ขายหนังโป๊


0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

ศึกจักวาล 1
« on: December 10, 2009, 09:29:20 PM »
Episode I ปี ค.ศ 3201 จักรวรรดิ์โมไนซา (ชื่อยังกะเผ่าแถวอาฟริกานู่น) นำโดยจอมทรราชย์แห่งห้วงจักรวาล ไซโตค็อต เหลิงอำนาจบุกเข้าโจมตีระบบสุริยจักรวาล หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เข้ายึดระบบจักรวาลอื่นในกาแลคซี่ทางช้างเผือกมาแล้วถึง 4 แห่ง เมื่อใดที่สามารถยึดระบบสุริยจักรวาลได้สำเร็จ จักรวรรดิ์โมไนซาจะกลายเป็นผู้ครอบครองกาแลคซี่ทางช้างเผือกและระบบพลังงานทั้งหมดของกาแลคซี่นี้อย่างสิ้นเชิง เพราะระบบ สุริยจักรวาลดูจะเป็นระบบจักรวาลสุดท้ายในกาแลคซีนี้ที่เข้มแข็งพอที่จะต่อกรกับจักรวรรดิ์โมไนซาได้ ณ ฝ่ายบัญชาการ กองทัพสันนิบาตสุริยจักรวาลดวงอาทิตย์ ซึ่งตั้งมั่นอยู่ที่ดาวเนปจูนคณะมนตรีสันนิบาตกำลังประชุมกันอย่างเคร่งเครียดถึงสถานการณ์ล่าสุดของสงคราม "เราถูกรุกไล่จนจะหลุดขอบระบสุริยะอยู่แล้ว ผมต้องการความเห็นที่ใช้การได้ว่าเราควรทำอย่างไรกับสถานการณ์เช่นนี้" จอมพลม็อคต้า ประมุขแห่งสันนิบาตจากดาวเสาร์ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังผสมแห่งระบบสุริยะกล่าวอย่างหงุดหงิดกลางที่ประชุม (ขอแทรกตรงนี้สักนิดเพื่อความเข้าใจครับ - ในอีกพันกว่าปีข้างหน้าสันนิษฐานว่าระบบ สุริยจักรวาลของเราจะเต็มไปด้วยเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตในอวกาศจอพยพกันเข้ามาอยู่ แม้ดาวอื่นๆ ที่มนุษย์โลกไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ แต่เผ่าพันธุ์อื่นสามารถปรับตัวอยู่ได้ แถมยังมีอุปกรณ์เทคโนโลยีล้ำยุคสุดๆ ที่ทำให้มนุษย์เราสามารถเดินทางและใช้ชีวิตในดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ในระบบอวกาศนี้ได้อย่างสบาย...ว่าเข้านั่น) "ขออนุญาตครับท่านจอมพล" พอลสมัค ประธานาธิบดีแห่งดาวศุกร์ กล่าว หลอดสองอันที่งอกอยู่บนหัวของเขาส่ายไปมาแสดงถึงความลังเล "ผมคิดว่าเราน่าจะขอความช่วยเหลือจากพันธมิตรในระบบจักรวาลอื่น โดยแสดงให้พวกนั้นเห็นว่าถ้าระบบสุริยจักรวาลของเราถูก ไซโตค็อต ยึดครองไป ความเลวร้ายที่สุดจะตกมาถึงพวกเขา" "เป็นความเป็นที่ดีสมัค” ท่านประมุขว่า “เว้นแต่ว่า มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ท่านก็รู้ว่าพวกนั้นน่ะตาขาวขนาดไหน