันตัวเองไปข้
างหน้าไปยังตำแหน่งที่ไร้แรงลม
แต่ ก็ไม่สามารถทำกะไรได้ เพราะเพียงแค่เหนี่ยวรั้งเอาไว้ให้อยู่เธอก็แทบเต็มกลืนอยู่แล้ว และแล้วสิ่งที่นางกลัวก็ได้เกิดขึ้น รากไม้ของ
ต้นตะเคียนใหญ่ที่ชอนไชเกาะเกี่ยวลึกเข้าไปในดินประหนึ่งโดนมือยักษ์มาโยกคลอน ผืนดินที่เธอยืนอยู่นั้นสั่นสะเทือนกระตุกอย่าง
น่ากลัว เสียงเถาวัลย์เส้นเล็ก ๆ ที่พัวพันรอบร่างกายของเธอส่งเสียงดังเพียะพะเมื่อพวกมันเริ่มฉีกขาดออกด้วยทนแรงกระ
ชากไม่ไหว
เธอพยายามฝืนยึดตัวเองให้มั่นต่อไป แต่แม้ว่าจะยังฝืนจับรากไม้นั้นอยู่ เธอก็พบว่าร่างของเธอก็ยังค่อย ๆ ลอยขึ้นสูงกว่าชายหนุ่ม
อย่างช้า ๆ เสียงปึด ๆ ของรากไม้ใหญ่ที่ไม่อาจเหนี่ยวรั้งอยู่กับผืนดินได้ดังขึ้นอย่างถี่ยิบ .... และแล้วนางตะเคียนก็ต้องเบิกตาโพลง
ด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่สุดเมื่อพบว่าร่างของเธอกำลังลอยขึ้นพร้อม ๆ กับแผ่นดินผืนใหญ่ที่โดนดึงกระชากขึ้นไปพร้อมกัน

"กรี๊ดดดดดดดดดดดดด" นางตะเคียนส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจสุดขีด อณูร่างวิญญานของเธอโดนสายลมแห่ง
ความเกรี้ยวกราดนั้นพัดพาส่งย้อนแรงดึงดูดของโลกลอยขึ้นไปบนฟ้าราวกับปุยนุ่น เธอรู้สึกหูอื้อตาลายเมื่อร่างของเธอนั้นหมุนวน
ไปมาตามแรงส่งของพายุใหญ่นั้น ระลอกแล้ว ระลอกเล่าของแรงเหวี่ยง เหมือนจะฉีกกระชากเอาร่างวิญญาณของเธอให้ฉีกขาดออก
เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่เมื่อสายลมนั้นหยุดลง เธอก็พบว่าร่างของเธอกำลังล่องลอยอยู่กับปุยเมฆสีขาวสะอาด
รอบข้างนั้นมีเศษใบไม้ใบหญ้าปลิวว่อนอยู่ทั่วบริเวณ นางตะเคึยนก้มลงมองเบื้องล่างเห็นแต่เพียงผืนแผ่นดินอันแสนห่างไกล ทาง
หนึ่งมีแต่สีเขียวของต้นไม้เต็มพรืดไปหมด เธอเห็นเส้นถนนที่ถูกตัดคดเคี้ยวตัดผ่านป่าและภูเขาเป็นเส้นเล็ก ๆ เห็นตึกรามบ้าน
ช่องสมัยใหม่ในเมืองใหญ่เป็นเพียงจุดเล็ก ๆ ในสายตา ต้นตะเคียนใหญ่ที่กักขังเธอไว้นานนับปีเป็นเพียงจุดกะจ้อยร่อยเมื่อเทียบ
กับความยิ่งใหญ่ของผืนโลกใบนี้ ความงามดั่งสวรรค์เบื้องหน้า ทำให้เธอลืมเลือนหมดสิ้นว่าเกิดอะไรขึ้น แอบนึกไปด้วยซ้ำว่านี่เธอ
คงหมดเวรหมดกรรมและโดนส่งมาอยู่บนสรวงสวรรค์แล้วกระมัง

เธออยู่กับฝันหวานได้เพียงครู่เดียว กระแสลมที่หยุดไปเมื่อครู่หมุนย้อนไปอีกทิศทางหนึ่ง ครานี้มันไม่ได้ส่งให้ร่างของ
เธอลอยสูงขึ้น แต่มันกลับดึงร่างนั้นให้ดำดิ่งลงไปเบื้องล่าง น้ำหนักแห่งอณูวิญญาณ แม้จะเพียงน้อยนิด และแม้ว่าตามปกติเธอจะ
สามารถลอยไปลอยมาได้ แต่เมื่อโดนแรงลมนี้เหนี่ยวรั้งกระชากดึงลงไป ร่างวิญญาณนั้นก็ลอยฝ่ากระแสอากาศลงไปด้วยความเร็ว
ที่ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง ร่างของเธอพุ่งเร็วขึ้น และเร็วขึ้น ร่างพุ่งเสียดกับอากาศลงไปสู่เบื้องล่างอย่างรวดเร็วราวกับเป็นกระสุน
ปืน และแล้วนางตะเคียนผู้น่าสงสารก็ต้องกรีดร้องยาว ๆ ออกมาอีกครั้ง เมื่อเห็นภาพผืนดินอยู่เบื้องหน้า

...............................................................................

ตุบ

เสียงทึบ ๆ เบา ๆ ดังขึ้นเมื่ออณูแห่งร่างวิญญาณนั้นหล่นลงมากระแทกกับพื้นผิวโลก นางตะเคียนร้องโอดโอยเสียง
แหบแห้ง พร้อม ๆ กับเสียงดังตุบตับถี่ ๆ ที่ดังขึ้นทั่วบริเวณเมื่อกิ่งไม้ใบหญ้าที่ถูกพัดให้ลอยขึ้นไปก็ร่วงหล่นลงมาพร้อม ๆ กัน

เธอพยายามยันตัวลุกขึ้นยืน ซึ่งหากไม่ใช่ว่าร่างของเธอเป็นวิญญาณแล้วล่ะก็ ร่างนั้นคงจะแหลกเหลวจนจำแทบ
ไม่ได้เสียแล้ว เมื่อต้องพุ่งลงมาชนกับผืนโลกจากความสูงขนาดนั้น แต่กระนั้นก็ใช่ว่าเธอจะไม่เป็นอะไรเลย ร่างนั้นไม่บุบสลาย
ก็จริง แต่เธอก็สัมผัสได้ว่า พลังของเธอนั้นสูญหายไปเกือบจะทั้งหมด ดวงตาที่เคยส่องแสงสีเขียวแวววาวนั้นบัดนี้เหมือนกองไฟ
ที่ไร้ฟืน มันเป็นเพียงดวงตาธรรมดาที่ไร้สิ้นซึ่งพลังใด ๆ เธอล้มตัวทรุดลงไปกองกับพื้นอีกครั้งอย่างหมดเรี่ยวแรง และเธอพบว่า
ตอนนี้เธอเหมือนกำลังหมอบคลานอย่างพ่ายแพ้ให้กับชายหนุ่มที่ขยับเดินเข้ามาหาเธอ

"พ่อจ๋า เจอแล้ว รีบไปกันเถอะ แม่อยู่ทางนี้" เสียงใสแจ๋วของเด็กน้อยรักยมทั้งสองคนดังขึ้นแทบจะพร้อมกันจาก
ณ ตำแหน่งที่ไม่ไกลนัก เมื่ออาณาบริเวณเวทย์ของเจ้าแม่ตะเคียนโดนทำลาย รักยมก็สามารถที่จะรับรู้เหตการณ์ได้เฉกเช่นเดิม
สถานที่ ที่แม่ของเด็กน้อยทั้งสองอยู่สัมผัสเข้ามาในความรับรู้ได้อย่างง่ายดายเช่นเคย

"พ่อจ๋า ให้พวกหนูจัดการยายแก่ใจร้ายคนนี้เลยมั้ย ทำกับพวกเราแสบนัก" สองรักยมพุ่งตัวเข้ามาใกล้ ฝ่ามือของ
เด็กน้อยทั้งสองนั้นเป็นประกายแห่งมนตราวาววับ มนตราที่พร้อมจะฉีกกระชากทำลายล้างวิญญาณของนางตะเคียนให้สูญสิ้น

นางตะเคียนไม่พูดจากะไร เธอไร้ซึ่งพลังใด ๆ ที่จะต่อการกับสองเด็กน้อยนี้อยู่แล้ว และก็เบื่อที่จะอยู่ภายใต้ต้น
ตะเคียนใหญ่นี่เหลือเกิน แม้จะหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่เธอก็คิดไปว่ายอมให้เด็กน้อยสองคนนี้ทำลายเธอให้สิ้นซากไปเลยก็คงจะดี

"ช่างเถอะ ... ท่านก็แค่เหงา ... และอยากมีเพื่อน ... เรารีบไปของเรากันดีกว่า" เอกหันมามองนางตะเคียนด้วย
แววตาที่เปี่ยมไปด้วยความเศร้าและความผิดหวัง ก่อนหันหลังกลับเดินจากไปอย่างรีบร้อน

"เชอะ ... ฝากไว้ก่อนเหอะยัยป้าตะเคียนมหาภัย ไว้พวกหนูจะมาทวงแค้นทีหลัง ... ทำดีไม่ได้ดี พ่อพวกหนูเห็น
ว่าป้าเหงาเลยแค่อยากมาคุยเป็นเพื่อนแค่นี้ กลายเป็นเรื่องเฉยเลย" รักยมสะบัดหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนเดินจากไป

ร่างสูงโปร่งของเอกที่เดินห่างออกไปเริ่มก้าวเดินช้าลงเรื่อย ๆ สติของเขารางเลือนลงเรื่อย ๆ รู้สึกเหมือนหมดเรี่ยว
แรงไปทั้งตัว แสงแดดแรงกล้าที่สาดส่องลงมายิ่งทำให้เขาแสบตาจนมองทางข้างหน้าแทบไม่เห็น เขากัดฟันฝืนทนเดินไปได้
อีกเพียงไม่กี่ก้าว ร่างของเขาก็ล้มสลบลงไปนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น พร้อม ๆ กันนั้นร่างของรักยมทั้งสองก็เลือนหายไปในทันที

"น้องหญิง ... น้องหญิง ..." เอกพูดน้ำเสียงแหบแห้งก่อนจะหมดสติสลบไปบนผืนดินที่ร้อนระอุ พลังที่กราดเกรี้ยว
ของพายุใหญ่สูบพลังแทบจะทุกหยาดอณูของเขาออกมาจนหมดสิ้น แม้จะดิ้นรนหนีออกจากพันธนาการของนางตะเคียนไปได้
แต่ตัวเขาก็ยังคงไม่อาจตามไปช่วยคนที่เขารักได้ด้วยหมดซึ่งเรี่ยวแรง

................................................................................
.

"... เพื่อน ... งั้นรึ ..." นางตะเคียนมองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มที่เพิ่งจะล้มฟุบสลบไปด้วยความตะลึง เธอรู้สึก
ไม่เข้าใจตัวเองที่ สายตาแห่งความผิดหวังของเด็กหนุ่มที่เพียงรู้จักได้ไม่นานนั้น จะสามารถทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดใจประหนึ่ง
โดนเข็มนับล้านเล่มทิ่มแทงเข้าไปที่กลางใจได้ หากแม้นว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ หัวใจน้อย ๆ ของเธอคงจะแตกดับไปด้วยความรู้สึก
เจ็บปวดนั้นเป็นแน่แท้ ความเจ็บปวดรวดร้าวสุดแสนนั้นก็ยิ่งเล่นงานจนเธอรู้สึกเสมือนตายไปแล้วนับพันครั้ง อณูร่างเจ้าแม่
ตะเคียนที่เปียมไปด้วยพลังวิญญาณนั้นอ่อนปวกเปียกจนล้มลงไปกองกับพื้นเหมือนหญิงสาวธ
รรมดาผู้น่าสมเพชคนหนึ่ง

ไม่รู้ด้วยเหตใด หรืออารมณ์ส่วนใดทำให้เธอรู้สึกเช่นนี้ เธอรู้แต่เพียงว่าเธอส่งเสียงกรีดร้องลั่นระบายความเจ็บ
ปวดออกมาจนสุดเสียง สุ้มเสียงที่ไม่อาจจะมีใครได้อยู่รับฟัง สุ้มเสียงที่ไม่อาจไปถึงหัวใจของใครได้ หยดน้ำตาแห่งความเสียใจ
ไหลรินอาบสองแก้มจนชุ่มโชกเหมือนเด็กสาวแรกรุ่นที่เพิ่งเจอกับอาการอกหักครั้งแรกในช
ีวิต ... ใช่แล้วเธอเหงา กี่ร้อยปีมาแล้ว
ที่เธออยากมีใครสักคนมาพูดคุยด้วย ใครสักคนที่มองเห็นตัวเธอ ใครสักคนที่เล่นหัวกับเธอ ใครสักคนที่มองเธอเป็นผู้หญิงคน
หนึ่ง ไม่ใช่ใครที่เห็นตัวเธอเป็นเพียงต้นไม้ใหญ่ให้กราบไหว้บูชา ... แต่เมื่อเธอได้พบกับใครคนนั้น เธอกลับทำให้มันสูญเสีย
ไปอย่างง่ายดาย

"... ข้าเสียใจนัก... แต่ถึงแม้นว่าข้าไม่ขัดขวางเจ้า ... มันก็ต้องบังเกิดขึ้น และมันกำลังจะเกิดขึ้นแล้วในอีกไม่กี่อึด
ใจข้างหน้านี้ เจ้าและผีเด็กสองตนนั้นไม่มีทางไปได้ทันกาล... และถึงแม้ว่าข้าคนนี้ จะอยากช่วยเหลือเพียงใด ... ข้าก็มิสามารถ
ช่วยเจ้าได้ เพราะข้าเองก็ถูกผูกล่ามอยู่กับต้นไม้ ... ใหญ่ ... นี้ ... " นางตะเคียนพูดตะกุกตะงักเมื่อหันไปมองรอบตัวก่อนเบิกตา
ค้างด้วยความตระหนกตกใจอีกครั้ง

บัดนี้ต้นตะเคียนใหญ่ที่ยืนยงตระหง่านสู้ฝนสู้พายุใหญ่มานานนับร้อยปีได้ล้มลงไปกองอ
ยู่กับพื้นอย่างสิ้นสภาพ
มันไม่ใช่การหักโค่นที่กลางลำต้น เพราะรากไม้ใหญ่ยังคงติดอยู่กับลำต้น แต่มันเป็นเสมือนการโดนมือยักษ์ใหญ่ที่มองไม่เห็น
ดึงรั้งถอนออกมาทั้งต้นเหมือนถอนต้นหญ้าเล็ก ๆ เธอหันมองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตะลึงอีกครั้ง บัดนี้ภาพที่เธอคุ้นตาไม่หลงเหลือ
อยู่แม้แต่น้อย เพราะภายในรัศมีหลายร้อยวานับจากบริเวณใจกลางที่เธออยู่มีแต่ร่องรอยต้นไม้ใหญ่หักโค
่นล้มลงเป็นวงกว้าง


--------------------

*

Offline LAMBERG

  • *
  • 1404
  • 35
  • คุณอยากได้อะไรมากที่สุด...?
    • View Profile
คุยกันก่อนอ่าน

แรกสุดกะว่าจะจบช่วงเวลานี้ให้ได้ในตอนนี้
นานไปกลัวจะเบื่อซะก่อน แต่ไป ๆ มา ๆ ออกทะเล เกินอีกแล้ว - -"
คาดว่าตอนหน้าน่าจะจบช่วงนี้ แล้วเปลี่ยนฉาก(มั้ง )

เหมือนเดิมนะครับ หากผิดพลาดประการใดก็ปราบขออภัย มา ณ ที่นี้ด้วย
หากมีข้อแนะนำ ติชม ประการใด ก็ขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ


................................................................................
..


รักยม ตอนที่ 49 - บทเริ่มต้นของการแก้แค้น

Assasin008

................................................................................
..