และถึงพวกเขาจะยอมช่วยเรา มันก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางสำเร็จ เพราะขณะนี้เหลือเพียงเราที่เข้มแข็งที่สุด พันธมิตรที่พอช่วยเราได้ก็ถูกไซโตค็อตยึดครองไปหมดแล้ว" เสียงฮึมฮัมดังขึ้นด้วยด้วยควาสิ้นหวัง "เอาล่ะๆ." ท่านประมุขขัดขึ้นด้วยความรำคาญ "มันยังมีทางออกอยู่อีกสองทาง ทางแรกเราจะสู้จนถึงที่สุด..เอ่อ สำหรับทางนี้ผมยังไม่เห็นทางว่าเราจะชนะได้ยังไง ทางที่สองเราถอยไปตั้งหลักที่อื่น ซึ่งก็ไม่ง่ายเพราะระบบจักรวาลอื่นคงไม่ค่อยเต็มใจที่จะให้พวกเราไปหลบสักเท่าาไหร่เพราะจะทำให้เขากลายเป็นศัตรูของ ไซโตค็อต เอาละ มันขึ้นกับพวกคุณแล้วว่าจะเลือกทางไหน" เสียงฮือฮาจ๊อกแจ๊กจอแจดังกระหึ่มขึ้น "ท่านประมุขครับ" มีเสียงดังมาจากปลายโต๊ะเสียงจอแจในห้องประชุมเงียบลง "ผมว่าเรายังมีทางที่สามเหลืออยู่ครับ เพียงแต่ต้องอาศัยความร่วมมือและการเสียสละของพวกเรา" ทุกคนหันไปมองบุรุษกลางคนผู้พูด ศีรษะเขากลมเกลี้ยงโตเกินตัวรับกับใบหูขนาดใหญ่ ดวงตาที่โตปูดโปนส่องประกายแวววาวแสดงให้เห็นถึงความชาญฉลาด เขาคือ ปากัส ผู้ปกครองดาวอังคาร "มีความคิดอะไรดีๆ หรือ ปากัส" ท่านประมุขถาม "ครับ ท่านประมุขคงจำการทำนายของโซลาคริสตัลในการชุมนุมรอบทศวรรษของจักรวาลเราเมื่อครั้งก่อนได้" "ใช่ ผมจำได้ มีอะไรที่ผมลืมไปหรือ?" "พวกเราที่นี่ทุกคนได้รับทราบถึงความแม่นยำในการทำนายของโซล่าคริสตัลกันมานักต่อนักแล้ว ถ้าทุกคนจำได้ในการทำนายครั้งล่าสุด โซลาคริสตัลบอกเราว่าเราจะถูกรุกรานโดยศัตรูที่แข็งแกร่ง” “อันนี้เรารู้อยู่แล้ว” เสียงหนึ่งขัดขึ้น "เอาละ... ผมจะชี้ให้เห็นสิ่งที่เราอาจลืมไป นอกจากโซลาคริสตัลจะบอกเราเรื่องการรุกรานแล้ว ลูกแก้วสุริยะยังบอกเราถึงทางต่อสู้ด้วย...ถ้าทุกคนจำได้ ลูกแก้วบอกเราว่าพลังของผู้นำเผ่าพันธุ์อันดับสามของระบบสุริยะของเรากับพลังเหนือจักรวาลจะช่วยกำจัดผู้รุกรานได้" "อืม..ผมพอนึกออกเลาๆ เห็นทีต้องกลับไปดูบันทึกซะแล้ว" ท่านประมุขกล่าว "ว่าแต่ว่า มันหมายความว่าอย่างไรล่ะ" "ผมใช้พลังญานพิเคราะห์คำทำนายของโซลาคริสตัลแล้ว เห็นว่าเผ่าพันธุ์อันดับสามของระบบสุริยะจะเป็นใครอื่นไม่ได้นอกจากเผ่าพันธุ์ ฮิวมานอยล์ (humanoil) ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์บนดาวเคราะห์โลกซึ่งอยู่อันดับสามจากดวงอาทิตย์ เราก็รู้ว่าผู้ปกครองของฮิวมานอยส์มีพลังพิเศษอย่างที่เผ่าพันธุ์อื่นทำไม่ได้ ส่วนพลังเหนือจักรวาลก็น่าจะเป็นพลังงานซูเปอร์โนวา (การระเบิดของดาวฤกษ์) ที่รุนแรงเหลือประมาณ ดังนั้นผมเชื่อผู้นำของดาวเคราะห์โลกนี่แหละที่จะสามารถดึงพลังซูเปอร์โนวามาทำลายกองกำลังของจักรวรรดิ์โมไนซาได้" พูดจบเสียงฮือฮาดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง "ผมว่าคุณดูหนังสงครามอวกาศของดาวอังคารของคุณมากไปหรือเปล่าปากัส” สกันลาเพา ประธานาธิบดีของดาวพูลโตขัดขึ้น แล้วก็ตามด้วยเสียงฮาลั่นห้องประชุม “ลานาจุะดึงพลังซูเปอร์โนวาได้ยังไง เราก็รู้ซูเปอร์โนวาน่ะเป็นพลังขนาดไหน” เขาหันไปมองหญิงสาวสวยวัยกลางคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม เธอคือราชินีลานา ผู้ปกครองแห่งดาวเคราะห์โลก “ผมก็รู้ว่าลานามีพลังพิเศษแต่ก็ดูจะเป็นไอ้จำพวกยกของ งอช้อน หยุดนาฬิกา อะไรเทือกนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ใกล้เคียงกับการดึงดูดพลังอะไรต่ออะไรอย่างที่คุณพูดถึงเลย" สกันลาเพา พูดต่อเสียงหัวเราะดังขึ้นอีก สีหน้าของราชินีลานายังเรียบเฉย "เอาละๆ" ท่านประมุขขัดขึ้น "เราอย่าเพิ่งมาเถียงกันในสิ่งที่ยังไม่ชัดเจนเลย บอกตรงๆ ผมก็มีความรู้สึก ว่าสิ่งที่ลูกแก้วโซลาบอกเราต้องใช้การได้ เพราะโซลาคริสตัลไม่เคยผิดพลาด แต่สิ่งที่เราไม่รู้คือข้อพิเคราะห์ของปากัสนั้นถูกต้องหรือไม่" “ผมว่า ทำไมเราไม่รองพิสูจน์ดูล่ะครับว่าข้อพิเคราะห์ของผมมีเหตุผลหรือไม่" ปากัสพูดและโบกหูใหญ่โตไปมาแสดงถึงความหงุดหงิด ท่านประมุขชะโงกหน้าหาลานา "ว่ายังไงลานา คุณจะแสดงอะไรให้เราเห็นสักนิดหน่อยได้ไหมว่าสิ่งที่ปากัสพูด พอมีเหตุผลซึ่งมันจะช่วยให้พวกเรามีความหวัง" ลานา ราชินีหม้ายสาวสวยวัย 38 ปี แห่งดาวเคราะห์โลกนิ่งเงียบอย่างใช้ความคิด ก่อนที่จะเอ่ยเสียงใสกังวาลดุจระฆังสะกดให้ทุกคนฟังอย่างจดจ่อ "ท่านประมุขค่ะ บรรพบุรุษของดิฉันผ่านวิวัฒนาการมานับพันปีจนสามารถสร้างพลังจิตที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติได้ เราใช้พลังของเราทำประโยชน์ได้หลายอย่างซึ่งมากกว่าเรื่องงอช้อน หรือยกของแน่นอน แต่ดิฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้อย่างที่ท่านปากัสพูดมาหรือไม่" "เอาเป็นว่าคุณแสดงอะไรให้พวกเราดูสักหน่อยก็แล้วกันเดี๋ยวผมจะบอกเองว่า