เปลวแดดร้อนระอุช่วงยามบ่ายของฤดูแล้งลามเลียไปทั่วทุกสารทิศประหนึ่งจะเผาผลาญให้ทุ
กหย่อมหญ้าไหม้จน
แห้งเกรียม สายลมที่พัดผ่านนาน ๆ ครั้งแทนที่จะช่วยดับบรรเทาร้อนร้อนลงบ้าง กลับหอบเอาแต่เพียงกระแส
แห่งความร้อนเข้ามากระหน่ำซ้ำเติมเข้าไปอีก ต้นไม้ใบหญ้ารอบข้างที่ไม่อาจทานทนต่อความโหดร้ายแห่ง
ธรรมชาตต่างแห้งเกรียมเป็นสีน้ำตาลไหม้ ผืนดินแห้งแข็งแตกเป็นผงไร้ซึ่งความชุ่มชื้นของสายน้ำแห่งชีวิต

"เออ ตอนนี้กูอยู่แถวอีสาน กูรู้แล้วว่าเหล็กไหลอยู่ไหน ได้มาเมื่อไหร่กูค่อยบอกมึง" เสียงแหบแห้งของชายแก่
นุ่งขาวห่มขาวดังออกมาจากกระท่อมโทรม ๆ ที่ใกล้จะพังลงมาได้ทุกเมื่อ น้ำเสียงนั้นแสดงออกถึงความรู้สึก
รำคาญอย่างเห็นได้ชัด

"พ่อหมอเสืออย่าเพิ่งรำคาญน่า อั๊วะก็แค่เป็นห่วง เรามันหุ้นส่วนกันนา อั๊วะก็ต้องอยากรู้ซิว่าอีตอนนี้พ่อหมอเป็นยังไง
บ้างแล้ว ดูซิ อั๊วะว่าจะส่งลูกน้องมือดีให้ติดตามตัวไปสองสามคนก็ไม่ยอม" เสียงทุ้มสำเนียงไทยผสมจีนของชายวัย
กลางคนดังขึ้นมาจากโทรศัพท์ที่แนบหูหมอเสืออยู่

"หึ หึ มึงน่ะเรอะ จะเป็นห่วงกู มึงห่วงแต่ว่ามึงจะได้เหล็กไหล หรือเปล่ามากกว่า ... กูรับรองว่ากูไม่เบี้ยว กูจะหา
ไปให้มึงตามสัญญาแน่ ๆ ... แล้วมึงล่ะ เมื่อไหร่จะหาคนเจอซักที ไหนมึงโม้นักโม้หนาว่าเป็นรัฐมนตรีแล้วมีเส้น
สายเยอะ กูก็ช่วยให้มึงเป็นมาหลายปีแล้ว มึงก็ยังหาคนให้กูไม่ได้อยู่ดี หรือว่ากูต้องช่วยให้เป็นนายกก่อนมึงถึงจะ
หาเจอ" หมอเสือพูดน้ำเสียงไม่พอใจ

"โอ๊ย อั๊วม่ายอาวหรอก นายกน่ะ ปวดหัวตายเลย วัน ๆ ไม่ต้องทำอะไร ไปปราบม๊อบอย่างเดียว อั๊วะอยู่ตำแหน่ง
นี้แหละดีแล้ว หาเงินคล่องดี ส่วนเรื่องคนน่ะ อั๊วะก็หาเต็มที่แล้วนะ อีอย่าเร่งมาก เพราะมันก็ตั้งนานแล้ว พวกมัน
อาจจะตายไปหมดแล้วก็ได้ ก็ขนาดพ่อหมอมีอาคมดีขนาดนั้นยังหาไม่เจอ แล้วอั๊วะจะหาเจอง่าย ๆ ได้ยังไง"

"พวกมันยังไม่ตาย กูรู้ว่าพวกมันยังไม่ตาย รักยมของกูก็รับรู้ได้ว่าพวกมันยังมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่ง แต่พวกมัน
คงมีของดีอะไรสักอย่างคุ้มกันตัว กูเลยหาพวกมันไม่เจอ ... ตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ถ้ามึงหาพวกมันไม่เจอ
มึงก็จะไม่ได้เหล็กไหล แล้วมึงก็จะไม่ได้ชีวิตอมตะอย่างที่มึงต้องการ เข้าใจไว้ด้วย" หมอเสือพูดเสียงดังด้วย
ความไม่พอใจ

"อั๊วะรู้น่า หมอเสือหาเหล็กไหล อั๊วะหาไอ้คู่แค้นสองคนนั่นให้ คราวนี้เราทั้งคู่ก็จะสมหวัง พ่อหมอได้เมียคืน ส่วน
อั๊วะก็จะได้ชีวิตอมตะเสวยสุขไปตลอดชาติ อั๊วะรับรองว่าต้องหาพวกมันเจอแน่ ๆ" อีกฝ่ายรับคำด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

"เออ ได้แบบนั้นก็ดีแล้ว ... เอ๊ะ ... เออ .. .แค่นี้แหละ" หมอเสือสะดุ้งด้วยสัมผัสได้ถึงอะไรบาง
อย่าง เขากดปิดโทรศัพท์อย่างไม่สนใจอีกฝ่าย แล้วโยนมันลงไว้ตรงข้างตัว ดวงตาที่เต็มไปด้วยเค้าความแก่ชรานั้น
หันมองไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ด้วยกระกายแวววาว พร้อมกันกับดวงตาสีเขียววาวโรจน์อีกสองคู่ของสองเด็กน้อย
ร่างสีดำที่หันไปมองแทบจะในเวลาเดียวกัน ด้วยความรู้สึกกึ่งตระหนก กึ่งสงสัย และกึ่งประหลาดใจ

ดวงตาแกร่งกล้าเปี่ยมด้วยฤทธาทั้งสามคู่ของ หนึ่งคน และ สองวิญญาณรักยมดำ เหมือนจะหันหน้าไปมองทางผนัง
ที่บุขึ้นจากฟางแห้งเก่า ๆ ผุพัง หากแต่สายนั้นกลับไม่ได้สนใจผนังบ้านแม้แต่น้อย พวกเขาพยายามเพ่งสัมผัสไกล
ไปถึงแหล่งพลังอำนาจลึกลับแห่งเวทย์มนต์ของอะไรสักอย่างที่รุนแรงเกรี้ยวกราด จากสถานที่ที่อยู่ห่างไกลออกไป
ทั้งสามรู้สึกได้ถึงกระแสเวทย์มนต์อันมหาศาลที่กำลังหมุนวน และหลั่งไหลออกมาจากอะไรบางอย่าง ...
อะไรบางอย่างที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งกระแสมนตรา

".... นั่นมันอะไร ..." หมอเสือหันมามองสองรักยมดำที่ยังคงเพ่งมองไปทางทิศเดิมด้วยความสงสัย
ท่าทางของพวกมันบ่งบอกได้ว่าไม่รู้คำตอบเช่นเดียวกัน

"... เออ ช่างมันเถอะ ... มันจะเป็นใครก็ช่าง ถึงยังไงพลังของมันก็ยังน้อยกว่ากู ถ้ามาขวางทางกู
.... มันตายแน่ ... ส่วนอีผีกะหรี่ที่ย้อนของมาเล่นงานกู รออีกหน่อยเถอะ อีกแค่ 11 วัน กูจะจับ
มึงถ่วงทะเลให้ไม่ต้องไปผุดไปเกิด" หมอเสือพูดด้วยท่าทางเหี้ยมเกรียม ก่อนจัดท่านั่งและพนมมือเตรียม
บริกรรมคาถาเพื่อถอนของที่ย้อนเข้าใส่ตัวเอง

"แม่แตงเอ้ย ... อีกไม่นานหรอก ... ไม่ว่าเอ็งจะอยู่ที่ไหน ข้าจะไปตามหาวิญญาณของเอ็งให้เจอ
แล้วคืนชีพให้กับเอ็งให้ได้ ... ถ้าเอ็งอยู่นรก ข้าก็จะลงนรก ... ถ้าเอ็งอยู่บนสวรรค์ข้าก็จะปีนขึ้นไปหา"

ชายแก่หันไปมองรูปวาดด้วยดินสออันขาดวิ่นที่วางอยู่บนพื้นนั้นด้วยแววตาที่คลายความด
ุร้ายลงไป ดวงตานั้นตอนนี้
กลับเปี่ยมล้นไปด้วยความรัก และห่วงหาอาทร เสียงพึมพำในห้วงแห่งคาถาเริ่มแผ่วดังขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับดวงตา
สีดำสนิทที่ปิดลงเพื่อเข้าสู่ห้วงแห่งสมาธิ และปล่อยทิ้งให้ตัวตนอยู่ท่ามกลางความร้อนและแห้งของผืนแผ่นดินอีสาน
...


................................................................................
..


"ไอ้ชิกหายนี่ ! มันคิดว่ามันเป็นใครวะ อั๊วะเป็นรัฐมนตรีนะโว้ย อยู่ ๆ ก็มาวางหูใส่อั๊วะแรง ๆ แบบนี้ รอให้
อั๊วะได้เหล็กไหลก่อนเถอะมึง มึงไม่ได้ตายดีแน่ ไอ้หมอเสือ อั๊วะจะแย่งเมียมึงอย่างที่มึงเคยโดน ให้มึงต้อง
แค้นจนอกแตกตาย" ชายวัยกลางคนผิวขาวในชุดสูทหรูเหวี่ยงโทรศัพท์มือถือสุดแรงจนมันไปชนฝาผนัง
แล้วแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ รูปร่างอ้วนใหญ่ ที่มีท้องอ้วนกลมนั้นสั่นกระเพื่อมระริกด้วยความโกรธเคืองอย่างที่สุด

"ใจเย็น ๆ นะครับท่าน ... ตอนนี้ปล่อยให้มันได้ใจไปก่อน รอให้มันได้เหล็กไหลมาก่อน แล้วเราก็จะชุบ
มือเปิบทีเดียวหมด" ชายวัยกลางคนที่มีสายตาเจ้าเล่ห์เจ้าความคิดพูดอย่างใจเย็น

"จะให้อั๊วะใจเย็นได้ไงไหววะ ไอ้หมอเสือมันไม่เคยเห็นหัวอั๊วะ อั๊วะอยากจะฆ่ามันให้ตายวันนี้เลยด้วยซ้ำ"

"ถ้ามันตาย พวกเราก็จะไม่ได้โคตรเหล็กไหลซิครับท่าน เชื่อผม เราต้องอดทนรอไปก่อน" ชายท่าทาง
เปี่ยมไปด้วยความเจ้าเล่ห์นั้นพูดอย่างใจเย็น

"ว่าแต่ลื้อแน่ใจได้ยังไงว่า อีจะเอาเหล็กไหลให้อั๊วะ แล้วลื้อแน่ใจเหรอว่าจะฆ่ามันได้" ชายอ้วนเจ้าของ
ตำแหน่งรัฐมนตรีใหญ่นั่งลงกระแทกโซฟาจนสั่นยวบ

"หึ หึ ... ผมแน่ใจ ยิ่งกว่าแน่ใจเสียอีก ... เพราะเรามีของถึงสองอย่างที่มันดั้นด้นพยายามหามาทั้งชีวิต
ถ้าพวกเราวางแผนเพิ่มอีกนิดหน่อย ยังไงมันก็ไม่รอด" ชายท่าทางเจ้าเล่ห์คนนั้นหยิบเอาขวดแก้วใส ๆ
ที่ปิดจุกเอาไว้ด้วยผ้ายันต์ขนาดเล็กขึ้นมาแกว่งเล่นในมือ ภายในนั้นมีกลุ่มหมอกควันสีขาวลอยล่องวน
ไปมา บางครั้งมันก็เหมือนหมอกควันทั่วไป หากแต่บางครั้งก็เหมือนว่ากลุ่มควันก็จะพยายามที่จะก่อตัว
เป็นรูปร่างของมนุษย์ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อยู่ในนั้น

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ... เออจริงว่ะอั๊วะลืมไป ... แต่ลื้อแน่ใจว่า มันจะไม่รู้ก่อนว่าพวกมึงหลบกันอยู่ที่นี่"

"เรื่องนั้นก็ไม่ต้องห่วงครับท่าน พวกผมมีตะกรุดผีเก้ากระดูก ห้อยคออยู่ ต่อให้มันมี 10 รักยม มันก็หาพวก
ผมไม่เจอ ... แถมเรายังมีพ่อหมอมหาเดโช คอยช่วยเหลืออยู่อีก ... รวมกันหลาย ๆ คน ต่อให้ไอ้หมอเสือ
มันเก่งแค่ไหนก็ไม่มีทางรอด"

"ฮ่า ฮ่า ... พูดอย่างงี้ค่อยสมกับที่เป็นมือขวาอั๊วะหน่อย ... ไม่เหมือนไอ้แว่นปอดแหกวัน ๆ เอาแต่กลัวตัวสั่น
ท่องมนต์สำนึกผิดบ้าบออะไรอยู่ได้ทั้งวัน นี่ถ้ามันไม่มีลุงเป็นหมอผีเก่ง ๆ อย่างหมอเดโชล่ะก็ กูไล่มันไป
นานแล้ว ไม่เลี้ยงเอาไว้หรอก หัดทำอะไรให้เป็นประโยชน์บ้างซิวะ" รัฐมนตรีร่างอ้วนหันไปเกรี้ยวกราด
ใส่ชายรูปร่างผอมใส่แว่นท่าทางตื่นกลัวที่นั่งด้านตรงข้าม

"เอ่อ ... ท่านครับ ... ผมว่า เราปล่อยเธอไปดีมั้ยครับ ... ผมทำบาปกับเธอมาเยอะแล้ว ... เธอเป็นคนดี
คอยช่วยเหลือผมตั้งหลายครั้ง ... เราอย่าทำบาปเพิ่มเลย" ชายวัยกลางคนใส่แว่นนั้นจ้องมองดูสิ่งที่อยู่ในขวดแก้ว
ด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความเห็นใจ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว

"ถ้าปล่อยไป แล้วพวกเราจะเอาอะไรไปสู้รบปรบมือกับไอ้หมอเสือล่ะวะ ... หรือมึงอยากตาย"
ชายท่าทางเจ้าเล่ห์นั้นพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งข่มขู่

"เอ่อ ... ผม ... ผมไม่อยากตาย ... แต่ว่า ... ชะ ช่างเถอะ ..." ชายใส่แว่นหลบสายตาดุดันคู่นั้น
แล้วหันไปชำเลืองมองขวดแก้วใสใบนั้นด้วยแววตาหม่นหมอง แต่กระนั้นเขาก็ไม่ได้ทำอะไร นอกเสีย
จากการนั่งเงียบเอาตัวรอดต่อไป

"ถุย ... ใจเสาะ ... ไม่ได้ครึ่งเพื่อนลื้อเลย" รัฐมนตรีร่างอ้วนสบถใส่ชายใส่แว่นอย่างดูถูกดูแคลน

"ตอนนี้หมอเสืออยู่ที่ไหน ..." เสียงทุ้มต่ำเปี่ยมไปด้วยอำนาจจากชายนุ่งขาวห่มขาวที่นั่งอยู่อีกมุมห้อง
ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังจนอากาศสั่นสะเทือนไปทั้งห้อง เสียงนั้นขัดจังหวะสนทนาด้วยเหมือนจะ
ไม่พอใจที่หลานที่ตัวเองรักโดนต่อว่า จนรัฐมนตรีร่างอ้วนถึงกับสะดุ้ง

"อั๊วะ อั๊วะ ไม่ได้ว่าอะไรนะพ่อหมอ อั๊วะแค่อยากจะสอนมันให้เอาจริงเอาจังบ้างเท่านั้นเอง" รัฐมนตรีร่างอ้วน
รีบแก้ตัวพัลวันด้วยรับรู้ได้ถึงความไม่พอใจจากคนคนนั้น

"นั่นก็เรื่องหนึ่ง แต่ข้าถามว่าตอนนี้หมอเสืออยู่ที่ไหน" ชายนุ่งขาวห่มขาวนั้นทำท่าทางรำคาญ

"เห็นอีบอกว่าอยู่แถว ๆ อีสานน่ะ"

"อืม ... ไม่ใช่หมอเสือหรอกเรอะ ถ้าอย่างงั้น ... พลังนี่มันมาจากใครกัน" ชายนุ่งขาวห่มขาวนั้น
ทอประกายตาแวววาวเมื่อหันไปมองทางทิศเหนือ ทิศที่เขาสัมผัสได้ถึงพลังของอะไรบางอย่าง

"มหาเดโช เห็นอะไรเหรอ?" ชายท่าทางเจ้าเล่ห์เลิกคิ้วถามด้วยความสงสัยในอาการที่แปลกไป

"ข้าสัมผัสได้ถึงพลัง ... พลังที่มหาศาลใกล้เคียงกับหมอเสือ หมอผีอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน ... ตอนนี้อยู่
ไม่ไกลจากนี้สักเท่าไหร่นัก ... ถ้ามันไม่ใช่หมอเสือ ก็ขออย่าให้มันมาเป็นศัตรูกับพวกเราก็แล้วกัน"
มหาเดโชพูดด้วยแววตาที่มีความกังวลเจือปนอยู่เล็กน้อย

"ถ้ามีคนเก่งแบบนั้น เราก็ต้องจ่ายเงินให้มันมาเป็นพวกเดียวกันซิ แบบนี้ยิ่งดีเสียอีก รับรองได้ว่าหมอเสือ
ไม่รอดแน่ ๆ" ชายท่าทางเจ้าเล่ห์นั้นยิ้มกริ่มเหมือนจะเจอไพ่ใบใหม่ให้ลองเล่น

"อืม ... ถ้าทำได้อย่างงั้นก็ดี เพราะถ้ามันอยู่ฝั่งตรงข้าม พวกเราจะลำบาก" มหาเดโชพูดด้วยน้ำเสียงเครียด

"มันจะเป็นใครก็ช่างมันก่อนก็แล้วกัน ... ตอนนี้อั๊วะอยากเห็นหน้าไอ้หมอเสือจัง ว่ามันจะทำหน้ายังไง ถ้ามันรู้
ว่าคนที่มันตามหาแทบจะทั้งชีวิตตอนนี้อยู่กับพวกเราทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นไอ้นี่ ... แล้วก็ศัตรูคู่อาฆาตอย่างพวกมึง
ไอ้แสง และไอ้คง ฮ่า ฮ่า ฮ่า " รัฐมนตรีร่างอ้วนหยิบขวดแก้วใสจากมือของไอ้แสงผู้มีใบหน้าเจ้าเล่ห์แสนกลขึ้นมาเขย่า
เล่น แล้วเพ่งมองไปยังหมอกควันสีขาวที่ลอยฟุ้งกระจายอยู่ในนั้น ไอ้แสงผู้เปี่ยมไปด้วยเค้าแห่งความเจ้าเล่ห์มาตั้งแต่
วัยหนุ่มหัวเราะร่าตามอย่างสบายอารมณ์ไอ้คงชายใส่แว่นมองขวดแก้วใบนั้นด้วยความรู้สึ
กสงสาร ขณะที่มหาเดโช
หมอผีเปี่ยมด้วยฤทธากลับยังคงจับจ้องมองไปยังทิศทางที่สัมผัสได้ถึงพลัง ... พลังที่มหาศาลจนเขาต้องกังวล


................................................................................
..