คุณจะทำได้อย่างที่ปากัสว่าหรือไม่" ท่านประมุขบอก ลานาพยักหน้า แล้วค่อยๆ พริ้มตาลง ใบน่างามได้รูปผิวละเอียดริมฝีปากอันอวบทำให้เธอดูสวยสง่าอย่างน่าหลงไหล กระทั่งชีวิตต่างเผ่าพันธุ์ในห้องประชุมก็ยังอดชื่นชมในความงามสง่าของเธอไม่ได้ สักพักบรรยากาศสีน้ำเงินที่เต็มไปด้วยไฮโดรเจน ฮีเลียม แอมโมเนีย และก๊าซมีเทนของดาวเนปจูนก็เริ่มปั่นป่วน เสียงฟ้าคำรามกระหึ่ม พายุฝนเริ่มโหมกระหน่ำ พร้อมฟ้าผ่าและพายุหมุน ทุกคนหันออกไปดูนอกห้องกระจกอย่างตกตะลึงเมื่อฟ้าผ่าลงกลางภูเขาหลายครั้งติดต่อกัน พร้อมกับระเบิดลูกไฟเกิดขึ้นกลางอากาศหลายครั้ง แล้วความแปรปรวนก็ค่อยๆ สงบลงพร้อมๆ กับดวงตาของลานาที่ค่อยๆ เปิดขึ้น ทุกคนในห้องประชุมนิ่งเงียบอย่างไม่เชื่อสายตา "เป็นอันว่าผมเชื่อคุณ ปากัส" ท่านประมุขทำลายความเงียบขึ้น "บอกผมสิเราต้องทำยังไงบ้าง" ปากัสหันมาหาลานา "คุณมีพลังอย่างที่เราคาดไม่ถึงจริงๆ แต่คุณคิดว่าเพียงพอที่จะดึงพลังซุปเปอร์โนวาได้หรือไม่" "ไม่มีทาง” เธอตอบ “เว้นแต่ว่า..." ลานาเงียบไปท่ามกลางความใจจอใจจ่อ ของทุกคน "เว้นแต่อะไร ราชินีลานา" สกันลาเพาเอ่ยขึ้น "ถ้าคุณต้องการอะไรก็บอกมาเถอะพวกเราพร้อมจะสนับสนุนช่วยเหลือคุณอย่างเต็มที่ ผมต้องขอโทษด้วยที่ปรามาสคุณเมื่อสักครู่ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าคุณคือความหวังสุดท้ายของพวกเรา" "นั่นสิ มีอะไรก็ว่ามาเลย ลานา เราจะทำเต็มที่เพื่อช่วยให้คุณทำงานนี้ ให้สำเร็จ" ท่านประมุขเสริมขึ้น "หามิได้ค่ะท่านประมุข การดึงพลังงานซูเปอร์โนวาได้นั้นก็พอมีทางอยู่ เพียงแต่..แต่ เอ่อ" ลานาเงยหน้าขึ้นก็เห็นทุกคนกำลังจ้องมองเธออย่างคอยความหวัง "เพียงแต่ดิฉันต้องทำบางอย่างที่ผิดธรรมเนียมประเพณีและเป็นเรื่องน่าละอายของชาวฮิวมานอยล์" "ลานา เพื่อความอยู่รอดของดาวเคราะห์ทุกดวงในสุริยจักรวาลนี้รวมทั้งโลกของท่านด้วย เราคิดว่าเราสามารถทำให้คนของท่านยอมรับในสิ่งที่ท่านทำได้…ไม่ว่าอะไรก็ตาม ว่าแต่ว่าอะไรล่ะที่ทำให้ท่านหนักใจ" ท่านประมุขพูด "คือในเผ่าพันธุ์ฮิวมานอยล์ ตระกูลของของดิฉันจะมีพลังพิเศษเหนือฮิวมานอยล์อื่นๆ เราจึงได้ปกครองโลกต่อเนื่องมาหลายร้อยปี และพลังพิเศษของเราจะเพิ่มเป็นหลายหมื่นหลายแสนเท่าเพียงแต่เรา..เรา.เอ่อ..สมสู่กันเองระหว่างคนในตระกูล ยิ่งความผูกพันทางสายเลือดใกล้ชิดเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้พลังเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ" "สมสู่...