ป้ายไม้เก่า ๆ ที่เขียนไว้ว่า "เจ้าแม่ตะเคียน" เพิ่งจะร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าและกระแทกกับพื้นเบื้องหน้าของวิญญาณ
นางตะเคียนจนแตกเป็นสองเสี่ยง ร่างวิญญาณของเธอยืนผู้เคยถูกผูดมัดด้วยบ่วงกรรมต่อต้นตะเทียนทองต้นใหญ่ยืน
สงบนิ่งมองดูซากต้นตะเคียนใหญ่ที่ล้มกองอยู่กับพื้นด้วยอาการเหม่อลอยเหมือนจะไม่เชื
่อสายตาตัวเอง ผืนดินที่เคย
อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแมกไม้ บัดนี้กลับโล่งว่างเปล่าด้วยพลังแห่งความเกรี้ยวกราดของพายุใหญ่แห่งอาคมอันแรงกล้า

แม้จะยังรู้สึกเหมือนไม่เชื่อสายตาตัวเอง แต่กระนั้นเธอก็หันไปยิ้มให้กับชายหนุ่มที่นอนสลบไสลเนื่องจากใช้พลังเวทย์
จนหมดสิ้น เธอยิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มที่เธอแทบจะลืมเลือนไปแล้ว มันเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างที่สุด

"หนุ่มน้อยเอ๋ย ... เจ้าช่วยข้าแล้ว ... และแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องไร้ประโยชน์ แต่ข้าก็จะช่วยเจ้า ... ช่วยเท่าที่ข้าจักทำได้ ...
ขอให้คู่รักของเจ้ารอดพ้นจากลิขิตแห่งบ่วงกรรมอันโหดร้ายที่ข้ามองเห็นด้วยเนตรพิสุท
ธิ์ด้วยเถอะ"

นางตะเคียนพาร่างวิญญาณอันบอบช้ำของตนเองเดินหันไปทางต้นไม้ชายป่าด้านหนึ่ง เธอหยุดยืนนิ่งชั่วครู่ ก่อนจะ
ค่อย ๆ เริ่มร้องเพลงออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่แทบจะไม่ได้ยิน หากแต่เมื่อเวลาผ่าน สุ้มเสียงไพเราะที่เป็นภาษา
ประหลาดไม่อาจเข้าใจได้นั้นกลับค่อย ๆ แว่วดังขึ้นอย่างน่าประหลาด เสียงของเธอแว่วดังไปยังหมู่แมกไม้พฤกษาใน
ใกล้เคียงก่อนที่หมู่แมกไม้นั้นจะส่งเสียงร้องตอบด้วยท่วงทำนองแบบเดียวกันสะท้อนก้อ
งไปมาไม่หยุด จากหนึ่งต้น
เป็นสองต้น จากสองเป็นสี่ จากสี่เป็นดังกึกก้องไปทั่วทั้งหมู่แมกไม้ใกล้เคียง หมู่ต้นไม้พฤกษานานาพันธ์ทั้งใหญ่น้อย
ราวกับจะแข่งกันร่ำร้องด้วยท่วงทำนองแห่งธรรมชาตินี้ ... เสียงนั้นเริ่มก้องดังจากป่าหนึ่ง ไปยังป่าอีกด้านหนึ่ง
และยังคงก้องดังต่อไปเรื่อย ๆ เป็นทอด ๆ พุ่งตรงไปยังทิศทางที่ หญิง แฟนสาวของ เอก กำลังเผชิญชะตากรรมอัน
แสนโหดร้ายอยู่

นางตะเคียนยิ้มน้อย ๆ ด้วยความพอใจเมื่อเห็นว่าผืนป่าตอบรับคำร้องขอของตนก่อนทรุดตัวล้มลงนั่งอย่างอ่อนแร

... เธอค่อย ๆ คลานเข้าไปหาร่างไร้สติของเอก แล้วนั่งมองใบหน้าหล่อเหลานั้น เธอพยายามใช้มือลูบสัมผัส
กายเนื้อของเขาอย่างรักใคร่ แต่กระนั้นมันก็ทะลุผ่านกายหยาบของเขาไปจนเธอรู้สึกปวดใจ

"ข้าขอล่วงเกินล่ะนะ พ่อหนุ่มน้อยยอดรักของข้า" นางตะเคียนก้มหน้าลงไปจูบแก้มของเอกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะ
พยายามโอบกอดร่างของเขาเอาไว้ และแม้ว่าเธอจะไม่อาจจะสัมผัสกายเนื้อของเขาได้ แต่จูบนี้ก็เปี่ยมไปด้วยความ
รู้สึกแห่งกายจิต มันเป็นความรู้สึกแห่งความขอบคุณ ความรู้สึกโศกเศร้าเสียใจ และความรู้สึกรักใคร่ที่หญิงสาวคน
หนึ่งจะพึงมีให้ต่อบุรุษอันเป็นที่รักอย่างสุดซึ้งได้ จูบนั้นช่างเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นไม่ว่าเขาจะรับรู้หรือ
ไม่ก็ตาม

ร่างวิญญาณบอบบางที่โอบกอดร่างของเขาไว้พลันค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นกลุ่มแสงสีเขียว กลุ่มแสงนั้นค่อย ๆ ขยับ
ผ่านแทรกซึมเข้าไปในร่างของชายหนุ่มอย่างช้า ๆ แต่ต่อเนื่อง และเมื่อกลุ่มแสงสีเขียวนั้นหายเข้าไปในร่างของ
เขาจนหมดสิ้น ชายหนุ่มก็พลันลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยดวงตาที่เป็นสีเขียวประกายแวววาว



................................................................................

*

Offline LAMBERG

  • *
  • 1404
  • 35
  • คุณอยากได้อะไรมากที่สุด...?
    • View Profile
ยามบ่ายแก่ ๆ ในบ้านโทรม ๆ ห่างไกลจากผู้คน อาจารย์พิชัยเจ้าของบ้านที่ถูกพันธนาการล่ามอยู่กับข้างฝาผนัง
สุดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ หลายครั้งด้วยอารมณ์ที่ร้อนรน ในใจของเขาตอนนี้คุกรุ่นไปด้วยเพลิงสวาท และเพลิง
แห่งความใคร่ที่กำลังแผดเผาจนหัวใจเต้นระรัวแทบระเบิดได้ทุกเวลานาที เสน่ห์ของลูกศิษย์สาวแสนสวยของเขา
กำลังจะทำให้เขาเป็นบ้า เรือนร่างขาวผ่องที่เขาใฝ่ฝันหาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอยู่เบื้องหน้านี้แล้ว ใบหน้าสวยใสแลดู
บริสุทธิ์น่าทะนุถนอมก็อยู่ห่างออกไปเพียงแค่ไม่กี่ก้าว ใช่แล้วอีกเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น เขาก็จะได้เสพสุขกับ
นางสาวสุดคะนึง นักศึกษาสาวดาวเด่นของมหาวิทยาลัยที่เขาสอนตามแผนการณ์ที่ได้วางไว้อยู่แล้ว .... หากเพียง
แค่ว่าเขาไม่โดนทรยศหักหลังจากไอ้ชดคนขับรถอันแสนต่ำต้อยของเขาเสียก่อน

อาจารย์พิชัยได้แต่มองดูบทสวาทวาบหวามร้อนแรงของนักศึกษาสาววัยกระเตาะเจ้าของตำแหน่

ดาวเด่นของมหาวิทยาลัยชื่อดัง และไอ้ชดโจรสวาทรูปร่างดำคล้ำที่กำลังดำเนินต่อไปท่ามกลางแสงไฟเจิดจ้า
แม้จะมีกล้องบันทึกภาพอีกร่วมสิบตัวแต่หนุ่มสาวคู่นี้ก็ดูเหมือนจะปลดปล่อยอารมณ์และ
กิเลสตัณหาออกมาอย่าง
ไม่มีการรั้งออม ร่างขาวโพลนนั้นส่ายดิ้นระริกอยู่ภายใต้วงแขนสีดำแดงที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อประห
นึ่งจะขาด
ใจตาย เธอร้องครวญครางเสียงกระเส่า ทุกครั้งที่มือหยาบกร้านนั้นลูบไล้และบีบเคล้นเนื้อนวลเต่งตึง สะโพกผาย
ส่ายเด้งร่อนแอ่นเกร็งไปมารับสัมผัสของปลายนิ้วสีดำคล้ำที่แหย่แยงชักเข้าชักออกร่อง
เสียวของเธอจนเสียงดัง
เจ๊าะ แจ๊ะ น้ำรักใส ๆ ของสาวรุ่นหลั่งไหลทะลักออกมาอย่างไม่ขาดสายจนฉ่ำเยิ้มไปทั่วทั้งโพรงสวาท ยิ่งเธอร่ำ
ร้องครวญครางมากเท่าไหร่ นิ้วนั้นก็ยิ่งขยับเร็วและแรงยิ่งขึ้น ปลายนิ้วดำคล้ำหยาบกร้านยังคงบดเบียดแทรก
เข้าไปในร่องสวาทที่กระชับรัดตอดแน่นอย่างไม่หยุดยั้ง และจนกระทั่งเมื่ออารมณ์แห่งความใคร่ดำเนินมาถึง
จุดที่อีกฝ่ายเกินจะทนรับไหว หญิงสาวก็เกร็งตัวบิดเร่าไปมาแล้วกรีดร้องออกมาเสียงดังลั่น

"ซี้ดดดสสสส พี่เอก พี่เอก อูววว หญิงไม่ไหวแล้ว ....อืมมมม ... โอววว ... ช่วยหญิงด้วย ... ซี้ดดสสส ...
อ๊าาาาา" หญิงสาวเหยื่อสวาทที่โดนเร่งเร้าจนถึงขีดสุดถึงกับตัวกระตุกเกร็งส่ายร่อนไปมา ด้วยไม่อาจทานทนความ
เสียวจากปลายนิ้วอวบอ้วนที่ล้วงคว้านร่องเสียวของเธอไม่หยุด เธอร้องเรียกชื่อแฟนหนุ่มด้วยอารมณ์โหยหา ความสุข
ซ่านของจุดสุดยอดแผ่เป็นริ้วไปทั่วสรรพางค์กายจนขนอ่อนลุกซู่ ร่างงามเปลือยกายล่อนจ้อนขาวผ่องนั้นดีดเด้งส่าย
กระตุกไปมาในอ้อมกอดโจรสวาทอย่างร้อนแรงด้วยฤทธ์แห่งเพลิงกามโลกีย์

ไอ้ชดผู้กำลังอัดแน่นไปด้วยความกำหนัดจนล้นอก ผลักไสร่างอวบอิ่มที่กำลังอ่อนระทวยด้วยฝีมือนิ้ว
ระดับพระกาฬของมันลงไปล้มกลิ้งบนฟูกนุ่มที่อยู่ไม่ไกลนัก ก่อนมองร่างอวบอิ่มเนื้อแน่นขาวผ่องที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์
แห่งกามตัณหาอย่างหื่นกระหายอีกครั้งด้วยความรู้สึกสะใจ มันรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองอย่างที่สุดเด็กเหลือขอที่กระทำแต่
เรื่องเลว ๆ อย่างมัน กำลังจะได้เอาเด็กสาวนักศึกษาท่าทางเรียบร้อยอ่อนหวานผู้เป็นดาวเด่นของมหาวิทยาลัยช
ื่อดัง
แถมเจ้าตัวยังเป็นคนตระกูลไฮโซอีกต่างหาก มันแลบลิ้นเลียรอบปากอย่างกระหายเมื่อสายตากวาดไปเห็นหน้าอก
อวบอูมที่กำลังสั่นระริกทะลักล้นอยู่เบื้องหน้า มันรีบลงมือถอดเสื้อยืดที่เป็นสิ่งปกปิดร่างกายชิ้นสุดท้ายโยนทิ้งไป แล้ว
เดินส่ายท่อนควยดำคล้ำที่กำลังบวมเป่งอาด ๆ เข้าไปหาเหยื่อสวาทด้วยลีลาแห่งนักล่าชั้นเซียน

"ไอ้ชด .. เท่าไหร่ ... มึงอยากได้เท่าไหร่ กูให้ได้ทั้งนั้น ล้านนึง ... ไม่ซิห้าล้านก็ได้ แค่ปล่อยน้องหญิง
... ให้น้องหญิงเป็นของกูคนเดียวก็พอ ..."

ไอ้ชดที่กำลังหน้ามืดชะงักกึกเมื่อได้ยินเสียงแหบแห้งดังมาจากอาจารย์พิชัยอดีตเจ้าน
ายของมัน

"คิดดูให้ดี ๆ นะไอ้ชด ... เงินห้าล้าน มึงจะเอาไปหาความสุขกับผู้หญิงคนอื่นได้เยอะแยะ ถ้ามีเงินเยอะ
ขนาดนี้มึงไม่ต้องทำอะไรเลยทั้งชาติก็ยังได้ อยากจะหาเมียกี่คน มึงก็หาได้ ... ถ้ามึงนึกว่าจะเอาผู้หญิงคนนี้ทำเมียแล้ว
จะเกาะกินล่ะก็ไม่ง่ายอย่างที่มึงคิดหรอก คนเขามีพ่อมีแม่คุมอยู่ ... ลับหลังเข้าหน่อย ถ้าพ่อเขารู้ความจริง มึงจะโดนจับ
ไปฆ่าเผานั่งยางก็เท่านั้น ... พ่อเขาไม่ยอมรับคนต่ำ ๆ อย่างมึงเข้าไปอยู่ในบ้านหรอก ... กูมีเงินซ่อนอยู่ในเซฟ
ห้าล้านเดี๋ยวกูจะยกให้มึงหมดเลย" อาจารย์พิชัยพูดต่อทั้ง ๆ ที่เลือดยังคงไหลกลบปาก

"... ห้าล้าน ..." ดวงตาสีแดงกล่ำที่เปี่ยมไปด้วยไฟแห่งราคะของไอ้ชดฉายประกายของความสับสน คนอย่าง
มันอย่าว่าแต่ห้าล้านเลย เงินแสนก็ไม่เคยได้ถือในมือด้วยซ้ำ หากได้เงินจำนวนนี้จริง ๆ มันก็จะอยู่ได้อย่างสุขสบายจริงๆ
อย่างที่อดีตเจ้านายของมันว่าไว้

ในห้วงขณะที่ไอ้ชดกำลังสับสนนั้น เจ้าของร่างเปลือยเปล่าที่นอนแผ่อยู่บนเบาะนอนก็เริ่มได้สติทีละน้อย ใบหน้าสวยของ
เธอยังคงแดงกล่ำด้วยรสสวาท ความรู้สึกพุ่งพล่านจากฤทธิ์ยาสร่างซาลงไปบ้างเมื่อเธอเพิ่งจะเดินทางไปถึงจุดสุดยอด
แห่งอารมณ์เสียวมาหมาด ๆ แต่กระนั้นร่างของเธอก็ยังคงร้อนผ่าว และเปี่ยมล้นไปด้วยความเพลิงไฟแห่งความต้องการ
ประหนึ่งจะไม่มีวันมอดดับ ขนตางามงอนนั้นกระพริบถี่ ๆ ด้วยพยายามเรียกสติตนเองกลับมาอีกครั้ง เธอรู้ดีว่าอารมณ์
อะไรบางอย่างนั้นยังคงคุกรุ่นอัดแน่นอยู่ภายในร่างกาย หากเธอไม่ทำอะไรสักอย่าง และปล่อยให้เขาทำอะไรมากกว่านี้
เธอคงไม่สามารถต่อต้านความต้องการของร่างกายได้อีกต่อไป และไม่อาจจะรอดพ้นจากการขยี้สวาทของชายร่างดำ
คล้ำเบื้องหน้าอย่างแน่นอน

"ห้าล้าน นี่ทุ่มสุดตัวแล้ว มึงเอาเงินไป เอารถกูไปด้วย แล้วก็ไปไหนก็ไป กูเอาแค่ผู้หญิงคนเดียว" อาจารย์พิชัย
กัดฟันยื่นข้อเสนอใหม่เมื่อเห็นว่าไอ้ชดยังออกอาการลังเล

"... " ไอ้ชดนิ่งเงียบ มันหันมาดูหน้าอกอวบใหญ่ขาวผ่องตึงแน่นที่เด้งสะท้านขึ้นลงอยู่บนเรือนร่างทรงเสน่ห์
เย้ายวนใจอย่างพิจารณา ขณะเดียวกันก็ขบคิดเกี่ยวกับจำนวนเงินที่มันจะได้รับ หัวสมองส่วนบนทำงานอย่างหนักเพื่อ
หาเหตและผล แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องพยายามต่อต้านความต้องการของหัวสมองส่วนล่างที่กำลังพองตัวบว
มเป่งด้วย
ความกระสันจนแทบจะระเบิดอยู่รอมร่อ ... โอกาสในการได้เมียสวยเป็นนางฟ้า กับเงินหลายล้าน มันจะเลือก
อะไรดี

"ว่าไงตกลงใช่มั้ย ดีมากไอ้ชด ... อ๊อก ..." อาจารย์พิชัยยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นไอ้ชดเดินมาหาเขาคิดว่าไอ้ชดคงจะ
ยอมรับข้อตกลงของเขาแล้ว แต่ใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มนั้นก็พลันโดนกำปั้นลุ่น ๆ ซัดตูมเข้าไปเสียงดังพลั่กเต็ม ๆ
อีกครั้งจนหน้าหัน

"กูจะเอาทั้งหมด ทั้งเงินมึง รถมึง แล้วก็อีนางฟ้าคนนี้ กูจะเอาอีนี่ทำเมีย เกิดมากูไม่เคยเจอผู้หญิงน่าเอาทำเมีย
แบบนี้มาก่อน กูจะจับมันไปทำเมียทั้งวันทั้งคืน ทำให้มันหลงกู กูจะทำให้มันท้อง ให้มันมีลูกกับคนต่ำ ๆ อย่างกู ดูซิว่าพ่อ
มันจะทำยังไง" ไอ้ชดตอบเสียงห้วน สำหรับมันแล้วจำนวนเงินเยอะมากมายจนยากจะปฎิเสธก็จริง แต่กระนั้นมันก็ไม่
อาจจะปฎิเสธความต้องการอันล้นเหลือที่มีต่อเรือนร่างบอบบางทรงเสน่ห์ของผู้หญิงคนนี้
ได้โดยง่าย


"เฮ้ย จะหนีไปไหนวะ ..." ไอ้ชดร้องโวยวายเมื่อมันหันมาพบว่า ร่างขาวเปลือยนั้นอาศัยจังหวะที่มันเผลอ แอบ
ย่องไปเปิดประตูห้อง และกำลังถลันวิ่งหนีออกไปแล้ว

เจ้าของร่างเต่งตึงนั้นพยายามอย่างเต็มที่ในการหลบหนี แต่กระนั้นด้วยสภาพสติที่สะลึมสะลือทำให้ไม่สามารถที่จะออกแรง
วิ่งได้มากนัก เรือนร่างขาวผ่องนุ่มนิ่มเต็มไปด้วยสัดส่วนอวบอัดนั้นจึงทำได้เพียงเดินไปอย่างช้า ๆ ตามทางเดินที่มีเพียงแสง
ไฟกระพริบสลัวน่ากลัว และเพียงชั่วครู่เท่านั้นเจ้าของร่างที่เปี่ยมไปด้วยสิ่งเร้าราคะก็ต้องส่งเสียงหวีด
ร้องออกมาด้วยความตกใจ
เมื่อมือสาก ๆ ดำคล้ำของไอ้ชดรวบมัดเข้าที่หน้าท้องของเธออย่างแน่นหนา เธอพยายามออกแรงดิ้นขัดขืน แต่ก็ไม่อาจจะหลุด
ออกจากวงแขนนั้นได้ สุดท้ายไอ้ชดก็กระชากรั้งร่างของเธอลงไปนอนหงายอยู่กับพื้น แล้วขึ้นคร่อมร่างอวบเต่งตึงแน่นนั้นอย่าง
รวดเร็ว

"อื๊อออ ... ยะ อย่า ... ไม่เอา !! อืมมม .... ปะ ... ปล่อยนะ ปล่อยหญิงนะ .... อูยย" หญิงหวีดร้องห้ามเมื่อฝ่ามือหยาบหนานั้น
ตะปบหมับเกาะกุมเข้าที่หน้าอกขนาดล้นมือของเธอแล้วบีบขยำขยี้อย่างไม่คิดถนอมจนเธอทั
้งเจ็บแปลบ และเสียวซ่านสะท้าน
ทรวงจนต้องสะดุ้งเฮือกไปพร้อม ๆ กัน ร่างงามราวนางแบบนั้นพยายามดิ้นขัดขืน แต่กระนั้นก็ไม่อาจทำอะไรได้ เพราะเรี่ยว
แรงที่มีก็อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น และยิ่งโดนบีบเคล้นกระตุ้นมากเท่าไหร่ ความเสียวซ่านที่โดนเร่งปลุกเร้าจากฤทธ์ยา
สวาทก็ยิ่งแผ่ซ่านไปทั่วร่างมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเธอแทบคลั่งตาย

"จะหนีไปล่ะจ๊ะ เมียจ๋า เมื่อกี้ยังร่านดี ๆ อยู่เลย คงจะครั้งแรกล่ะซิ ไม่ต้องกลัวนะ ผัวจะเย็ดเมียเบา ๆ จะเอาให้เมียติดใจ
ควยยาว ๆ ดำ ๆ ของผัวเลยคอยดูซิ" ไอ้ชดพูดด้วยแววตาหื่นกระหาย ขณะพยายามออกแรงจับสองขาเรียวยาวเหมือนนางแบบ
นั้นให้แยกออกจากกัน แต่หญิงพยายามรวบรวมสติที่เหลืออันน้อยนิดออกแรงสู้ด้วยการหนีบขาเข้าหากันไม่ยอมให้
เขาแยกออก
หากแต่เพียงชั่วครู่เดียวมือหยาบใหญ่นั้นก็ออกแรงกระชากถ่างอ้าสองขาของเธอออกจนได้

ไอ้ชดมองดูเนินสวรรค์อันขาวสะอาดและปิดสนิทที่ซุกซ่อนอยู่อย่างหิวโหย ก่อนรีบขยับซุกตัวเบียดลงไปนั่งตรงหว่างกลาง
หว่างขาอย่างร้อนรน ปลายทวนสีดำคล้ำน่ากลัวกระดกตัวหงึกหงักเมื่อมันไปจรดจ่อรอท่าอยู่ที่ร่องสวาทสีขาวส
ะอาดที่ปิดสนิท
และคับแน่นนั้น

"อื๊อออ ..." น้องหญิงแอ่นตัวสะดุ้งเฮือกเมื่อปลายหัวเห็ดนั้นพยายามกดตัวเบียดแทรกเข้ามาในร่างกา
ยของเธอ ร่องสวาท
อันร้อนรุ่มนั้นราวกับจะรับรู้ความเสียวได้รุนแรงขึ้นนับสิบนับร้อยเท่า และนั่นก็เป็นอีกครั้งที่สติของเธอเริ่มเตลิด
เปิดเปิงหายไปอีกหน

"ฮึ่ย ... ครั้งแรกแน่ ๆ โคกก็ใหญ่ แต่ฟิตแน่นขนาดนี้ แม่งเข้ายากชิบหาย แน่นชะมัด" ไอ้ชดสบถอย่างขัดใจ
ที่ยังไม่สามารถสอดใส่ท่อนควยผ่านกลีบเสียวเข้าไปได้ แต่ก็รู้สึกลิงโลดอย่างบอกไม่ถูก มันไม่เคยเจอหญิงสาวคน
ไหนที่จะมีร่องสวรรค์คับแน่นได้ขนาดนี้ ถึงแม้ว่ามันจะเคยเปิดบริสุทธ์มานักต่อนักแล้วก็ตาม ร่องสวรรค์เบื้องหน้านี้
ฟิตแน่นไม่ต่างอะไรกับเด็กสาว ๆ อายุสิบห้าสิบหกที่ยังบริสุทธ์ผุดผ่องแม้แต่น้อย มันเชื่อมั่นอย่างเต็มร้อยว่ามันต้อง
เป็นผัวคนแรกของผู้หญิงคนนี้แน่ ๆ ... ผู้ชายคนแรกของผู้หญิงที่สวยสง่าอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่มันเคยพบเจอมา

"มะ ... ไม่เอา ... อื๊ออ ... อูยสสสส ... ยะ อย่าา ... อะ อาาา" เธอร้องห้ามเสียงกระเส่ารับสัมผัสที่พยายามกดเบียดแทรก
รุกล้ำเข้ามาในร่องอันคับแน่นของเธอ เธอพยายามออกแรงหนีบขาเข้าหากันเพื่อป้องกันการรุกล้ำ แต่กระนั้นความเสียว
สยิวจากท่อนเนื้อร้อนผ่าวที่บดเบียดกับติ่งแตดของเธอทำเอาเธอแทบคลั่งเสียให้ได้ สะโพกขาวเนียนแทนที่จะขยับหนี
อย่างที่ปากเธอเรียกร้อง แต่กลับส่ายร่อนขึ้นเหมือนจะเรียกร้องหาสิ่งนั้นมาเติมเต็มให้กับอารมณ์กระสันของเธอ

"... ช่วยด้วย ... อื๊อออ ช่วยหญิงด้วย .... ซี้ดดสส พี่เอก .... อาาาา" เพียงเวลาไม่นานนักเสียงร้องห้ามก็เงียบหายไป
มีแต่เพียงแววตาที่หยาดเยิ้มเชิญชวนให้กระทำการสมสู่กับเธอ มือเล็ก ๆ ของเธอขยับไปลูบไล้สะเปะสะปะไปทั่วร่าง
สีดำคล้ำของเขา ร่างงามบิดไหวและเริ่มส่ายร่อนเอวอย่างไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ทั่วทั้งร่างนั้นร้อนรุ่ม และมีเหงื่อเม็ด
เล็ก ๆ ผุดขึ้นมาจนเป็นประกาย นักศึกษาสาวคนสวยไม่มีสติในการยับยั้งหลงเหลืออยู่อีกต่อไป ฤทธิ์ยาสวาทอัน
ร้อนแรงเริ่มทำงานอย่างเต็มที่อีกครั้ง

ไอ้ชดขยับตัวอย่างร้อนรนด้วยยังไม่อาจล่วงล้ำเข้าไปสัมผัสภายในร่องสวรรค์ทั้งที่อยู
่แค่เอื้อม ตอนนี้มันเกร็งตัวด้วย
ความตื่นเต้นจนบนใบหน้าของมันปรากฎเส้นเลือดปูดโปนแลดูน่าเกลียด มือหยาบหนาจับกระชับส่วนสะโพกด้วย
สองมืออย่างแม่นมั่น ท่อนเอ็นที่แข็งประหนึ่งทวนจรดจ่ออย่างรอคอย มันกระดกก้นแอ่นเอวเตรียมกระเด้าทะลวงเข้า
ไปที่กลีบเสียวนั้นอย่างเต็มที่ อีกเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น มันก็จะได้ลิ้มรสสวาทคุณหนูสุดสวยอยู่รอมร่อ ขอเพียงแค่
มันได้กระเด้าเอวอีกสักสองสามทีมันก็จะได้ชื่อว่าเป็นผัวนักศึกษาสาวสวยแสนเซ็กส์ซี่
ร้อนแรงดีกรีดาวมหาลัยกับเขา
แล้ว ....สวรรค์ ... สวรรค์ของมันอยู่แค่เอื้อม


แต่กระนั้นของบางอย่างอาจจะอยู่แค่เอื้อม แต่ก็ไม่มีวันคว้าถึง ไอ้ชดที่กำลังเคลิบเคลิ้มไปกับรสชาตของการขยี้สวาทขั้น
สุดท้ายพลันรู้สึกได้ถึงของแข็ง ๆ มากระแทกใส่ใบหน้าตัวเองพร้อมกับเสียงดังพลั่ก จนร่างดำคล้ำของมันเซผงะออกจาก
เรือนร่างอวบอัดที่มันทับคล่อมอยู่จนล้มลงไปกระแทกกับพื้นทางเดิน

"ตายแล้ว ... เธอยังไม่โดนทำอะไรใช่มั้ย เรามาทันใช่มั้ย เธอยังไม่โดนพวกมันทำอะไรนะ" หญิงสาวร่างบางที่สวม
หมวกกันน๊อคโยนท่อนไม้ที่เพิ่งใช้ฟาดชายหื่นทิ้งลงกับพื้น เธอร้องถามชุดใหญ่ด้วยความตกใจในสภาพของอีกฝ่าย
ก่อนรีบก้มลงไปประคองร่างเปลือยเปล่าที่ไร้เรี่ยวแรงอย่างเป็นห่วงเป็นใย

"ช่วยหญิงด้วย ... อือออ .... หญิงไม่ไหวแล้ว ... พี่เอกช่วยด้วย" ดวงตากลมสวยนั้นหรี่ปรือด้วยไม่อาจควบคุมสติได้
อารมณ์สวาทที่ร้อนแรงประหนึ่งหินหลอมเหลวภูเขาไฟเผาผลาญสติของเธอจนหมดสิ้นแล้ว เธอไม่อาจรับรู้ด้วยซ้ำว่า
ใครที่อยู่เบื้องหน้าของเธอ สองมือสองแขนของเธอเพียงแต่ป่ายมือสะเปะสะปะไปมาไขว่คว้าหาความแข็งแกร่งของเพศ
ตรงข้ามมาเติมเต็มให้กับรางกาย

"ตื่นซิยัยคุณหนู .... นี่ฟ้าเองนะ ไม่เป็นอะไรแล้วนะ เราจะพาแกออกไปจากที่บ้า ๆ แบบนี้เอง ... ตื่นเดี๋ยวนี้นะ"
ฟ้าถอดหมวกกันน๊อคออกวางข้างตัวให้เพื่อนเห็นตัวเองให้ชัด ๆ เธอตบหน้าหญิงเบา ๆ เพื่อพยายามเรียกสติหาก
แต่เพื่อนรักของเธอนั้นดูจะไร้สติโดยสิ้นเชิง ซึ่งอาการแบบนี้เธอเคยได้ยินมาบ้างว่าน่าจะเกิดจากฤทธิ์ของยากระตุ้น
ประสาทอะไรสักอย่าง

"พี่เอกคะ ... ได้โปรด .... พี่เอกคะ หญิงไม่ไหวแล้ว พี่เอกช่วยหญิงด้วยนะ" หญิงไม่ตอบคำถามใด ๆ นอกเสียจาก
ส่งเสียงร้องวิงวอนขอร้อง ร่างเปลือยเปล่านั้นบิดเร่ากระสับกระส่ายราวกับจะขาดใจตาย เธอผวาเข้ากอดรัดร่างของ
ฟ้าเพื่อนสาวอย่างแนบแน่นแล้วลูบไล้ไปมาด้วยแรงกระตุ้นจากยาสวาท

"โธ่ แย่แล้ว ยัยคุณหนูรวบรวมสติหน่อยซิ แกต้องไม่เป็นอะไรนะ แกไม่ต้องห่วงเดี๋ยวเราจะรีบพาไปโรงพยาบาล"
ฟ้าพยายามประคองตัวหญิงขึ้นด้วยความทุลักทุเล การที่อีกฝ่ายกอดรัดลูบไล้ตัวเธอไม่หยุดแบบนี้ทำให้การประคองทำได้
อย่างยากลำบากเหลือเกิน


"โอ๊ย เจ็บโว้ย อีนี่เป็นใครวะ มาขัดขวางความสุขของกู" ไอ้ชดที่เพิ่งโดนไม้ท่อนใหญ่หวดเข้าไปเต็มหน้าลุกขึ้นมาร้อง
โวยวาย มันจับจมูกของมันที่แตกจนมีเลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาด้วยความเจ็บปวด เลือดสด ๆ สีแดงไหลย้อยลงไป
นองกับพื้นห้องเหมือนท่อประปาแตก

"แก นี่แก แกทำอะไรเพื่อนชั้น บอกมาเดี๋ยวนี้นะ" ฟ้าวางหญิงลงกับพื้นตามเดิมก่อนหยิบท่อนไม้ขึ้นมาใหม่ แล้วหัน
ไปประจันหน้ากับไอ้ชดโจรสวาท เธอเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเมื่อเริ่มสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังเปลือยล่อนจ้อนทั้ง
ตัว

"จะทำอะไร ก็จะเอาเพื่อนมึงทำเมียไงวะอีดอก มึงมายุ่งแบบนี้กูจะเอามึงทำเมียด้วย มึงโดนกูแน่" ไอ้ชดพ่นลม
หายใจแรง ๆ ขับเอาเลือดที่คั่งค้างอยู่ออกมา ก่อนเดินย่างสามขุมเข้าหาเด็กผู้หญิงร่างบอบบางด้วยความมั่นใจว่าอีก
ฝ่ายไม่มีทางทำอะไรมันได้

ร่างเปลือยเปล่าดำคล้ำนั้นขยับใกล้เข้าไปเรื่อย ๆ ด้วยความประมาท สายตาของมันเริ่มจับจ้องที่ใบหน้าและทรวดทรง
องค์เอวอันบอบบางของอีกฝ่ายมากกว่าที่จะสนใจท่อนไม้ที่อีกฝ่ายใช้เป็นอาวุธเสียอีก แม้ว่าอีกฝ่ายจะอยู่ในชุดทะมัดทะแมง
แต่ก็ไม่อาจจะปิดบังเสน่ห์แห่งสาวรุ่นที่น่าทะนุถนอมได้ มันก้มลองมองหน้าอกหนั่นแน่นที่โดนเสื้อผ้ารัดรึงไว้จนแทบแตก
ทะลักนั้นด้วยความหิวกระหาย แม้จะไม่เท่าคนแรก แต่ผู้หญิงคนนี้สำหรับมันแล้วก็จัดได้ว่าสวยน่าฟัดทีเดียว ความคิดชั่ว
ช้าเริ่มทำงานวาดฝันอันแสนหวานอีกครั้ง มันตั้งใจจะกำราบอีกฝ่ายลงซะ จากนั้นก็จัดการผู้หญิงทั้งสองคนให้เป็นเมียของ
มันซะให้หมด

"อ๊อก" เพียงเสี้ยววินาทีที่ไอ้ชดไม่ทันระวัง ไม้แข็ง ๆ ท่อนนั้นก็พุ่งพรวดสวนกระแทกเข้ามาอย่างแม่นยำเข้า
เต็มลำคอจนร่างกำยำของมันชะงักกึกหยุดนิ่ง มันยังโชคดีอยู่บ้าง ที่ปลายไม้นั้นทู่และด้าน ซึ่งหากปลายไม้แหลมพอล่ะก็
มันคงโดนไม้ท่อนเล็ก ๆ นั้นเสียบทะลุคอไปเรียบร้อยแล้ว แต่กระนั้นแม้จะรอดจากการเจ็บหนักไปได้ แต่แรงกระแทกก็
แรงพอที่จะทำให้เจ้าของร่างกำยำอยากจะแผดเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย หากแต่เสียงร้องแห่งความ
เจ็บปวดก็ไม่อาจจะเล็ดลอดผ่านออกมาได้ด้วยความจุกแน่นที่ลำคอ ร่างดำคล้ำของมันจึงทำได้เพียงดีดเผงลงไปนอนดิ้น
กระตุกเฮือก ๆ อยู่กับพื้นด้วยอาการเจ็บปวดผสมกับความรู้สึกขาดอากาศหายใจ มันเจ็บปวดเสียจนไอ้ชดถึงกับสลบเหมือด
ไปแทบจะในทันที

"เชอะ นึกว่าจะแน่" เมื่อฟ้าสาวน้อยผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้เห็นว่าอีกฝ่ายสลบไปแล้ว ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เธอรู้สึกยินดีที่อย่างน้อยวิชาเคนโด้ที่เธอเคยเรียนก็มีประโยชน์จนได้ เธอหันไปประคองร่างบอบบางไร้สติของเพื่อนสาวให้ลุกขึ้น
แล้วพาเดินไปตามทางเดินที่มีเพียงแสงไฟสลัวน่ากลัว เธอหวังว่าเธอจะสามารถพาเพื่อนรักของเธอให้รอดพ้นจากสถานการณ์
แบบนี้ให้ได้เร็วที่สุด หากแต่เพียงเมื่อเดินพ้นบันได้ไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ต้องพบกับชายร่างใหญ่บึกบึนแต่ออกท่าทางตุ้งติ้งยืนขวาง
ทางออกจากตัวบ้านอยู่

...............................................................