สมสู่ นี่เหมือนผสมพันธุ์หรือเปล่าอ่ะ” เสียงทุ้มยานคางดังมาจาก โทมิลอส ผู้ปกครองดาวพฤหัส รูปร่างอ้วนใหญ่หัวโตประหลาดที่มีหนวดคล้ายปลาหมึกงอกออกมาทั่วสรรพางค์ “ใช่ เหมือนกันนั่นแหละ” ใครบางคนตอบขึ้น โทมิลอสส่งเสียงหัวเราะ “โธ่เอ๊ย ลานา ผสมพันธุ์กันในครอบครัว ไม่เห็นเป็นเรื่องเสียหายอะไร พวกเราที่ดาวพฤหัสฯ ก็ทำอย่างนี้กันเป็นปกติ ฮ่า ๆๆๆ” "นั่นมันดาวพฤหัสฯ ของท่าน แต่ที่ดาวโลกมันเป็นเรื่องไม่เหมาะสม" ปากัสตอบแทนลานา แล้วพูดต่อ "มันขึ้นอยู่กับท่านแล้วล่ะลานา ว่าท่านจะยอมช่วยพวกเราหรือไม่" ปากัสพูด ความคิดของราชินีลานาตอนนี้ตระหวัดไปถึงเรื่องราวต่างๆมากมาย เธอเคยภาวนาว่าอย่าให้มีวันที่ทำให้เธอต้องสร้างพลังพิเศษเพิ่มขึ้นเลย ตระกูลของเธอจะใช้วิธีนี้ต่อเมื่อถึงคราวจำเป็นจริงๆ และก็เคยมีเพียงไม่กี่ครั้งที่เกิดเหตุการแบบนี้ขึ้นกับบรรพบุรุษของเธอ เธอหวนคิดถึง อินทากอน และ วีว่า ลูกชายและลูกสาวของเธอ อินทากอน วัย 16 ปี กำลังเป็นหนุ่มฟ้อ รูปร่างล่ำสันใบหน้า คมคายไม่เแพ้บิดาผู้ล่วงลับ เขากำลังฝึกเป็นนักรบเพื่อรับตำแหน่งผู้นำกองทัพโลกในอนาคตเช่นเดียวกับบิดาผู้ล่วงลับ ส่วนวีว่า องค์หญิงผู้เลอโฉมวัย 14 ปี แม้เพิ่งจะเริ่มเป็นสาวแต่ความสวยของเธอก็ไม่แพ้มารดา เด็กสาวรูปร่างแบบบางสดใสแต่แววตาเต็มไปด้วยความมั่นใจ ลานารู้สึกร้อนวูบวามที่หว่างขาเมื่อคิดว่าเธอจะต้องร่วมเพศกับลูกชายเพื่อสร้างพลัง เธอไม่สามารถบังคับตัวเองไม่ให้คิดถึงวันนั้นได้ วันที่เธอเห็นท่อนเนื้อขนาดใหญ่ของบุตรชายโดยบังเอิญ ตอนนั้นลานาเดินไปที่ห้องของอินทากอนเพื่อถามไถ่ธุระบางอย่างเมื่อไปถึงหน้าห้องก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ภายในห้อง เหมือนเสียงคราง เธอจึงผลักบานประตูเบาๆ ห้องไม่ได้ล็อก เมื่อประตูแง้มออก ลานาก็เห็นภาพที่ทำให้เธอตะลึง อินทากอนนอนเปลือยกายอยู่บนเตียง มือกำท่อนควยขนาดมหึมาที่กำลังแข็งโด่สาวขึ้นลงส่งเสียงครางฮือ ลานาเองหลังจากที่สามีเสียชีวิตจากการสู้รบเพื่อต่อต้านการรุกรานของกองทัพต่างดาวเมื่อหลายปีก่อน เธอก็ไม่ได้รับรสสัมผัสแห่งความสุขทางเพศจากผู้ชายใดอีก อย่างมากก็ช่วยตัวเองเพื่อระบายอารมณ์ เมื่อมาเป็นลูกชายกำลังสาวควยซึ่งใหญ่กว่าของสามีเธอเสียอีก