*

Offline LAMBERG

  • *
  • 1404
  • 35
  • คุณอยากได้อะไรมากที่สุด...?
    • View Profile
"อีชะนี นี่แกเป็นใครกันยะ แล้วจะพาอีดอกที่ชอบแย่งผัวของฮันนี่ไปไหน" ฮันนี่ยืนมองด้วยความแปลกใจ ที่อยู่ดี ๆ ก็มีผู้หญิง
ตัวเล็ก ๆ อีกคนเดินประคองเหยื่อสวาทของเจ้านายเดินออกมาเฉย ๆ โดยไม่มีใครขัดขวาง แทนที่จะได้เห็นภาพคุณหนู
ไฮโซคนนั้นโดนข่มขืนจนยับเยิน

"ถอยไปนะ" ฟ้าส่งเสียงร้องขู่อย่างดุดัน แต่ด้วยรูปร่างตัวที่ต่างกันเกือบสองเท่าก็เหมือนลูกแมวน้อยพยายามร้องเมี้ยว ๆ
ขู่พญาช้างสารก็ไม่ปาน

"แล้วทำไมคนสวยอย่างชั้น ต้องถอยให้พวกชะนีอย่างหล่อนด้วยล่ะยะ" ฮันนี่ตอบด้วยความรู้สึกไม่ชอบใจ ไม่ชอบใจที่
อีกฝ่ายดูจะสวยและน่ารักไม่แพ้คนที่เจ้านายชื่นชอบ และที่สำคัญที่สุดก็คือฮันนี่เกลียดผู้หญิงทุกคนที่สวยและน่ารัก

"... คงจะคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว ..." ฟ้าวางร่างของเพื่อนสาวลงไปนั่งพิงผนังห้องอีกครั้ง ก่อนจับท่อนไม้ขึ้นมา
แล้วหันไปตั้งท่าเตรียมรับมือคู่ต่อสู้ร่างใหญ่ยักษ์ที่ขวางทางอยู่

"โอ๊ะ โอ๊ะ ท่าทางจะพอรู้วิชาการต่อสู้กับเขาบ้างนะอีชะนีคนนี้ เรียนอะไรมาล่ะเคนโด้เหรอ" ฮันนี่เดินเข้าหาอย่างช้า ๆ
แต่เปี่ยมไปด้วยความระแวดระวัง พลางบิดหมุนคอยืดเส้นยืดสายจนดังกร๊อบแกร๊บ

"เรียนอะไรก็ช่าง แต่ถ้าชั้นเป็นชะนี เธอก็ต้องเป็นไอ้ตัวนั่นซิ ... อะไรดีนะ ฮิปโปขึ้นอืดล่ะมั้ง" ฟ้าตอบเสียงกระแทก
พยายามยั่วยุให้อีกฝ่ายโกรธให้มากที่สุด

"ต๊าย อีชะนีตัวนี้ ปากคอเราะร้าย เดี๋ยวแม่จะจับตบให้ฟันหลุดหมดปากเลยคอยดู" ฮันนี่กระเทยควายร่างใหญ่ยักษ์ย่อตัว
แล้วพุ่งเข้าหาฟ้าด้วยความคล่องแคล่วว่องไวผิดกับขนาดร่างกาย เพียงพริบตาร่างใหญ่ยักษ์นั้นก็แทบจะประชิดตัวเธอ สอง
แขนล่ำบึ้กโอบมาจากทั้งซ้ายและขวาพร้อมจะบีบเธอให้บี้แบนตายในชั่วพริบตา

ฟ้าตะลึงไปชั่วขณะด้วยไม่คิดว่าอีกฝ่ายที่มีร่างกายใหญ่โตจะเคลื่อนไหวร่างกายได้ไวข
นาดนี้ แต่กระนั้นเธอเองก็ยังคงว่องไว
กว่าอีกฝ่าย ร่างบอบบางเล็ก ๆ นั้น ก้มตัวแล้วสืบเท้าพุ่งลอดหลบท่อนแขนล่ำบึ้กนั้นไปทางขวามือได้แบบฉิวเฉียด และเมื่อ
อ้อมหลบไปด้านหลังได้ฟ้าก็เงื้อท่อนไม้และฟาดใส่ท้ายทอยของอีกฝ่ายเต็มแรง

เสียงไม้กระทบเนื้อดังตุบขึ้นมาหนึ่งครั้ง แต่เหมือนมันจะไม่ได้ผลอะไรเลย ไม่เพียงไม่มีอาการชะงักใด ๆ หากแต่ท่อนแขน
ใหญ่นั้นกลับฟาดมาด้านหลังแทบจะในทันทีด้วยซ้ำ ฟ้าก้มตัวหลบอย่างหวุดหวิดอีกครั้ง ท่อนแขนวาดผ่านอากาศเหนือหัวของ
เธอไปเพียงนิ้วเดียว ฟ้าที่ยังไวพอพยายามฝืนมือที่กำลังชาดิกจากการฟาดไม้ครั้งแรก จับไม้แล้วฟาดไปที่หัวเข่าของอีกฝ่าย
อีกครั้งอย่างต่อเนื่อง แล้วรีบดีดตัวถอยออกห่างหากแต่เธอยังคงรู้สึกเหมือนเดิม ว่าอีกฝ่ายไม่รู้สึกอะไรเลย

"เอาอะไรมาสะกิดชั้นยะ ... ไวเหมือนชะนีจริง ๆ นะอีนี่" ฮันนี่หันตัวมามองด้วยท่าทางไม่รู้สึกรู้สาอะไรทั้งสิ้นกับ
การฟาดเต็มแรงของฟ้า กลับเป็นฟ้าเสียอีกที่โดนแรงกระแทกกลับจนง่ามมือชาดิก

"แกซิ ทนยิ่งกว่าแรดขึ้นอืดเสียอีก" ฟ้าพยายามพูดข่มสู้ แม้ว่าตัวเองจะขาดความมั่นใจในการโจมตีไปแล้วก็ตาม

"เก่งดีนี่ หลบไว แล้วก็รู้จักพูดยั่วยุทางจิตวิทยา ... แต่นั่นใช้ได้เฉพาะพวกชั้นต่ำนะจ๊ะ ใช้กับฮันนี่ที่เคยเป็นแชมป์
มวยปล้ำไม่ได้หรอก แค่เอาไม้จิ้มฟันอันเหล็ก ๆ นี่ตียังไงก็ไม่รู้สึก สู้แรงทุบ แรงตีของผู้ชายตัวใหญ่ ๆ กล้ามโต ๆ ก็ไม่ได้"
ฮันนี่พูดทำหน้าเฉยชาด้วยรู้ว่าตนเองกำลังคุมความได้เปรียบ

ฟ้าที่เริ่มจะสูญเสียความมั่นใจยิ่งรู้สึกเหมือนโดนตอกย้ำความเสียเปรียบเข้าไปอีก เธอรู้ดีว่าถึงแม้ว่าเธอจะฝึกหนักยังไงก็
ยังคงก้าวข้ามไม่พ้นสิ่งที่เรียกว่าข้อจำกัดของร่างกาย ผู้หญิงอย่างเธอหากต้องสู้กับผู้ชายตัวใหญ่ ๆ แล้ว ก็ทำได้แค่โจมตี
ไปยังจุดอ่อนเท่านั้น และหากการโจมตีจุดอ่อนไม่ได้ผลเธอก็ไม่รู้แล้วว่าจะต้องทำยังไง และที่สำคัญเธอก็ไม่มีเวลาพอที่จะ
มาหลอกล่อต่อสู้แบบยืดเยื้อเสียด้วย

"เดี๋ยวจะแสดงให้ดูว่าพวกเพศชะนีอย่างพวกหล่อนน่ะ ไม่มีทางสู้กับเพศที่สามอย่างฮันนี่ได้หรอกย่ะ" ฮันนี่เดินไปยก
เอาโต๊ะตัวใหญ่น้ำหนักเกือบร้อยกิโลขึ้นจากพื้นอย่างสบายมือ แล้วเหวี่ยงหวือพุ่งมาทางฟ้าเหมือนกับเหวี่ยงหินก้อนเล็ก ๆ

ฟ้าร้องลั่นในใจแต่ก็อาศัยความคล่องตัวพุ่งหลบฉากออกมาทางซ้ายอย่างหวุดหวิด โต๊ะไม้ตัวใหญ่ลอยหวือไปชนผนังบ้าน
เสียงดังโครมสนั่น จนตัวบ้านสะเทือน ผลคือโต๊ะไม้หักเป็นชิ้น ๆ ส่วนผนังก็เป็นรูโหว่รูใหญ่ ฟ้าหันไปมองก่อนกลืนน้ำลาย
ลงคอเอื๊อกใหญ่ด้วยความตระหนก

"เอ้า คราวนี้เอาเก้าอี้ไป" ขณะที่ฟ้ายังคงล้มตัวกลิ้งอยู่กับพื้น ฮันนี่ก็หันไปหยิบเก้าอี้ขึ้นมาข้างละตัว แล้วเหวี่ยงจนลอย
หวือไปทางฟ้าอย่างรวดเร็วอีกครั้ง

ฟ้ารีบลุกและกระโดดหลบเก้าอี้ตัวแรกจนพ้น แต่แล้วขณะที่ยังไม่ทันได้เตรียมตัวเก้าอี้ตัวที่สองก็ลอยหวือพุ่งเข้ามาอย่าง
รวดเร็ว ร่างเล็กบอบบางนั้นพยายามเอี้ยวตัวหลบเท่าที่จะทำได้ หากแต่ปลายขาเก้าอี้นั้นก็ชนเกี่ยวเข้ากับแขนซ้ายของเธอ
จนได้ เก้าอี้กระแทกร่างของเธอเสียงดังพลั่กก่อนจะกระเด็นไปทางหนึ่ง ส่วนร่างเล็กบอบบางนั้นก็ร้องว้ายก่อนเซถลาด้วย
แรงกระแทกลงไปล้มกลิ้งกับพื้นห้องอีกทางหนึ่ง

"ก็แค่นี้เอง พวกชะนีดีแต่อ่อนแอ ร้องหาผัวไปวัน ๆ สู้ฮันนี่ก็ไม่ได้ ฮันนี่เก่งกว่าตั้งเยอะ ฮันนี่ปกป้องผัวตัวเองได้" ฮันนี่
หันไปมองร่างบอบบางของอีกฝ่ายที่ล้มกลิ้งคลุกฝุ่นอยู่กับพื้นด้วยสายตาเหยียดหยาม แล้วหันเดินย่างสามขุมเข้าไปใกล้ ๆ

"อูยยย ..." ฟ้าบิดตัวงอนอนกอดแขนซ้ายของตัวเองอยู่กับพื้น เธอรู้สึกเจ็บแปลบจากแรงกระแทกนั้น ความรู้สึก
เจ็บชาในตอนแรกค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดจนน้ำตาไหล ตอนนี้เธอคิดว่าแขนของเธออาจจะหักไปแล้วก็ได้ เธอ
แทบจะหมดสติไปกับความรู้สึกเจ็บนี้ หากแต่เมื่อเธอสังเกตเห็นเพื่อนรักที่รอความช่วยเหลืออยู่ที่อีกด้านทำให้เธอพยายาม
ฝืนใจไม่สลบลงไปอย่างที่ร่างกายเรียกร้อง

"เก่งนี่ ยังไม่สลบอีก ทนนักนะอีชะนีตัวนี้" ฮันนี่เดินเข้าไปจับร่างของฟ้าขึ้นมายืนง่ายเหมือนอุ้มเด็กตัวเล็ก ๆ จากนั้น
ก็ออกแรงบีบแขนซ้ายข้างที่กำลังเจ็บอยู่ของฟ้าอย่างแรง

"โอ๊ยยย ๆ ๆ ๆ เจ็บ ๆ โอ๊ย ปล่อยนะ โอ๊ยยยย" ฟ้ากรีดร้องเสียงดัง ร่างบอบบางกระตุกไปทั้งร่างเมื่อโดนซ้ำเติมความ
เจ็บนั้นด้วยความเจ็บที่หนักขึ้น แขนซ้ายที่โดนกระแทกนั้นเจ็บจนชาดิก

"ว่าไง ยอมแพ้หรือยังยะ อีนังชะนี พูดซิว่าฮันนี่คนนี้สวยน่ารักที่สุด" ฮันนี่ผู้แข็งแกร่งกว่าชายอกสามศอก กระชากร่างของฟ้าเข้า
มาใกล้ ๆ จนใบหน้าที่มีแต่สิวเขรอะนั้นแทบจะชิดกันกับใบหน้าสวยใสของอีกฝ่าย

"ไม่ยอม โอะ โอ๊ยยย เจ็บ ๆ โอ๊ย" ฟ้าไม่ยอมพูดตามที่อีกฝ่ายเรียกร้องเลยโดนบีบแขนซ้ายแรงขึ้นอีก

"ยอมมั้ย" ฮันนี่แสยะยิ้มอย่างน่ากลัว ขณะออกแรงบีบแขนซ้ายของอีกฝ่ายหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนน่ากลัวว่าจะหักแตกสลายคามือ
ในไม่ช้า

"ไม่ยอมหรอก ... ย่าห์" ฟ้าพยายามข่มความเจ็บจนน้ำตาไหลออกมาเป็นทาง เธอรู้สึกเจ็บน้อยลงแล้ว ไม่ใช่เพราะว่าอีก
ฝ่ายบีบแรงน้อยลงหรอก แต่เป็นเพราะแขนซ้ายของเธอตนนี้ชาจนแทบจะไม่รู้สึกอะไรแล้วต่างหาก ในระยะประชิดนี้ฟ้าออกแรงตี
เข่าเข้าไปยังหว่างขาของอีกฝ่ายเต็มแรงจนเสียงดังปึ้ก

"โอ๊ยยยยยยยย" และมันได้ผล อีกฝ่ายแม้จะแข็งแกร่งเพียงใด ก็ยังเป็นผู้ชายที่มีจุดอ่อนสำคัญอยู่วันยังค่ำ และฮันนี่แม้จะเป็น
เพศที่สามแต่ในเมื่อยังไม่ได้กำจัดจุดอ่อนส่วนนี้ทิ้งไป เมื่อโดนเข่าเข้าไปเต็ม ๆ ดอกจึงต้องปล่อยมือที่จับอีกฝ่ายอยู่ แล้วทรุดตัว
ฮวบลงไปนอนจุกกับพื้นด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวทรมาณอย่างที่สุด

ฟ้าที่หากตอนนี้อยู่ในสภาวะปกติ คงจะต้องลงมือโจมตีซ้ำไปแล้ว หากแต่ว่าตอนนี้เธอเองนั้นเจ็บจนสติเริ่มจะลืมเลือนเหมือนจะ
สลบลงไปได้ในทุกวินาทีหากเพียงผ่อนคลายอารมณ์ลง เธอใช้มือขวากุมแขนซ้ายที่ชาดิกเบา ๆ แล้วพิงตัวกับผนังห้องด้วยรู้ตัว
ว่าหากล้มลงไปอีกครั้งเธอคงจะสลบลงไปแน่ ๆ ร่างบอบบางนั้นค่อย ๆ เดินเกาะผนังอย่างช้า ๆ ไปทางร่างเปลือยเปล่าของเพื่อน
สาวที่กำลังกระสับกระส่ายบิดตัวไปมารอคอยความช่วยเหลืออยู่

..............................

"อูยยยย ... อีชะนี มึงกล้านักนะ มึงต้องตาย" เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ฮันนี่ที่เพิ่งจะคลายความจุกแน่นไปบ้างลุกขึ้นยืนด้วย
ดวงตาที่แดงกล่ำ มันวิ่งพุ่งเข้าหาฟ้าที่เดินเกาะผนังห้องอยู่อีกด้านอย่างดุดัน ด้วยกะจะกระแทกอีกฝ่ายให้บี้แบนตายไปซะในที
เดียว ร่างใหญ๋ยักษ์บัดนี้เสมือนกับวัวกระทิงตัวใหญ่ที่กำลังพุ่งเข้าขวิดเหยื่อที่น่าสงสา


ฟ้ายืนมองภาพเบื้องหน้าด้วยสติที่แทบจะหมดสิ้นอยู่แล้ว เธอเห็นชัดว่าร่างใหญ่ยักษ์นั้นกำลังพุ่งเข้ามาหาเธอ หากแต่ว่าเธอไม่
อาจจะสั่งการให้ร่างกายของเธอหลบหลีกหรือกระทำการอะไรได้อีกต่อ เวลาในตอนนั้นเหมือนจะเดินช้าลงจนน่ากลัว ในหัวเธอ
เริ่มจะเห็นทุกอย่างเบลอไปหมด เธอเห็นใบหน้าของพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเธอผุดขึ้นมาในความคิด เธอเห็นเพื่อนของเธอ เธอเห็น
หญิงเพื่อนที่เธอรักที่สุด และสุดท้ายเธอก็เห็นใบหน้าของผู้ชายคนนั้น คนที่เป็นผู้ชายคนแรกของเธอ ก่อนที่สติของเธอจะดับ
วูบลงไปอย่างรวดเร็ว

โครมมมม

เสียง ร่างใหญ่ยักษ์นั้นพุ่งกระแทกเข้าใส่เสียงดังสนั่น ฝาผนังบ้านทะลุเป็นรูโหว่รูใหญ่โดยมีร่างใหญ่ยักษ์นั้นค้างเติ่งติดอยู่ในรู นั้น
ส่วนฟ้านั้นถือว่าโชคดีมาก ที่เธอหมดสติจนร่างไถลวูบลงไปนอนกับพื้น หากไม่เช่นนั้นแล้ว ร่างบอบบางเล็ก ๆ นั้นคงจะโดนร่าง
ใหญ่ยักษ์ของอีกฝ่ายพุ่งกระแทกเข้าใส่จนแตกหักไปทั้งร่าง

เสียงครึ่ก ๆ ดังออกมาพร้อมกับเศษหินเศษไม้ที่ร่วงหล่นออกมาจากผนัง ฮันนี่ที่ยังไม่สิ้นสติพยายามดันตัวขยับออกมาจากรูที่
ตัวเองพุ่งทะลุถลำเข้าไป และเมื่อมันดันตัวออกมายืนทรงตัวได้ มันก็หัวเราะด้วยความชอบใจในชัยชนะที่เห็นคู่ต่อสู้นอนสลบไสล
อย่างพ่ายแพ้อยู่กับพื้นห้อง และมันก็ยิ่งหัวเราะขำดังขึ้น เมื่อเห็นสภาพของไอ้ชดที่กำลังเดินกุมคอโซซัดโซเซอย่างเจ็บปวดลงมา
จากด้านบน

"ไอ้ชด มึงจะเอาอีชะนีตัวโน้นไปทำเมียที่ไหนก็ได้นะ แต่อย่าให้มันกลับมาให้พี่พิชัยเห็นอีก ส่วนอีชะนีตัวที่สลบอยู่นี่ มันทำ
กูเจ็บ กูจะพาไปให้พรรคพวกรุมโทรม ดูซิว่ามันจะฆ่าตัวตายหนีเหมือนอย่างที่อีชะนีสองตัวก่อนนั่นมันทำหรือเปล่า ถ้ามันทำกู
จะได้เอาไปฝังไว้ที่เดียวกันเลย" ฮันนี่พูดหน้าตาเหี้ยมเกรียมด้วยความเจ็บแค้น มันเดินไปหยิบเอาหลอดยาที่อยู่ในตู้ออกมาแล้ว
จับกรอกปากใส่ฟ้าที่สลบไสลอยู่จนหมดทั้งหลอด ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ได้ว่ายาใส ๆ ที่ไหลลงคอของเธอไปนี้ คงไม่พ้นเป็นยาสวาท
แบบเดียวกับที่หญิงเพื่อนรักของเธอโดนไปอย่างแน่นอน

สองสาวเพื่อนรักจะต้องผจญกับชะตากรรมแบบไหน เมื่อไอ้ชดที่ฟื้นสติแล้วกำลังเดินกุมคอตัวเองที่มีรอยช้ำลงมา นี่อาจจะถือ
ได้ว่าเป็นโชคร้ายมากกว่าโชคดีของฟ้าก็ได้ เพราะแม้จะรอดจากความตายมาได้ แต่ในตอนนี้ทั้งหญิง และฟ้าต่างก็ไม่อาจจะ
ช่วยเหลือตัวเองได้แม้แต่น้อย คนหนึ่งนั้นสลบไสลด้วยความเจ็บปวด ส่วนอีกหนึ่งนั้นแม้จะไม่ได้สลบ แต่ก็ไม่ได้มีสติใด ๆ
ด้วยโดนฤทธิ์ยากระตุ้นสวาท เข้าไปจนหมดสิ้นซึ่งการควบคุมตัวเอง หรือน้องหญิงและน้องฟ้า จะมีชะตากรรมเฉกเช่นเดียว
กันกับนักศึกษาสาวเหยื่อสวาทที่พวกมันเคยพามารุมโทรมและต้องหนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตา
ย ???


................................................................................
..


"จั่งซี่มันต้องถอน จั่งซี่มันต้องถอน จั่งซี่มันต้องถอน….." ชายหัวล้านขี้ยาฮัมเพลงไปพลาง เต้นท่ายึกยักไปพลาง ขณะกำลังยืนฉี่
ที่บริเวณหลังบ้านไปพลางอย่างสบายอารมณ์ ดวงตาของมันแดงก่ำ แต่ฉ่ำเยิ้มด้วยเมามายในรสชาตของควันนรกที่มันสูบเข้าไป
สายน้ำเล็ก ๆ สีเหลืองพุ่งลงไปกระทบผืนดินหลังบ้านบริเวณที่ถูกใช้เป็นหลุมฝังศพเหยื่อสวาทผู้น่าส
งสารทั้งสองชีวิตอย่างไม่รู้สึกรู้สา

"เอิ๊ก เอิ๊ก ๆ พวกมึงนึกว่าตายแล้วจะรอดจากกูไปได้เหรอวะ ตอนพวกมึงอยู่ก็ไม่รอดควยกู ตอนพวกมึงตายก็ต้องมาทนกับควยกู
อยู่ดี ตอนพวกมึงอยู่ต้องกินน้ำเงี่ยนกู ตอนพวกมึงตายก็ต้องกินฉี่กูอีก กินเข้าไปเยอะ ๆ เลยเว้ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า ... "

"เอ ทำไมฟ้ามืดเร็วจังวะ หรือว่ากูจะเมายา อย่างนี้สงสัยต้องถอนอีกซักกระบอก เอิ๊ก เอิ๊ก .... จั่งซี่มันต้องถอน จั่งซี่มันต้องถอน
จั่งซี่มันต้องถอน ….."

ไอ้ขี้ยาเงยหน้าขึ้นมองฟ้าด้วยความแปลกใจที่ตอนนี้ท้องฟ้ายามบ่ายกลับมืดครึ้มอย่างไ
ม่มีเค้าลางมาก่อน เมฆฝนสีดำมืดทึบครอบคลุม
ท้องฟ้าจนแทบจะเหมือนเป็นเวลากลางคืน ก่อนก้มหน้าลงมองผลงานการละเลงฉี่เคารพหลุมฝังศพของเหยื่อสวาทที่มันได้กระทำการรุม
โทรมข่มขืนจนอีกฝ่ายต้องหนีด้วยการฆ่าตัวตายอย่างสบายอารมณ์

"เอ๊ะ ... เสียงอะไรวะ" ไอ้หัวล้านขี้ยาเงยหน้าขึ้นมองเข้าไปในป่า เมื่อรู้สึกได้ยินเสียงอะไรบางอย่างแว่วมาอย่างแผ่วเบา เสียงนั้นเริ่ม
แรกเหมือนจะเป็นเสียงเพลง แต่เมื่อฟัง ๆ ไปแล้วเสียงนั้นก็แว่วดังคิกคักเหมือนสุ้มเสียงหัวเราะของคนนับสิบนับร้อยที่ดังแว่ว
มาพร้อม
กัน และเสียงนั้นแม้จะเริ่มจากแผ่วเบาแต่มันก็ยิ่งทวีชัดขึ้นเรื่อย ๆ ไอ้หัวล้านเริ่มได้ยินประหนึ่งว่าต้นไม้และต้นหญ้าทุกต้นที่อยู่ล้อม
รอบตัวกำลังส่งเสียงกระซิบกระซาบ และหัวเราะเยอะใส่มัน เสียงนั้นวังเวงน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงไหน ๆ ที่มันเคยได้ยินมาก่อน ความหวาด
กลัวเริ่มคืบคลานเข้าไปในจิตใจของมัน ยิ่งเสียงนั้นชัดเจนมากเท่าไหร่ ท้องฟ้าก็ยิ่งมืดครึ้มประหนึ่งเวลากลางคืนมากยิ่งขึ้น อากาศ
ที่เมื่อกี้นี้ร้อนอบอ้าวจนเหงื่อตก กลับเริ่มเย็นเยียบลงอย่างรวดเร็วจนมันขนลุก

"เงียบโว้ย กะ กะ กู กู กู มะ ไม่ ไม่กลัว พวกมึงหรอก โว้ย กูไม่กลัว กูไม่กลัว ได้ยินมั้ยวะ ปะ ไป ไป ให้พ้นโว้ย" ไอ้หัวล้านตะโกน
เสียงดังเพื่อกลบเสียงแห่งความหวาดกลัวในใจ แต่กระนั้นร่างกายของมันกำลังสั่นระริกด้วยความกลัวอย่างไม่อาจจะบรรยายได้ มือ
และเท้าของมันสั่นระริก ขนลุกชันทั่วร่าง และแม้กระทั่งคำพูดของมัน มันก็ยังแทบควบคุมไม่อยู่

มันตัดสินที่จะรีบวิ่งหนีกลับไปหาพรรคพวก แต่กระนั้นก็เริ่มรู้สึกเหมือนว่าแผ่นดินกำลังเคลื่อนไหวเบา ๆ ที่ใต้เท้าของมัน และเมื่อ
มันก้มลงมองดูก็รู้สึกตัวแข็งทื่อจนทำอะไรไม่ถูก ผืนดินที่กลบซากศพสองนักศึกษาสาวเหยื่อสวาทของพวกมันตอนนี้สั่นยวบ ๆ เหมือน
มีอะไรกำลังขุดคุ้ยรื้อแผ่นดินขึ้นมา เศษดินเศษใบไม้ที่มันยืนเหยียบอยู่นั้นสั่นไหวยวบแรงขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนพร้อมจะทรุดตัวลงไป
ได้ ทุกเมื่อ ไอ้ชดที่ยืนตัวสั่นลุ้นอยู่หัวใจเต้นเร็วจนแทบระเบิดออกมาจากอก มันพยายามปลอบใจตัวเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคงไม่ใช่สิ่งที่มัน
กำลังกลัว ไม่ใช่สิ่งที่มันกลัว ไม่ใช่สิ่งที่มันกลัว .... มันค่อย ๆ เริ่มรู้สึกดีขึ้นเมื่อการสั่นยวบของผืนดินนั้นหยุดลง ... แต่แล้วขณะที่มัน
ถอนหายใจเฮือกใหญ่นั้น ก็มีแสงแวบวาบของสายฟ้าที่วิ่งแปลบปลาบอยู่บนท้องฟ้า พร้อมๆ กับมือเล็ก ๆ ที่กำลังเน่าเปื่อย และเต็ม
ไปด้วยหนอนยั้วเยี้ยสี่มือพุ่งพรวดออกมาจากผืนดินขึ้นมาจับยึดขาของมันเอาไว้จนแน่น

เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง เสียงฟ้าร้องดังลั่นตามแสงแวบวาบที่เกิดขึ้นก่อนหน้าเมื่อไม่กี่วินาทีที่แล้ว

"วะ .... วะ ... วะ ...... ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกก" เสียงไอ้หัวล้านขี้ยาแหกปากร้องด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดชีวิต
เสียงตะโกนของมันคงจะดังลั่นจนได้ยินไปทั่วทั้งบริเวณ หากเพียงแต่ว่าเหมือนสรรพสิ่งรอบข้างจะช่วยกันปิดบังให้ไว้
เพราะเสียงแห่งความหวาดกลัวของมันกลับโดนเสียงแห่งท้องฟ้าที่ร้องคำรามในเวลาเดียวกั
นกลบเสียจนสิ้น

การแก้แค้นได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว !!!

................................................................................
..



เบื้องหลังของหมอเสือมีใครอยู่ ?
ใครจะเป็นฝ่ายหักหลังใคร ?
อะไรอยู่ในหลอดแก้ว ?
ชายท่าทางเจ้าเล่ห์ และ ชายใส่แว่น นั้นคือคู่แค้นของหมอเสือใช่หรือไม่?
เกิดอะไรขึ้นกับเอก?
น้องหญิง และน้องฟ้า จะรอดจากกรรมในครั้งนี้หรือไม่?
กรรมจะสนองตอบพวกคนชั่วอย่างไร ?

และคำถามสำคัญ
จะต้องรออีกนานแค่ไหนถึงจะได้อ่านตอนใหม่ ?


โปรดติดตามชมตอนต่อไปครับ ^ ^"



*

Offline sithmate

  • *
  • 14
  • 1
    • View Profile
 (003;ยาวมากไม่รู้จะอ่านจบเมื่อไหร่แค่หน้าแรกก็ไม่ไหวแล้ว

*

Offline boyza777

  • *
  • 86
  • 0
    • View Profile
สุดยอดท่านเทพ อย่าให้รอนานนะครับ (5; (5; (5;


*

Offline LAMBERG

  • *
  • 1404
  • 35
  • คุณอยากได้อะไรมากที่สุด...?
    • View Profile
รักยมตอนนี้เขียนเสร็จนานแล้วเหมือนกัน
เป็นตอนที่เก็บตุนเอาไว้ เผื่อว่าไม่ได้ว่างเขียนนาน ๆ
จะได้เอามาลงเอาใจคนอ่านบ้าง ไม่หายไปนานจนลืม

ช่วงนี้เผื่อว่าใครจะสงสัยว่าหายไปไหน ก็ต้องบอกว่า กำลังเลี้ยงไอ้ตัวเล็กอยู่ครับ
ลูกเพิ่งเกิดและกำลังซนได้ที่เลยทีเดียว
เพิ่งได้รับรู้ว่าการเลี้ยงเด็กไปด้วย ทำงานไปด้วย มันเหนื่อยอย่างงี้นี่เอง
ก็เลยแทบไม่มีเวลาเขียนตอนใหม่เลย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็จะพยายามหาเวลาเขียนนิดเติมหน่อยไปเรื่อย ๆ ครับ
หากผิดพลาด หรือ เขียนช้าประการใด ก็กราบอขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

Assasin008




รักยม ตอนที่ 50 - การล้างแค้นของผีสาว

Assasin008

.............................................................................

ก้อนเมฆสีดำทะมึนกลุ่มใหญ่ลอยล่องตามแรงลมมาบดบังแสงอาทิตย์ร้อนแรงของยามบ่ายในฤดูร
้อนอย่าง
ไม่มีทีท่ามาก่อน ท้องฟ้าที่สว่างจ้าบัดนี้มืดมิดสลัวราวกับยามสนธยา ไอร้อนผ่าวตามผืนดินค่อย ๆ ลดน้อย
และหดหายไปอย่างช้า ๆ ด้วยไร้ซึ่งแสงแดดที่คอยแผดเผา เฉกเช่นเดียวกันกับสายลมอันแห้งและร้อนระอุ
ที่ค่อย ๆ ลดอุณหภูมิลงจนกลายเป็นสายลมที่มีแต่ความเย็นเยียบและความชุ่มฉ่ำ

สายลมที่เย็นลงแต่รุนแรงขึ้นนั้นพัดผ่านเข้าไปในตัวบ้านที่เก่าชำรุด มันพัดวูบผ่านเรือนร่างเปลือยเปล่าไร้
อาภรณ์จนเจ้าของร่างที่นอนกระสับกระส่ายอยู่บนพื้นบ้านรู้สึกขนลุกซู่ แม้ว่าหัวสมองจะเบลอจนไม่สามารถ
คิดอ่านหรือรับรู้อะไรได้ แต่น้องหญิงคุณหนูไฮโซเจ้าของตำแหน่งนักศึกษาดาวเด่นของมหาวิทยาลัยชื่อดัง
ก็ยังคงรู้สึกได้ถึงความหนาววูบของสายลมอันแปรปรวนนี้ แต่นั่นก็เป็นเพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้น เพราะตอนนี้
ร่างของเธอกำลังร้อนระอุอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ร่างของเธอร้อนรุ่มด้วยอำนาจอันรุนแรงของยาปลุกสวาทราคา
แพง จิตใจของเธอร้อนรนด้วยพยายามกดข่มไฟอารมณ์แห่งตัณหาราคะที่วนเวียนอยู่ในกระแสเลือดอ
ุ่น ๆ
ที่ฉีดไหลวนไปทั่วร่างจนแทบคลั่ง

ดวงตาคู่สวยที่ปกติจะเปล่งประกายสดใสของเด็กสาววัยรุ่นนั้นตอนนี้หรี่ปรือหยาดเยิ้มไ
ปด้วยอารมณ์ราคะ
ที่เปี่ยมล้น เสียงลมหายใจที่พ่นออกทางจมูกโด่งสวยนั้นหนักหน่วงเหมือนพยายามที่จะระบายความต้อง
การที่อัดแน่นอยู่ภายในให้ออกมาให้หมด แต่กระนั้นแทนที่มันจะเบาบางลงไปบ้าง อารมณ์ราคะนั้นกลับ
ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงไปแม้แต่น้อย กลับกันเสียอีกเหมือนมันจะยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้น มากขึ้น และมากยิ่งขึ้น
ในทุกวินาที มากขึ้นจนกระทั่งเวลานี้ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นคนรูปชั่ว ใจทรามต่ำช้าเพียงใด หญิงสาวแสน
สวยผู้เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่างคนนี้ก็พร้อมที่จะพลีกายให้แก่เขาได้ตักตวงความหฤหรร
ษ์ได้ทันที ขอ
เพียงแค่ให้เขาสามารถช่วยบรรเทาความร้อนเร่าที่อัดแน่นอยู่ภายในตัวเธอลงได้บ้างก็พอ

ทรวงอกอวบใหญ่กลมกลึงขยับสะท้านขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่ค่อย ๆ หนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ ปลายถัน
สีชมพูอ่อนแข็งตัวเด้งสั่นไหวชูชันลอยเด่นไปมาอยู่ในแสงสลัวราวกับกำลังจะยั่วยวนสาย
ตาหื่นกามคู่หนึ่ง
ของมนุษย์เพศผู้ที่กำลังจ้องมองตอบมาด้วยสายตาอันมันวาว ใช่แล้ว น้องหญิงผู้น่าสงสารยังคงอยู่ในกำมือ
ของโจรสวาทโดยที่ไม่อาจจะรับรู้ชะตากรรมของตัวเองได้แม้แต่น้อย

"ไอ้ชด มึงจะเอาอีชะนีขาววอกตัวนี้ไปทำเมียที่ไหนก็ได้นะ แต่อย่าให้มันกลับมาให้พี่พิชัยเห็นอีก กูวางยา
มันไว้แล้ว ส่วนอีชะนีปากเก่งตัวที่สลบอยู่นี่ มันทำกูเจ็บ กูจะพาไปให้พรรคพวกรุมโทรม ดูซิว่ามันจะฆ่าตัว
ตายหนีเหมือนอย่างที่อีชะนีสองตัวก่อนนั่นมันทำหรือเปล่า ถ้ามันทำกูจะได้เอาไปฝังรวมกันไว้ที่เดียวกัน
เลย" กระเทยควายร่างใหญ่ยักษ์พูดขณะมองสายตาของไอ้ชดที่กำลังจับจ้องเรือนร่างงามนั้นด้วย
ความรู้สึก
หมั่นไส้และริษยา

"แค่ก ๆ ... เดี๋ยว ... กูจะเอาอีคนนี้ด้วย มันเอาไม้เสียบคอกูแทบทะลุ แค่ก ๆ ... กูจะเอาคืน" ไอ้ชดพูดเสียง
แหบแห้งด้วยบาดแผลที่สาวสวยร่างบางได้ฝากเอาไว้เต็มลำคอ สายตาของมันแดงก่ำด้วยแรงแค้นที่อัดแน่น
อยู่เต็มอก แรงแค้นที่มันไม่เคยโดนผู้หญิงคนไหนทำแบบนี้มาก่อน

"อย่าโลภมากน่า กูปล่อยให้มึงเอาไปคนเดียว พี่พิชัยก็คงเขม่นแย่แล้ว นี่จะเอาสองเลยเหรอ โลภไปมั้ง"
กระเทยควายพูดท่าทางสะดีดสะดิ้ง

"... มึงอย่าเรื่องมาก กูจะเอา มึงน่ะไปจัดการผัวของมึงเหอะ โดนมัดอยู่ข้างบนแน่ะ มึงอยากจะทำอะไร
ก็ไปทำเลย โอกาสดีของมึงแล้ว อยากให้มันเป็นผัวก็รีบ ๆ ทำซะ ... แค่ก ๆ"

"จะบ้าเหรอ ฮันนี่ ไม่ทำอะไรไม่เป็นกุลสตรีแบบนั้นหรอก ... แต่เอ๊ะ ... จะว่าไปแล้ว .... พี่ชัยโดนมัดอยู่
แถมยังกินยาโด๊ปไปซะขนาดนั้น ... ฮันนี่ก็น่าจะไปช่วยคลายอารมณ์ให้ที่รักของฮันนี่ซะหน่อยแล้ว ...
แถมอีกอย่างให้มึงไปก็น่าจะดี ... ฮิ ฮิ ยังไงก็ไม่น่ารอด" ฮันนี่ยิ้มอย่างน่ากลัว

"เออ ไป ๆ กูจะเชือดอีผู้หญิงสองคนนี้แล้ว เอามันตรงนี้ล่ะวะ เดี๋ยวมีพวกเหี้ยมาขอส่วนแบ่งอีก" ไอ้ชดมอง
สองสาวหุ่นเซ็กซี่ที่เป็นเหยื่อรอให้มันขย้ำพลางตัดสินใจ มันแค้นใจอยากจะขยี้สาวร่างบางที่เอาไม้เสียบคอ
มันจนเป็นแผลใจจะขาด แต่มันก็ไม่อาจจะหักห้ามใจเปลี่ยนสายตาไปจากเรือนร่างเปลือยเปล่าของคุณหนู
ไฮโซที่นอนกระสับกระส่ายอยู่ตรงหน้าได้นานนัก ความขาวกระจ่างของผิวพรรณนุ่มนิ่มที่สวยผุดผาดเด่น
อยู่ในแสงไฟมืดสลัวนั้นดึงดูดสายตาหื่นกามของมันได้เป็นอย่างดีเหมือนกับแสงไฟที่ล่อ
แมงเม่าให้พุ่งเข้า
ไปหา

"ขอเอาอีไฮโซคนนี้ก่อนเถอะวะ อดทนไม่ไหวแล้วโว้ย" ไอ้ชดแลบลิ้นเลียรอบปาก มันเกือบจะได้ชื่อว่าเป็น
ผัวของคุณหนูคนสวยคนนี้อยู่รอมร่ออยู่แล้ว แต่อยู่ดี ๆ ก็กลับมีคนมาช่วยให้รอดไปได้เสียก่อน มันปฏิญาณ
กับตัวเองว่าจะไม่ยอมเสียเวลาอีกต่อไปแล้ว ขณะที่กำลังเดินย่างสามขุมเข้าไปหาร่างของน้องหญิงที่กำลัง
ทรมาณทุรนทุรายด้วยท่าทางของหมาป่าขย้ำเหยื่อ


เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง


เสียงฟ้าร้องดังลั่น ตามมาหลังจากแสงแวบวาบที่ลามเลียไปทั่วฟากฟ้าจนไฟฟ้าในบ้านเก่า ๆ กลางป่าถึงกับ
ดับวูบลงชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาให้ความสว่างด้วยแสงสลัวกว่าเดิมอีกครั้งหลังจากเวลาผ่านไปไม่ถึงสิบวิน
าที