ทำให้อารมณ์ของเธอพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างสุดระงับ มือของลานาค่อยๆ เลือนไปที่หว่างขาโดยไม่รู้ตัว นิ้วของเธอบดขยี้เข้ากับกลีบและร่องหี สะโพกบิดไปมาด้วยความรัญจวนใจ เธอค่อยๆ ถลกกระโปรงที่ยาวคลุมถึงข้อเท้าขึ้นมาล้วงมือเข้าไปในร่องกลีบที่อวบอูมซึ่งบัดนี้เยิ้มแฉะไปด้วยน้ำเมือก นิ้วกลางของเธอกดลงไปกลางร่องที่ฉ่ำเยิ้งก่อนจะลากปาดขึ้นมาสะกิดเม็ดติ่งด้านบนทำให้เธอต้องแอ่นตัวอย่างเสียวกระสันต์ เธอแทงนิ้วเข้าไปในรูที่ฉ่ำเยิ้มจนสุดพร้อมเงยหน้าสูดปากด้วยความเสียว จากนั้นนิ้วมือแยงเข้าออกในร่องกลีบที่ฉ่ำเยิ้มตามสัญชาตญาน ความคิดของลานากระเจิดกระเจิง “โอ ควยของอินทากอนทำไมใหญ่โตเกินวัยอย่างนี้ ถ้ามันยัดเข้าไปใน..ใน หีของเราจะเป็นยังไงนะ ซีดดสส์” ลานารำพึงในใจด้วยความเสียวซ่าน เธอกำลังจินตนาการว่าควยของลูกชายกระแทกอยู่ในรูหีของเธอลานาเร่งซอยมือในร่องหีของเธอเมื่อเห็นอินทากอนกระถอกควยขึ้นลงอย่างถี่ยิบ ในที่สุดร่างของเธอก็เกร็งกระตุกพร้อมกับนิ้วมือที่แยงอัดเข้าไปจนสุดโคน น้ำแห่งความเสียวสุดยอดหลั่งชะโลมออกมาเต็มมือและหน้าขา พร้อมกันนั้นน้ำเมือกขาวข้นก็พุ่งกระฉูดออกมาจากปลายลำควยของอินทากอน ลานารีบปิดประตูแล้วเดินกลับไปที่ห้องของเธอโดยลืมธุระที่จะพูดกับบุตรชายไปอย่างสิ้นเชิง “ว่าไงลานา” เสียงท่านประมุขทำให้ลานาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ค่อยๆ คลายมือที่กดอยู่ที่หว่างขาของเธอใต้โต๊ะออก “ตกลงค่ะ ดิฉันจะทำ เพื่อความอยู่รอดของพวกเรา” เสียงเฮดังขึ้นด้วยความยินดีของทุกคน แต่ไม่มีใครรู้ภายใต้กระโปรงยาวคลุมพื้นของลานา ขณะนี้หว่างขาของเธอฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำเมือกแห่งความเงี่ยนที่ไหลเยิ้มออกมาจนเธอต้องหนีบขาไว้แน่น

*

Offline lek nakai

  • *
  • 140
  • 1
    • View Profile
Re: ศึกจักวาล 1
« Reply #1 on: December 10, 2009, 10:09:06 PM »
 (07; (007;ขอบคุณมากๆครับ แค่ตอน1ก็เริ่มต้นเสียวแย้ว (003;

*

Offline myname

  • ***
  • 9
  • 0
    • View Profile
Re: ศึกจักวาล 1
« Reply #2 on: December 13, 2009, 11:36:49 AM »
thank   (39;

*

Offline kk-boy

  • **
  • 23
  • 0
    • View Profile
Re: ศึกจักวาล 1
« Reply #3 on: December 17, 2009, 01:13:04 PM »
Very nice  Thank you