"วั้ย ฮันนี่ตกใจหมดเลย ฟ้าบ้าผ่ามาได้ ไฟดับเลย แถมฝนตกอีก เป็นบ้าอะไรเนี่ย เมื่อกี้ยังร้อนตับแล่บอยู่เลย"
ฮันนี่กระเทยควายร่างยักษ์ที่กำลังจะเดินขึ้นบรรไดไปชั้นบนถึงกับสะดุ้งด้วยเสียงอัน
ดังนั้น มันกระแดะเอามือ
จับหน้าอกตัวเองท่าทางตุ้งติ้งเหมือนกิริยาอาการของผู้หญิงทั่วไปหากเพียงแต่ว่ามันค
งดูดีกว่านี้ ถ้าไม่ได้เป็น
กิริยาอาการมาจากผู้ชายที่มีร่างดำทะมึนล่ำบึ้กเท่าหมีควาย

"ห่า เอ๊ย ตกใจหมด ... ไฟตกเหรอวะ มืดชิบหาย ... อ้าว อีนี่มันยังลุกขึ้นมาไหวอีกเหรอวะ" ไอ้ชดที่กำลังเดิน
ไปหาเหยื่อด้วยอารมณ์หื่นอย่างเต็มพิกัดก็ถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยเสียงอันดังนั้นไม่แพ
้กัน เมื่อไฟที่ดับวูบลงไป
สว่างขึ้นมาอีกครั้งมันก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าภายใต้แสงไฟสลัวที่เห็นได้เพียงเป็น
เงาลาง ๆ นั้น สาวสวยนัก
เคนโด้ในชุดรัดกุมที่เพิ่งจะเอาไม้เสียบคอมันจนแทบขาดกลับยืนขึ้นมาได้ใหม่อีกครั้ง

"หา ... ทนทายาทจริงนะ อีชะนีปากเก่ง .... ตัวนี้" ฮันนี่กระเทยควายร่างยักษ์หันมามองตามคำอ้างของไอ้ชด
มันหันไปมองเงาคนที่ลุกขึ้นยืนแล้วตวาดร้องใส่ด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ขนแขนของมันลุกชันอย่างไม่ทราบ
สาเหต มันเป็นความหวาดกลัวต่อเงาของหญิงสาวร่างเล็กที่บังเกิดขึ้นอย่างไม่มีเหตและไม่มีผล
ใด ๆ

"เฮ้ย มันหนีไปแล้ว อีฮันนี่มึงไปตามจับมาเร็ว คนนั้นมึงรับผิดชอบ" ไอ้ชดร้องสั่งเสียงดังเมื่อเห็นว่าเงาของ
สาวร่างเล็กหมัดหนักวิ่งถลันวูบหายไปทางหน้าประตูอย่างรวดเร็วเหมือนว่ายังคงมีแรงเห
ลือเฟือ

"เฮ้ย หนีไปไหนวะ ทิ้งเพื่อนเฉยเลย ฮ่า ฮ่า กลัวฮันนี่ล่ะซิ" ฮันนี่ขยับขาวิ่งตามไปทันทีเมื่อเห็นอีกฝ่ายวิ่งหนี
ความจริงแล้วเมื่อกี้นี้ขาของมันสั่นระริกด้วยความกลัวในอะไรบางอย่าง จิตสำนึกของมันบ่งบอกว่ามีอันตราย
อะไรบางอย่าง แต่เมื่อมันเห็นว่าอีกฝ่ายวิ่งหลบหนีไป มันก็หันกลับมาเชื่อมั่นในตัวเองอีกครั้ง มันเชื่อมั่นว่า
หญิงสาวร่างเล็กนั้นไม่มีทางทำอันตรายอะไรให้กับมันได้แม้แต่ปลายก้อย และด้วยความแค้นที่สุมอกอยู่แล้ว
ร่างใหญ่โตราวหมีควายนั้นจึงวิ่งกระแทกพื้นเสียงดังตึง ๆ พุ่งฝ่าความมืดออกไปนอกบ้านตามเงาของหญิงสาว
ร่างเล็กไป ปล่อยให้ไอ้ชดอยู่กับเหยื่อสวาทอีกคนตามลำพัง ...


............................................................


"อูยยยย ดูกี่ทีก็สวย อวบไปทั้งตัว ผู้หญิงอะไรจะน่าเย็ดขนาดนี้วะ ซี้ดดด ... นี่มันนางฟ้าชัด ๆ .... พาไป
เอาในห้องอื่นดีมั้ยวะ ... ไม่ดีกว่าไอ้ชดขอล่อก่อนล่ะโว้ย" ไอ้ชดพูดด้วยน้ำเสียงหื่น ขณะพาร่างเปลือยดำ ๆ
ของมันไปนั่งชันเข่าอยู่ที่ปลายขาเรียวยาวของเรือนร่างขาวผ่องของน้องหญิงนักศึกษาสา
วแสนสวยนั้น ท่าทาง
ของมันไม่ได้ต่างอะไรไปกับปีศาจหน้าตาน่าเกลียดจากนรกที่กำลังจะขย้ำนางฟ้าแสนสวยเลย
แม้แต่น้อย

แม้จะอยู่ในแสงไฟสลัว แต่เรือนร่างขาวโพลนเปลือยเปล่านั้นก็สะท้อนกับแสงไฟอันน้อยนิดได้เป็นอย่างดี
หน้าอกอวบอูมส่ายเด้งเบา ๆ ในเงาสลัวนั้นตามแรงบิดตัวอย่างกระสับกระส่ายของเจ้าของร่าง แม้จะอยู่ใน
ท่าทางร่านสวาทเหมือนกะหรี่ราคาถูก แต่น้องหญิงคนสวยก็ยังคงเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังแห่งความงดงาม
ดั่งนางฟ้าเฉกเช่นเคย ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อด้วยเลือดสาวอันร้อนระอุที่ไหลรินไม่หยุด ดวงตาสวยคู่นั้น
แม้จะเปี่ยมล้นไปด้วยความหวานหยาดเยิ้มแห่งความต้องการที่โดนผลักดันด้วยฤทธ์ยาสวาท แต่ด้วยหัวใจ
ที่พยายามต่อสู้กับสภาพที่ไม่อาจต้านทานได้ ดวงตาสวยนั้นจึงเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาใส ๆ ที่หลั่งไหล
ออกมาด้วยความเสียใจ

"หึ หึ ยิ่งร้องไห้กูยิ่งเงี่ยนนะโว้ย แม่ง น่าเย็ดมากกว่าเดิมอีก" ไอ้ชดที่เห็นสภาพนี้แทนที่จะนึกสงสารอยู่บ้าง
มันกลับยิ่งรู้สึกคึกคักมากกว่าเดิมเสียอีก เพราะเรือนร่างอวบอัดเบื้องหน้าทั้งเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของสตรีเพศ
อันแสนร้อนแรง แถมมันยังแฝงไปด้วยความรู้สึกสดใสบริสุทธ์ที่น่าขยำขยี้ให้เหลวแหลกคามือของมันอีกด้
วย

ไอ้ชดไม่อยากเสียเวลาเล้าโลมใด ๆ อีกต่อไป มันจับสองขาเรียวยาวนั้นแยกออกจากกัน แล้วขยับร่างดำ ๆ
ของมันเบียดแทรกเข้าไปที่ปากทางสวรรค์นั้น มันเพ่งมองชื่นชมความงามของโคกอวบอูมสีขาวอมชมพูที่
ฉ่ำเยิ้มด้วยน้ำรักอย่างหื่นกระหาย แต่เพียงครู่เดียวมันก็ถาโถมร่างกายบึกบึนสีดำมะเมื่อมของมันลงไป
ทาบทับเรือนร่างอวบอัดนั้นราวกับหมาป่าหิวโซ

เรือนร่างนางแบบนั้นกระตุกตัวเฮือกด้วยความสยิวเมื่อปลายหัวถอกสีดำมะเมื่อมของไอ้ชด
กำลังพยายาม
เบียดแทรกร่องหลืบสีสวยเข้าไปด้วยความดุดัน บั้นเอวหนาขยับซอยยิก ๆ เร่งส่งท่อนเนื้อขนาดยักษ์
เบียดแหวกกลีบพรูสีชมพูอ่อนของเธอเข้าไปจนยับยู่ยี่ มันสูดปากร้องซี้ดซ้าดรับความอ่อนนุ่มที่ครอบคลุม
และตอดรัดตุบ ๆ ไปทั่วปลายลำลึงค์ของมันอย่างสุขสม

"อูยยย ซี๊ดดสสสสส โอยยย เข้าได้นิดเดียวน้ำเกือบแตกเลยโว้ย มันส์หัวควยชิบหาย" ไอ้ชดแหงนหน้าเริ่ด
ขณะยังคงพยายามแอ่นเอวส่งดุ้นเอ็นอวบใหญ่กระทุ้งแหวกกลีบเสียวเข้าไปอย่างรุนแรงและห
ักโหม มัน
กระดกบั้นเอวอวบหนานั้นทะลวงใส่เข้าไปยิก ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งสิ่งแปลกปลอมสีดำมะเมื่อมนั้น
โดนร่องสวาทกลืนกินเข้าไปจนมิด มันหัวเราะร่าในใจ ตอนนี้มันได้ชื่อว่าเป็นผัวของคุณหนูไฮโซแสนสวย
คนนี้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

ไอ้ชดร้องครางกระเส่าด้วยความสุขเสียวที่แล่นพล่านมาจากท่อนเนื้อส่วนล่างจนแทบสำลัก
ไปกับความ
สุดยอดของร่องสวรรค์ที่ตอดรัดหนุบหนับไปทั่วทั้งลำลึงค์ของมัน สายตาสีแดงก่ำที่เปี่ยมไปด้วยความ
กระหายนั้นเหลือกต่ำลงมามองร่างงามที่บิดไหวกระตุกส่ายไปมาด้วยความรู้สึกที่ยากจะบร
รยาย สะโพก
ขาวผ่องนั้นแอ่นเด้งเบียดโคกสวาทเข้าหาท่อนเนื้อของเขาอย่างร้อนร่าน แต่กระนั้นใบหน้าสวยกลับมี
น้ำตาไหลรินออกมาอย่างไม่ขาดสาย มันยิ่งรู้สึกคึกคักเมื่อเห็นภาพที่เร้าใจนี้

บั้นเอวหนาขยับตัวยิก ๆ ส่งดุ้นเอ็นสีดำอันใหญ่ทะลวงเข้าไปในโพรงสวาทอย่างเมามันส์ในอารมณ์ที่สุด
ท่อนเนื้ออวบอ้วนนั้นกระทุ้งเข้าใส่ร่องสวาทอย่างไม่ปราณีปราศัย ร่างเปลือยขาวผ่องของเหยื่อสวาทเด้ง
สะท้อนไปมาด้วยแรงกระแทกจากเบื้องล่าง ร่างดำ ๆ ของชายฉกรรจ์แนบสนิทติดกับหว่างขาของเธอ
ร่องสวรรค์ที่คับแน่นกำลังโดนแท่งเนื้อสีดำคล้ำวิ่งเข้าวิ่งออกอย่างไม่หยุดยั้งจนกล
ีบเสียวยับย่นเข้าออก
สลับไปมา

ในห้วงอารมณ์แห่งความสุขสมอันล้นเหลือนั้น ความวิปริตของไอ้ชดก็ออกอาการอย่างที่มันเป็นทุกครั้ง
ที่ได้ร่วมเพศกับเหยื่อสวาท และนี่เองที่เป็นเหตผลหลักที่ฮันนี่กระเทยควายยอมวางแผนร่วมกับไอ้ชด
ให้ไอ้ชดได้ผู้หญิงคนที่อาจารย์พิชัยหลงรักต้องทนกับความทรมาณอย่างที่สุด

มือหยาบใหญ่นั้นเงื้อร่าขึ้นไปในอากาศก่อนจะเหวี่ยงสะบัดลงมาตบแก้มสีชมพูอ่อนนั้นดั
งเพี๊ยะจนอีก
ฝ่ายถึงกับหน้าหัน มันมองดูแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของอีกฝ่ายด้วยความสะใจ ก่อนเงื้อฝ่ามือ
อีกข้างแล้วตบเพียะลงไปที่แก้มนวลอีกข้างด้วยความรุนแรงที่พอกันกับเมื่อครู่ มันหัวเราะหื่นกระหายด้วย
อารมณ์กำลังพุ่งทะยานสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง

หญิงสาวเหยื่อสวาทร่ำไห้อย่างเจ็บปวด แก้มขาวใสอมชมพูของเธอบัดนี้แดงก่ำ และมีรอยเลือดบริเวณริมฝี
ปาก แต่ไอ้ชดก็หาได้สนใจไม่ มันยังคงกระหน่ำส่งมือหยาบใหญ่อีกข้างหนึ่งสะบัดเพียะตบไปที่แก้มนุ่ม
ของสาวสวยจนเธอหน้าหัน และร้องออกมาด้วยเจ็บปวด มันกระหน่ำตบซ้ำอีกหลายทีจนใบหน้าสวยนั้น
แดงช้ำ พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะหื่น ๆ อย่างสะใจที่สุด

ร่างดำ ๆ นั้นอัดกระแทกซ้ำใส่ร่างอวบอัดไม่หยุดยั้ง ร่างขาว ๆ บอบบางยิ่งกระเด้งสะท้านไปมาเร็วและแรง
ขึ้นเรื่อย ๆ สองเต้าอวบกลมโดนมือหยาบนั้นบีบขยี้เหมือนจะฉีกกระชากให้ขาดวิ่นออกมาเป็นชิ้น ๆ
ในวาระที่มันเร่งเครื่องซอยกระเด้าเอวกระหน่ำอย่างสุดแรงใส่เหยื่อสวาท จนใกล้จะถึงจุดสุดยอดแห่ง
กามารมณ์ สองมือหยาบใหญ่ของไอ้ชดก็เอื้อมขึ้นไปบีบคอของเธออย่างแรง เหยื่อสวาทของมันร้องเอะอะ
โวยวายและพยายามดิ้นรนขัดขืน สองมือเล็ก ๆ พยายามปัดป่ายสองมือแข็งแรงที่บีบล๊อคคอของเธอจน
แน่นหนา แววตาของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัวและความสิ้นหวัง ไอ้ชดมองแววตาที่กลอก
ไปมาเพื่อมองหาความช่วยเหลืออย่างสุขสันต์

มันหัวเราะร่าด้วยรู้ว่าที่แห่งนี้ไม่มีใคร ไม่มีใครทั้งสิ้น มีแต่เพียงมันและเหยื่อสวาทของมันเท่านั้น
มันมองสภาพดิ้นรนในยามที่เหยื่อสวาทของมันขาดอากาศด้วยสายตาที่แดงก่ำ มันชอบมองดูเวลาที่
ผู้หญิงดิ้นรน เวลาที่เธอต่อสู้ เวลาที่เหยื่อสวาทของมันร้องขออยากมีชีวิตอยู่ ไอ้ชดไม่สนใจใด ๆ ว่า
อีกฝ่ายจะเป็นอย่างไร มันเอาแต่กระแทกเอวใส่ร่างที่แทบขาดใจนั้นอย่างไม่รู้สึกรู้สาใด ๆ ... และ
เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานนัก ดวงตาสวยคู่นั้นก็หลับลงพร้อมกับอาการหยุดนิ่งของร่างกาย น้ำตาใส ๆ
ของเธอไหลพรากลงมาจากสองตา สองตาที่ไม่มีวันจะลืมตื่นขึ้นมาได้อีกครั้ง ริมฝีปากบางนั้นเผยอ
ออกเบา ๆ พร้อมด้วยเสียงสุดท้ายอันเหนื่อยอ่อนของชีวิตที่กำลังหลุดออกจากร่าง

ไอ้ชดได้ยินเสียงร้องกระซิบเบา ๆ จากร่างนั้นหนึ่งคำ แต่มันก็ไม่ได้สนใจอะไรกับน้ำเสียงนั้น มันยังคง
กัดฟันแน่น เร่งซอยกระแทกเอวใส่ร่างบางนั้นอย่างไม่หยุดยั้ง ร่างดำมะเมื่อมนั้นกระแทกใส่ร่องหลืบฟิต
แน่นนั้นอย่างต่อเนื่อง เสียงเนื้อหน้าขาของมันกระทบกระแทกกับเนื้อเนียนนุ่มดัง พั่บ พั่บ พั่บ ไม่หยุด
และเมื่อยิ่งใกล้ถึงจุดสุดยอดมันก็ยิ่งโหมกระแทกใส่จนสุดแรง พร้อม ๆ กันกับสองมือที่ยิ่งออกแรงบีบลำคอ
ขาวเนียนของอีกฝ่ายแรงยิ่งขึ้นจนแทบจะบีบให้กระดูกคอหัก

"โอะ โอะ ซี้ดดสสสส อูยยยย เสร็จแล้วโว้ยยยย อ๊ากกกซซ" และแล้วในวินาทีแห่งความสุขสม ไอ้ชดก็สูด
ปากร้องครางออกมาเสียงดัง มันกระแทกเอวใส่ 2-3 ครั้งเป็นการทิ้งท้าย ก่อนพยายามเกร็งตัวแอ่นเอวส่ง
ท่อนเอ็นให้มุดเข้าไปในร่องหลืบให้ลึกที่สุดก่อนที่จะพ่นน้ำเชื้อชั่ว ๆ ของมันเข้าไปเต็มร่องหลืบนั้น ใน
ห้วงอารมณ์นี้ไอ้ชดออกแรงบีบคออีกฝ่ายสุดแรง จนมันไม่ได้รับรู้เลยว่าดวงตาคู่สวยที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตา
คู่นั้นได้ปิดลงสนิทลงไปแล้ว ... และดูเหมือนว่ามันจะปิดสนิทไปตลอดกาลอย่างที่ไม่มีวันหวนกลับคืน
มาอีก

"ซี้ดดสสส สุดยอดเลยเว้ย ได้เย็ดอีคุณหนูแบบนี้ มันส์หัวควยชิบ ... เฮ้ย ชิบหายนี่กูเผลอบีบคอมันตาย
อีกแล้วเหรอวะ เหี้ยเอ๊ย ตื่นซิวะ เสียของชิบหาย" ไอ้ชดที่กำลังร้องครางอย่างเมามันส์ด้วยความสุขเสียว
ถึงกับสะดุ้งตัวเมื่อมันได้คลายจากอารมณ์สวาทอันแสนวิปริตของมันลงแล้ว มันรีบคลายมือที่บีบลำคอ
ที่แดงเป็นปื้นใหญ่นั้นออกอย่างรวดเร็ว แต่เหมือนว่ากว่ามันจะรู้สึกตัวก็ช้าไปแล้ว เพราะเหยื่อสวาทของ
มันไม่ได้หายใจอีกแม้แต่น้อย ทรวงอกที่กระเพื่อมไหวเบา ๆ ตลอดเวลาบัดนี้นิ่งเงียบสนิท แถมร่างของ
อีกฝ่ายนั้นก็ค่อย ๆ เริ่มเย็นเยียบลงจนน่ากลัว จากร่างอุ่น ๆ นุ่ม ๆตอนนี้มันกลับเริ่มรู้สึกได้ว่าสิ่งที่มัน
กำลังกอดอยู่ไร้สิ้นซึ่งชีวิต มีแต่เพียงเลือดเนื้อที่ไร้วิญญาณ

ด้วยความกลัวมันพยายามจะใช้มือแงะสองขาที่เกี่ยวตวัดรอบบั้นเอวของมันออกไป แต่มันกลับไม่อาจ
จะทำได้ มันขมวดคิ้วด้วยรู้สึกแปลกใจที่เรี่ยวแรงของมันไม่อาจจะสู้กับแรงของคนตายได้ มันเริ่มรู้สึก
ใจเสียอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเคยได้ยินมาว่ากล้ามเนื้อของคนตายบางครั้งจะเกร็งมาก
จนขยับไม่ได้ ตอนนี้มันคิดเพียงว่าอยากจะแยกออกจากร่างของเหยื่อสวาทให้เร็วที่สุด โดยไม่ได้รู้สึก
รู้สาอะไรกับสิ่งที่มันเพิ่งได้กระทำลงไปแม้แต่นิดเดียว

ไอ้ชดหันซ้ายหันขวาไปมองรอบข้างเพื่อหาตัวช่วย แต่มันก็ไม่เห็นเงาใครสักคน มันถึงกระเทยควาย
ร่างยักษ์ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเพื่อนร่วมแกงค์ของมันนั้นวิ่งตามเหยื่ออีกคนของมันออกไปด้านนอก มัน
พยายามเหลียวซ้ายแลขวาหาตัวช่วยอีกครั้ง แต่มันก็ไม่เห็นใคร หรืออุปกรณ์ใด ๆ ที่พอจะช่วยมันได้
นอกเสียจากเงาร่างของสาว ๆ สองคนที่นอนสงบนิ่งอยู่กับพื้นเบื้องหน้าใกล้กับบรรไดที่ซึ่งไม่ไกลออก
ไปนัก ........ มันมองผ่านเงาร่างของสาว ๆ สองคนนั้นไปในแว้บแรกอย่างไม่สนใจ ก่อนที่จะหันกลับ
มามองเงาของสาว ๆ ทั้งสองคนนั้นใหม่ด้วยความตื่นตระหนก

ผู้หญิงสองคน !!!!! ..... ไอ้ชดเริ่มรู้สึกตระหนักได้ถึงความน่ากลัวของอะไรบางอย่างจนขนหัวลุก มันพยายาม
เพ่งมองไปยังความมืดนั้น และไม่รู้ว่ามันจะคิดไปเองหรือเปล่า แต่ไฟที่ฉายแสงสลัว ๆ เมื่อครู่นี้ก็เริ่มสว่างขึ้น
เล็กน้อย และมันก็สว่างเพียงพอจนมันเห็นร่างของสองสาวที่นอนสลบอยู่จนได้ชัด หนึ่งในนั้นคือ ผู้หญิงนัก
เคนโด้ที่เอาท่อนไม้เสียบคอมันจนแทบทะลุ และเป็นคนเดียวกับที่มันเห็นชัด ๆ ว่าเพิ่งจะวิ่งหนีออกไปข้าง
นอกบ้านเมื่อกี้นี้จนฮันนี่ต้องวิ่งไล่ตามออกไป ... ส่วนอีกคนนั้นเล่า หน้าตาและรูปร่างที่สวยสดใสนั้นกลับ
เหมือนกันกับเหยื่อสวาทที่มันเพิ่งจะลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ไปแล้วชัด ๆ .... หัวใจของมันตกวูบด้วย
ความคิดที่ว่า ถ้าหากสองสาวนั่นยังคงนอนอยู่ข้างบรรได แล้วใครเล่าที่มันเพิ่งจะข่มขืนจนเสร็จสมไป !!!!!!!


................................................................................
....


"อีฮันนี่โว้ย ไอ้แห้งโว้ย ... อีฮันนี่ ไอ้แห้ง ... พวกมึงหายไปไหนกันหมดโว้ย ช่วยจับไอ้ชดก่อน มันจะเอาผู้หญิง
ของกูไปแล้ว แล้วนี่ไฟดับได้ยังไงวะ มืดโว้ย อีฮันนี่ ไอ้แห้ง มาเปิดไฟให้กูด้วย "อาจารย์พิชัยร้องตะโกนด้วยลำคอ
ที่แหบแห้งอยู่ในห้องเก็บเสียงที่อยู่ชั้นสอง โฟมดูดเสียงอย่างดีที่แปะติดไว้รอบห้องทำให้เสียงของเขาไม่มีทางหลุด
ออกไปจากห้องถ่ายทำหนังใต้ดินนี้ได้แม้แต่คำเดียว ใบหน้าของเขาแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะเลือดที่กลบปากจากการ
โดนไอ้ชดต่อยเท่านั้น หากแต่เป็นเพราะว่าความโกรธแค้นอันใหญ่หลวงที่อัดแน่นอยู่ในอกต่างหาก

อาจารย์พิชัยหนุ่มหล่อขวัญใจนักศึกษาสาว ๆ ประจำมหาวิทยาลัยเพิ่งจะประสบกับความล้มเหลว และความรู้สึก
อยากจะฆ่าคนเป็นครั้งแรกในชีวิต ข้อมือและข้อเท้าของเขาบวมแดงด้วยพยายามดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการ
บ้า ๆ ที่ล่ามเขาไว้

เขาสบถอย่างหยาบคายเมื่อนึกไปว่าน้องหญิงนักศึกษาดาวเด่นประจำมหาวิทยาลัยที่เขาหลงไ
หลจะโดนไอ้ชด
คนขับรถของเขากระทำการย่ำยีเช่นไรที่ด้านนอกนั่น เขาแอบภาวนาให้น้องหญิงหนีรอดไอ้ชดไปได้ แต่อีกใจ
ก็รู้ดีว่าหากหนีไปได้จริง ๆ เขานั่นแหละที่จะเดือดร้อนแสนสาหัส แต่กระนั้นก็รู้ดีว่าน้องหญิงไม่มีทางหนีพ้น
ไปได้อย่างแน่นอนเขาพยายามตัดใจ แต่ก็ไม่อาจจะทำได้ง่ายนัก กับการตัดหญิงสาวที่เขาหลงไหลตั้งแต่แรก
เห็น เสียดายก็เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้เป็นคนหาความสุขบนเรือนร่างแสนหวานสุดเอ็กซ์นั้นเองก็
เท่านั้น


"น้องหญิง ... หนีไอ้ชดมาได้เหรอ ??" อาจารย์พิชัยร้องด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นร่างเปลือยขาวผ่องและ
ใบหน้าแสนหวานของน้องหญิงลูกศิษย์แสนสวยเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ทำให้เขาขนลุกซู่

"พี่ฮันนี่จัดการให้แล้วค่ะ ... อาจารย์พิชัยรักหญิงจริง ๆ เหรอคะ ?" น้ำเสียงหวานใสนั้นดังขึ้นพร้อมกับเสียง
ปิดประตูแล้วลงกลอนอย่างแน่นหนา กิริยาอาการนั้นเหมือนกับว่าไม่ต้องการให้ใครเข้ามายุ่มย่ามทั้งสิ้น

"เอ่อ ... รักซิครับ พี่รักน้องหญิงมาก เลยต้องวางแผนทำอย่างนี้ พี่ขอโทษนะที่ทำแบบนี้" อาจารย์พิชัยแม้จะ
กำลังงง ๆ กับเหตการณ์ที่เกิดขึ้น แต่กิริยาอาการของสาวสวยเบื้องหน้ากำลังบ่งบอกว่าไม่ได้โกรธในสิ่งที่เขา
ได้ทำลงไป จึงรีบพูดจาหวานใส่

"รักหญิงจริง ๆ เหรอคะ ... ความรัก หรือแค่ความใคร่ อยากจะมีอะไรด้วย?" สาวสวยถามขณะเดินใกล้เข้า
ไปด้วยสายตาเย้ายวนชวนฝัน

"อะ เอ่อ ... รักซิจ๊ะ ส่วนเรื่องความใคร่น่ะอาจจะมีบ้าง แต่ความรักสำคัญกว่า" อาจารย์พิชัยพูดด้วยน้ำเสียง
หวานขณะพยายามอ่านใจอีกฝ่ายว่าต้องการอะไรกันแน่ หากแต่เรือนร่างอวบอัดเต่งตึงที่เปล่งประกายยั่วยวน
นั้นก็ทำให้เขานึกหาเหตผลใด ๆ ไม่ออก นอกจากคิดเข้าข้างตัวเองไปว่า สาวสวยกำลังหลงเสน่ห์ของเขาแล้ว

"คิก คิก ไม่ใช่ความใคร่ แล้วทำไมตรงนี้ถึงได้ผงกหัวหงึก ๆ น่ากลัวแบบนั้นล่ะคะ" เมื่อร่างนางแบบนั้นเดิน
ไปยืนต่อหน้าของอาจารย์พิชัย สาวสวยทรงเสน่ห์ก็หัวเราะเบา ๆ ขณะใช้นิ้วชี้ไปแตะสัมผัสเบา ๆ ที่ปลายท่อน
เนื้อดุ้นใหญ่สีคล้ำที่กำลังแข็งตระหง่านชูชันโด่เด่ด้วยฤทธ์ยาไวอากร้าชั้นดี

"อูยยย ... มันก็มีบ้างนะ แต่ยังไงพี่ก็รักน้องหญิงนะครับ แก้มัดให้พี่เถอะ เราจะได้มีความสุขด้วยกัน " อาจารย์
พิชัยสะดุ้งตัวเบา ๆ กับความเสียวแปล๊บที่โดนปลายนิ้วสัมผัสตรงยอดของความเป็นชาย และแม้จะรู้สึกแปลกใจ
ในความร้อนแรงของลูกศิษย์สาวแสนสวยอยู่บ้าง แต่ก็ปล่อยมันไปโดยไม่คิดอะไรให้มากความ ด้วยรู้สึกมั่นใจ
ในเสน่ห์ของตัวเองส่วนหนึ่ง และอีกส่วนก็เพราะสมาธิทุกส่วนกำลังละลานตาไปกับความสวยเบื้องหน้าจนหมด

"ทำเป็นปากหวาน อาจารย์ก็แค่จะหลอกฟัน แล้วทิ้งใช่มั้ยล่ะคะ" สาวสวยทำตาหวานใส่ขณะขยับเรือนร่าง
เปลือยเปล่านั้นเบียดกระแซะเข้าหาอาจารย์หนุ่มจนหน้าอกอวบอั๋นนั้นบดเบียดกับแผงหน้า
อกของเขา มือนุ่ม ๆ
ของเธอก็ไม่ปล่อยให้ว่างงาน มือเล็ก ๆ นั้นลูบไล้ไปตามท่อนเอ็นดุ้นใหญ่ของเขาไม่หยุด

"อูยยย น้องหญิงครับ พี่ไม่หลอกนะ พี่รักน้องหญิงจริง ๆ สาบานได้" อาจารย์พิชัยใจเต้นแรงไปกับความร้อนแรง
ของลูกศิษย์สาวจนแทบลืมหายใจ หากเป็นไปได้เขาอยากจะเอาพันธนาการที่ล่ามเขาไว้ออกไปในทันที เพื่อที่จะ
ได้หาความสุขกับเรือนร่างนุ่มนุ่มที่อยู่ตรงหน้าให้หายอยาก

"ไม่อยากได้หรอกค่ะ คำสาบานน่ะ อยากได้อย่างอื่นมากกว่า" สาวสวยขยับตัวเบียดชิดเข้าไปอีกจนเนื้อนุ่ม ๆ
นาบไปกับเรือนร่างแกร่งของอีกฝ่ายจนจวนจะเป็นเนื้อเดียวกัน เธอขยับเข้าไปกระซิบบอกที่ข้างหูของชายหนุ่ม
จนอีกฝ่ายขนลุกเกรียว ขณะที่มือยังคงรูดถอกท่อนเอ็นที่กำลังบวมเป่งอย่างไม่หยุดมือ

"ยะ อยากได้อะไรล่ะครับ พี่จะหามาให้ได้ทุกอย่างเลย พี่สัญญา ซี้ดดดสสส" อาจารย์พิชัยแม้จะผ่านสาว ๆ
มามาก แต่ก็ไม่เคยเจอใครที่ทำให้เขาใจเต้นได้แบบนี้มาก่อนเลยแม้แต่คนเดียว สติของเขาเหมือนจะเลอะเลือน
หลอมละลายไปกับนวลเนื้อนุ่ม ๆ และลมหายใจอุ่น ๆ ที่ราดรดใบหูเสียจนสิ้น

"หนูอยากจะดูใจน่ะค่ะ ... " สาวสวยพูดก่อนก้มหน้าใช้ปากบางจูบเม้มที่ลำคอของอีกฝ่าย ไล่ลงมาที่หัวไหล่
แล้วมาวนเวียนที่บริเวณหน้าอกด้านซ้ายอย่างมีชั้นเชิง

"โธ่ ... น้องหญิงครับ อย่าทรมาณพี่เลยครับ ถ้าต้องดูใจกันก่อนจะมีอะไรกัน พี่คงลงแดงตายแน่ ๆ เป็นของ
พี่เถอะนะ รับรองว่าพี่จะคอยดูแลน้องหญิงให้ดีที่สุด" อาจารย์พิชัยที่กำลังเคลิบเคลิ้มตอบอย่างที่ตัวเองเข้าใจ
คำว่าดูใจ ในความหมายของเขาน่าจะหมายถึงการที่ให้คบหากันไปก่อน และยังไม่มีความสัมพันธ์ทางเพศ
กัน ซึ่งมันคงเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดสำหรับเขา

"ไม่ใช่ค่ะ ... หนูหมายถึงดูใจจริง ๆ นะคะ" สาวสวยตอบ แล้วหันมาใช้ปากดูดดุนที่หน้าอกนั้นต่อ โดยเน้น
พรมจูบที่หัวนมบนอกด้านซ้ายของชายหนุ่ม

"อูยยยย ดะ ... ดูยังไงครับ ไม่ใช่คบหากันก่อนเหรอ อืมมม ซี้ดดสสส" อาจารย์ร้องครางกระเส่าด้วยลีลารักอัน
แสนสยิวเหลือร้ายของลูกศิษย์สาว

"ก็ดูใจน่ะค่ะ เดี๋ยวหนูทำให้ดูก่อนนะคะ แต่สัญญาซิคะว่าอาจารย์จะทำตามหนู" สาวสวยใช้หูแนบไปที่หน้าอก
ด้านซ้ายของเขา เหมือนจะพยายามฟังเสียงหัวใจที่กำลังเต้นโครมครามของเขา

"ได้ครับ พี่สัญญา ถ้าจะทำให้น้องหญิงรักพี่ได้ พี่ยอมทำทุกอย่าง" อาจารย์พิชัยพยักหน้าหงึก ๆ รับปากไปทั้ง ๆ
ที่ยังไม่รู้หรอกว่าสาวสวยต้องการอะไร รู้แต่ว่าหากเธอทำได้ เขาก็ทำได้

"งั้นดูดี ๆ นะคะ" สาวสวยถอยตัวออกห่างจากร่างของอาจารย์หนุ่มประมาณ 1 ช่วงแขนแล้วยิ้มหวานให้ เธอใช้
สองมือขยับขึ้นมาประคองสองเต้าอวบใหญ่กลมกลึงเพื่อดึงดูดความสนใจของอีกฝ่าย และเหมือนจะได้ผลดีเพราะ
อีกฝ่ายนั้นถึงกับต้องกลืนน้ำลายไปกับความใหญ่โตแถมยังเต่งตึงน่าฟัดของหน้าอกภูเขาไ
ฟสองลูกนั้น

"จะยั่วพี่เหรอครับน้องหญิง อย่ายัวเลยนะ พี่ทนไม่ไหวแล้ว" อาจารย์พิชัยแลบลิ้นเลียรอบปากด้วยความเงี่ยน
ท่อนเอ็นของเขาบวมแล้วบวมอีกจนแทบระเบิดออกอยู่รอมร่อแล้ว แต่ลูกศิษย์คนสวยยังคงแกล้งเขาอยู่อีก

"ไม่นานหรอกค่ะ เตรียมตัวนะคะ หนูจะให้อาจารย์ดูใจหนูแล้วนะคะ เตรียมตัวให้ดี" สาวสวยยิ้มหวาน
ก่อนขยับทั้งสองมือเอาปลายนิ้วทั้งสิบจิ้มไปที่กลางทรวงอกของตัวเอง

"จะ ... จ้ะ ..." อาจารย์ตอบไปทั้ง ๆ ที่รู้สึกเย็นวูบอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าอากาศรอบข้างมันเย็นลงหรือเป็น
เพราะอะไร รู้แต่เพียงว่าขนอ่อนทั้งตัวของเขาลุกชูชันไปหมด แต่เขาบอกตัวเองว่าช่างเถอะ นาทีนี้ต่อให้ผี
หลอกเขาก็ไม่สนหรอก ... และขอยืนยันว่าเขาคิดในใจอย่างนี้จริง ๆ ... จนกระทั่งต้องเบิกตาโพลงเมื่อได้
ยินเสียงแคว้กดังขึ้น

"อะ อะ ... อะ ผะ .. .ผะ ผะ .. ผิ .... ผี ผี ..." อาจารย์พิชัยเหงื่อแตกพลั่ก ร้องออกมาแทบไม่เป็นภาษาคน
ร่างกายเกร็งไปทั้งตัวจนแทบลืมหายใจ ตอนนี้น้องหญิงกำลังให้เขาดูใจของเธอจริง ๆ ไม่ใช่ใช้เวลาในการ
คบหากันไปก่อน แต่ว่าเธอเล่นเอามือแหวกอกเปิดหัวใจสด ๆ ออกมาให้เห็นกันชัด ๆ ไปเลย

ไปอ่านต่อเต็มๆที่หน้า 9 นะครับ

*

Offline zole

  • ***
  • 3
  • 0
    • View Profile
ผมเป็นแฟนคลับเรื่องนี้ตั้งนานแล้วคับ